เมื่อกฎหมายสมรสเท่าเทียมประกาศใช้แล้ว ระบบการศึกษาไทยที่โอบรับความหลากหลายทางเพศ ควรปรับตัวและมีบทบาทอย่างไรบ้าง?

เมื่อกฎหมายสมรสเท่าเทียมประกาศใช้แล้ว ระบบการศึกษาไทยที่โอบรับความหลากหลายทางเพศ ควรปรับตัวและมีบทบาทอย่างไรบ้าง?

ปัจจุบัน สังคมไทยก้าวสู่อีกระดับของความเสมอภาคทางเพศ นับตั้งแต่กฎหมายสมรสเท่าเทียม เริ่มมีผลบังคับใช้ แต่ในทางปฏิบัติ การบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ยังคงห่างไกลจากเป้าหมายในการสร้างสังคมแห่งความเสมอภาคอย่างแท้จริง ผลสำรวจเยาวชนอายุ 15–25 ปี จำนวน 13,201 คนทั่วประเทศ โดยโครงการคิด for คิดส์ เมื่อเดือนมีนาคม 2025 พบว่าเยาวชนไทยร้อยละ 32.9 ระบุว่าตนเองเป็น LGBTQ+ ซึ่งใกล้เคียงกับสัดส่วนของกลุ่มหญิงแท้ (ร้อยละ 30.4) และกลุ่มชายแท้ (ร้อยละ 36.7) สะท้อนว่าเยาวชนกลุ่มความหลากหลายทางเพศไม่ใช่ “ชนกลุ่มน้อย” ในสังคมไทยอีกต่อไป อย่างไรก็ตามกลุ่มความหลากหลายทางเพศยังคงเผชิญกับการคุกคาม การเลือกปฏิบัติ และความท้าทายต่อคุณภาพชีวิตบนฐานอัตลักษณ์และรสนิยมทางเพศอย่างมีนัยสำคัญ แม้แต่ในพื้นที่บ้านและครอบครัว บ้านจึงอาจไม่ใช่ ‘เซฟโซน’ สำหรับพวกเขาเสมอไป ขณะที่อัตราการกลั่นแกล้ง (Bullying) และการคุกคามทางเพศกลับมีแนวโน้มสูงขึ้น เมื่อพิจารณาในมิติสุขภาพจิต เยาวชนกลุ่มความหลากหลายทางเพศกว่าร้อยละ 50.7 ประสบภาวะเครียดในระดับมากถึงมากที่สุด และยังรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยวในระดับสูง ซึ่งส่งผลต่อคุณค่าและความเชื่อมั่นในตนเอง (วรดร เลิศรัตน์, 2025) ปัญหาสุขภาพจิตจึงกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อความสำเร็จทั้งด้านการศึกษา การทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวัน การแก้ไขปัญหานี้จำเป็นต้องอาศัยพลังขับเคลื่อนจากสังคมอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง ทุกฝ่ายต้องร่วมกันเสริมสร้างความเข้าใจ เปิดกว้าง ยอมรับ เคารพสิทธิมนุษยชนและความหลากหลายทางเพศ ทั้งในหมู่เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป พร้อมทั้งร่วมสร้างระบบนิเวศที่สนับสนุนความเสมอภาคทางเพศและสุขภาวะทางใจที่แข็งแรงรอบด้าน โดยหัวใจสำคัญคือการรับฟังและคำนึงถึงความเปราะบางและความต้องการเฉพาะของกลุ่มความหลากหลายทางเพศในสังคม

ปัญหาการกลั่นแกล้ง (Bullying) กลุ่มความหลากหลายทางเพศในสถานศึกษา ยังสอดคล้องกับงานวิจัยของ Frontiers in Psychiatry (2024) ซึ่งระบุว่าการกลั่นแกล้งไม่ว่าจะในรูปแบบทางกาย วาจา หรือสังคม ล้วนส่งผลกระทบรุนแรงต่อเยาวชนกลุ่มความหลากหลายทางเพศ จนนำไปสู่ภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล หรือความคิดทำร้ายตนเอง และยังพบว่าบุคลากรในสถานศึกษาบางส่วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมดังกล่าว (Frontiers in Psychiatry, 2024) ความคิดทำร้ายตนเองของเยาวชนกลุ่มนี้มักมีต้นตอจากการถูกปฏิบัติอย่างไม่เหมาะสม การถูกตีตราทางสังคม รวมถึงกฎระเบียบของโรงเรียนที่สร้างแรงกดดันจนกลายเป็นบาดแผลทางใจ ผลกระทบเหล่านี้ยังสัมพันธ์กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ลดลง การขาดเรียน และอัตราการออกกลางคันที่สูงขึ้นด้วย ยืนยันได้จากงานวิจัยในสหรัฐอเมริกาโดย GLSEN (2021) ที่ระบุว่า สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ไม่ปลอดภัยต่อความหลากหลายทางเพศมีความสัมพันธ์โดยตรงกับระดับสุขภาวะทางจิตและความสามารถทางการเรียนรู้ของผู้เรียน

