เหตุผลที่เด็กยุคใหม่ไม่ยอมคุยกับพ่อแม่

เหตุผลที่เด็กยุคใหม่ไม่ยอมคุยกับพ่อแม่

เด็กยิ่งโตความกล้าแสดงความรู้สึก หรือแสดงความรักจะน้อยลงโดยเฉพาะกับพ่อแม่ ยิ่งพ่อแม่ท่านไหนที่ทำงานประจำ เรียกว่าแทบจะไม่ได้คุยกับลูกอยู่เลยก็ว่าได้ แถมปัจจุบันนี้การสื่อสารก็มีให้เลือกมากมาย โดยคุณพ่อคุณแม่เองอาจจะคุยกับลูกเพียงแค่ในแอปพลิเคชันต่างๆ ทำให้เด็กๆ และพ่อแม่เองเกิดช่องว่างกัน ทำให้สื่อสารกันไม่เข้าใจ จนกลายเป็นว่าเด็กๆ ไม่อยากที่จะเข้ามาพูดคุยกับพ่อแม่ได้