ในอีกแง่มุมหนึ่ง ปัญหาดังกล่าวยังสร้างแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์เชิงบวกต่อการดำเนินชีวิตของกลุ่มความหลากหลายทางเพศเช่นเดียวกัน ซึ่งงานวิจัยจาก National Library of Medicine (2025) ระบุว่ากระบวนการค้นพบตนเอง การรักษาใจ และระบบสนับสนุนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยนำทางไปสู่ผลลัพธ์เชิงบวกได้ (Self-Discovery, Healing from Depression, and the Need for Support) สอดคล้องกับงานวิจัยของ Montha et al. (2025) ที่พบว่าความสัมพันธ์เชิงสนับสนุนเป็นปัจจัยป้องกัน (protective factor) ที่ช่วยลดผลกระทบต่อสุขภาพจิตจากการถูกบูลลี่ในโรงเรียน ช่วยลดความโดดเดี่ยวและเสริมสร้างความนับถือตนเองแม้เผชิญกับความเครียด

นอกจากนี้ ยังพบผลการวิจัยที่สะท้อนการเติบโตหลังบาดแผล (Past-Traumatic Growth) จากการถูกบูลลี่ในวัยเรียน โดยการรับรู้ว่าตนถูกกลั่นแกล้งเพราะอัตลักษณ์ทางเพศ รวมถึงการเปิดเผยตนเอง (outness) และได้รับการสนับสนุนทางสังคมนั้น จะนำไปสู่การเติบโตหลังบาดแผล (PTG) ในระดับที่สูงกว่า (Ratcliff et al., 2022) ดังตัวอย่างของ Lady Gaga (Stefani Joanne Angelina Germanotta) ซึ่งเคยถูกกลั่นแกล้งอย่างรุนแรงตั้งแต่อายุ 14 ปี เธอถูกล้อเลียนรูปลักษณ์และพฤติกรรมที่ “แปลกแตกต่าง” ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตอย่างรุนแรง แต่เธอใช้ประสบการณ์เหล่านั้นเป็นแรงขับเคลื่อนในการสร้างสรรค์ผลงานด้านดนตรี จนกลายเป็นศิลปินระดับโลก ทั้งยังเป็นนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิกลุ่มความหลากหลายทางเพศผ่านมูลนิธิ Born This Way Foundation (Goodman, 2011) รวมถึง Tim Cook CEO ของ Apple Inc. ซึ่งเปิดเผยว่าตนเองเป็น LGBTQ+ ได้สะท้อนประสบการณ์วัยเด็กถึงการเติบโตในสภาพแวดล้อมที่มีการเลือกปฏิบัติและถูกสังคมกดดันอย่างหนัก ทำให้เขาต้องพัฒนาตนเองและเปิดรับมุมมองที่กว้างขึ้น จนทำให้เขาประสบความสำเร็จในการบริหารองค์กรระดับโลก (Cook, 2014)

การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศจึงเป็นความท้าทายสำคัญของระบบการศึกษา ภาคการศึกษาจำเป็นต้องจัดการเรียนรู้เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ผู้เกี่ยวข้องถึงสิทธิที่พึงได้รับการรับรองตามกฎหมาย ควบคู่กับการสร้างพลังทางสังคมเชิงบวก และจัดระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางเพศ เปิดโอกาสให้ทุกคนแสดงออกถึงความสามารถและตัวตนได้อย่างอิสระในระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ปลอดภัย และเอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพอย่างเท่าเทียม แม้ปัจจุบันสังคมจะมีความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกเกิดขึ้นบ้างแล้ว แต่ในบริบทประเทศไทยกลับพบว่า ยังขาดการพัฒนานโยบายโรงเรียนปลอดภัยอย่างทั่วถึง สถาบันการศึกษาซึ่งมีบทบาทสำคัญในฐานะ ผู้ส่งเสริม “ระบบนิเวศการเรียนรู้” (Learning ecosystem) ที่ส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้เรียน จึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนาสถานศึกษาให้เป็น ‘พื้นที่ปลอดภัย’ สำหรับทุกคนอย่างแท้จริง

ในอีกมิติหนึ่งของการประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม สะท้อนความก้าวหน้าของสังคมไทยที่เคารพความหลากหลายทางเพศ และเป็นหลักประกันทางกฎหมายที่สำคัญในการรับรองสิทธิ เสรีภาพ และศักดิ์ศรีของบุคคลทุกเพศอย่างเท่าเทียมกัน แต่การเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายเพียงอย่างเดียว ย่อมไม่อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางสังคมได้ หากขาดการขับเคลื่อนในระดับวัฒนธรรมผ่านการสร้างความเข้าใจและการปรับเปลี่ยนทัศนคติของผู้คน โดยเฉพาะในระบบการศึกษา ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการหล่อหลอมเยาวชนให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ ด้วยความสำคัญดังกล่าวสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จึงร่วมกับคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อดิศร จันทรสุข และคณะวิจัย จัดทำ ‘คู่มือการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายสมรสเท่าเทียมแก่ผู้เกี่ยวข้องในระบบการศึกษา เพื่อเป็นแนวทางเบื้องต้นในการสร้างความเข้าใจเรื่องกฎหมายสมรสเท่าเทียมและความหลากหลายทางเพศ สำหรับผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน และผู้ปกครอง ในการร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่ปลอดภัย เท่าเทียม และเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคน รวมทั้งเร่งผลักดันการนำกฎหมายสมรสเท่าเทียมสู่การปฏิบัติจริงในสถานศึกษาได้อย่างเป็นรูปธรรม (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2568)

คู่มือฉบับนี้นำเสนอสาระสำคัญที่เชื่อมโยงกันในหลายมิติ เริ่มจาก ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับกฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งอธิบายเจตนารมณ์ของกฎหมายและข้อเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้น ต่อด้วย ความท้าทายในการสร้างสังคมที่ปราศจากการเลือกปฏิบัติ ทั้งการกลั่นแกล้งและอคติต่อกลุ่มความหลากหลายทางเพศ รวมถึง แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้มีบทบาทในสถานศึกษา ทั้ง ผู้บริหารสถานศึกษา มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้เกิดการเคารพความหลากหลายทางเพศผ่านการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติที่ชัดเจนเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางการศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีบทบาทในการจัดการเรียนรู้ ให้คำปรึกษา ป้องกันและขจัดความขัดแย้งที่เกิดจากอคติและการเลือกปฏิบัติ พร้อมกับการสร้างห้องเรียนที่เปิดกว้างและปลอดภัย โดยบูรณาการความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศเข้าไปในบทเรียน นักเรียน จำเป็นต้องตระหนักรู้และเคารพว่าความหลากหลายทางเพศเป็นเรื่องปกติของสังคม ทุกคนควรได้รับการเคารพและปฏิบัติต่อกันอย่างเท่าเทียม สำหรับ ผู้ปกครอง มีบทบาทในการสร้างความเข้าใจและยอมรับความหลากหลายของบุตรหลาน ทั้งในแง่วิธีการสื่อสารอย่างเหมาะสม การเคารพในตัวตนของบุตรหลาน การสนับสนุนการแสดงออกตามอัตลักษณ์ และการสร้างพื้นที่ปลอดภัยภายในครอบครัว นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ครอบครัว และชุมชน เพื่อตอกย้ำว่าความเปลี่ยนแปลงเชิงวัฒนธรรมต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย สถานศึกษาควรทำงานร่วมกับองค์กรภายนอกในการจัดกิจกรรมและสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของชุมชนโดยรอบเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมที่เคารพความแตกต่างอย่างยั่งยืน ประกอบกับข้อค้นพบสำคัญจากการศึกษาและพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ของสถานศึกษาให้เอื้อต่อการนำพระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียมสู่การปฏิบัติ สำหรับกลุ่มความหลากหลายทางเพศ (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2569) สามารถสรุปได้ใน 3 ประเด็นที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

  1. ประเด็นที่ 1 บทบาทหน้าที่ของการศึกษาไทยในอนาคตภายหลังกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้ ภาคการศึกษาต้องทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการสร้างความเท่าเทียมและลดอคติในสังคม รวมถึงขับเคลื่อนและสื่อสารสาธารณะเพื่อสนับสนุนกลุ่มความหลากหลายทางเพศให้ได้รับการยอมรับในวงกว้าง
  2. ประเด็นที่ 2 หลักสูตร กฎระเบียบ ค่านิยม และทัศนคติของผู้บริหาร ครู และนักเรียน ในยุคที่สังคมมีความหลากหลาย ต้องบูรณาการแนวคิดเรื่อง ‘ความลื่นไหลและความหลากหลายทางเพศ (SOGIESC)’ โดยไม่แบ่งแยกบทบาทระหว่างเพศ พร้อมปฏิรูปกฎระเบียบและระบบสนับสนุนให้เอื้อต่อการปฏิบัติจริง ขณะที่ผู้บริหารต้องมีวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ครูต้องมีมุมมองที่โอบรับความหลากหลาย และนักเรียนต้องได้รับการปลูกฝังค่านิยมเรื่องการเคารพสิทธิ ความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) และการยอมรับความแตกต่างในสังคม
  3. ประเด็นที่ 3 การสร้างพื้นที่นิเวศการเรียนรู้และบรรยากาศการเรียนรู้นอกห้องเรียนที่ส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงและการยอมรับในสังคม เน้นสร้างบรรยากาศทั้งภายในและโดยรอบสถานศึกษาให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Space) ที่ทุกคนรู้สึกถึงความเท่าเทียมและเคารพซึ่งกันและกัน ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เปิดพื้นที่ให้ทุกคนสื่อสารและสะท้อนคิด (Reflection) ได้อย่างเปิดกว้าง มุ่งปลดล็อกมุมมองทางเพศด้วยการสร้างระบบนิเวศที่มองเห็นความเป็นมนุษย์เป็นอันดับแรก

ดังนั้น สถานศึกษาจึงไม่ควรเป็นเพียงพื้นที่ให้เด็กเรียนรู้แค่ ‘องค์ความรู้’ เท่านั้น แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่ทำให้เด็กได้เรียนรู้ถึง ‘คุณค่าของตนเอง’ จากการได้รับอนุญาตให้เป็นตัวเองอย่างอิสระ การสร้างพื้นที่ปลอดภัยในสถานศึกษาจึงไม่ใช่ภาระของใครคนใดคนหนึ่งหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคนในสังคม เพราะท้ายที่สุดแล้วการศึกษาที่ดีที่สุดคือ ‘การศึกษาที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง’ และเป็นเครื่องยืนยันว่า ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันบนพื้นฐานของความเข้าใจและการเคารพความเป็นมนุษย์ในทุกรูปแบบ นี่จึงเป็นคำตอบสุดท้ายของคำถามที่ว่า ถ้าการศึกษาเห็นเพศเป็นกลางและหลากหลาย บทบาทของระบบการศึกษาไทยหลังกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้ควรเป็นอย่างไร ?

แหล่งอ้างอิง

  1. Cook, T. (2014, October 30). The 2021 Tim Cook Speaks Up. Bloomberg Businessweek. www.bloomberg.com/news/articles/2014-10-30/tim-cook-speaks-up
  2. Frontiers in Psychiatry. (2024, Oct). Bullying of LGBTQ+ children and adolescents in schools: understanding the phenomenon, consequences, and international standards with a focus on the polish context. DOAJ Open Global Trusted. doaj.org/article/83ac03c65c8449dc9970f80a8ce4317c
  3. Goodman, L. (2011, September 16). Lady Gaga on being bullied: “I was called a slut”. The Guardian. www.theguardian.com/music/2011/sep/16/lady-gaga-bullied-called-slut
  4. GLSEN. (2021). The 2021 National School Climate Survey: The Experiences of LGBTQ+ Youth in Our Nation’s Schools. files.eric.ed.gov/fulltext/ED625378.pdf
  5. Montha et al. (2025). Prevalence and Factors Predicting Depression among LGBTQ+ Adolescents in Southern Thailand:
  6. A Cross-Sectional Study. file:///C:/Users/User/Downloads/06+Prevalence+and+Factors+Predicting_3+(1)%20(2).pdf
  7. National Library of Medicine. (2025). The Lived Experience of Thai LGBTQ+ Adolescents—Self-Discovery, Healing from Depression, and the Need for Support: A Phenomenological Study. pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC12732886/
  8. Ratcliff et al. (2022). Factors Promoting Posttraumatic Growth in Sexual Minority Adults Following Adolescent Bullying Experiences. journals.sagepub.com/doi/10.1177/0886260520961867?__cf_chl_f_tk=cZrZlgedhcUUsW3fzI8b11puQEORDFOv4bD9oWxsaHQ-1782968197-1.0.1.1-J9DzkUMMbEKhL1.0OOgELjL.0jDwXC77v0eD6Ng5jKE
  9. วรดร เลิศรัตน์. (2025). ‘สายรุ้งในฟ้าหม่นมัว’: เมื่อสังคมไทยยังไม่ใช่เซฟโซนของเยาวชน LGBTQ+ – อ่านผลสำรวจเยาวชน คิด for คิดส์ 2025. The 101.World. www.the101.world/lgbtq-youth-situtation-2025/
  10. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2568). คู่มือ การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายสมรสเท่าเทียมแก่ผู้เกี่ยวข้องในระบบการศึกษา. www.onec.go.th/th.php/book/BookView/2153
  11. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2569). รายงานการศึกษาและพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ของสถานศึกษาให้เอื้อต่อการนำพระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียมสู่การปฏิบัติ (สำหรับกลุ่มความหลากหลายทางเพศ). www.onec.go.th/th.php/book/BookView/2192

แหล่งศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

Related Courses

การดูแลสุขภาพกายและจิตใจ
ด้านความร่วมมือการ ทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ ด้านความสัมพันธ์ การรู้จักสังคม
basic
2:00 ชั่วโมง

โรงเรียนแห่งความสุขตามหลักสิทธิเด็ก

โรงเรียนเป็นแหล่งการเรียนรู้ เป็นจุดเริ่มต้นในการเรียนผ่านการสร้างสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุข เป็นปัจจัย ...

Starfish Academy
Starfish Academy
โรงเรียนแห่งความสุขตามหลักสิทธิเด็ก
Starfish Academy

โรงเรียนแห่งความสุขตามหลักสิทธิเด็ก

Starfish Academy
4.9 (26 ratings)
EdTech
ด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม
basic
2:30 ชั่วโมง

เรียนรู้ศิลปะดิจิทัล Google Art & Culture Metaverse

Google Arts & Culture แพลตฟอร์มออนไลน์ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าถึงผลงานศิลปะและวัฒนธรรมจากพิพิธภัณฑ์และสถา ...

Google for Education Partner
Google for Education Partner
เรียนรู้ศิลปะดิจิทัล Google Art & Culture Metaverse
Google for Education Partner

เรียนรู้ศิลปะดิจิทัล Google Art & Culture Metaverse

Google for Education Partner
4.9 (71 ratings)
EdTech
ด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ
basic
3:00 ชั่วโมง

ยกระดับทักษะ พลิกโฉมการทำงาน ด้วย Chat GPT

พร้อมที่จะก้าวเข้าสู่ยุคแห่ง AI แล้วหรือยัง? Chat GPT คือกุญแจสำคัญที่จะพาคุณไปสู่ความสำเร็จ หากอยากรู้ว่า Chat GPT จะเปลี่ย ...

ผศ.ดร.ยอดธง รอดแก้ว
ผศ.ดร.ยอดธง รอดแก้ว
ยกระดับทักษะ พลิกโฉมการทำงาน ด้วย Chat GPT
ผศ.ดร.ยอดธง รอดแก้ว

ยกระดับทักษะ พลิกโฉมการทำงาน ด้วย Chat GPT

ผศ.ดร.ยอดธง รอดแก้ว

ต้องใช้ 100 เหรียญ

4.9 (14 ratings)
อาชีพเสริมยอดฮิต
ด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม
basic
2:30 ชั่วโมง

เมนูของว่างรองท้อง สูตรสร้างอาชีพ

ใครที่กำลังต้องการหาไอเดียทำอาหารว่าง เพื่อสร้างอาชีพ ทำกำไรแบบง่ายๆสำหรับมือใหม่ ใช้ทุนน้อย และใช้อุปกรณ์ที่สามารถหาได้ที่บ้าน ...

Starfish Academy
Starfish Academy
เมนูของว่างรองท้อง สูตรสร้างอาชีพ
Starfish Academy

เมนูของว่างรองท้อง สูตรสร้างอาชีพ

Starfish Academy

ต้องใช้ 100 เหรียญ

4.9 (9 ratings)

Related Videos

สิทธิในร่างกายแบบไหนที่เรียกว่าอยู่ในขอบเขต
05:59
Starfish Academy

สิทธิในร่างกายแบบไหนที่เรียกว่าอยู่ในขอบเขต

Starfish Academy
246 views • 4 ปีที่แล้ว
"Active Learning ฉบับครูอาชีวศึกษา สู่ วPA"
01:12:50
Starfish Academy

"Active Learning ฉบับครูอาชีวศึกษา สู่ วPA"

Starfish Academy
1221 views • 3 ปีที่แล้ว
สอนลูกรู้จักรักและเคารพสิทธิของตนเอง
08:32
Starfish Academy

สอนลูกรู้จักรักและเคารพสิทธิของตนเอง

Starfish Academy
480 views • 4 ปีที่แล้ว
10 ขั้นตอน สร้าง PORTFOLIO
02:33
Starfish Future Labz

10 ขั้นตอน สร้าง PORTFOLIO

Starfish Future Labz
241829 views • 4 ปีที่แล้ว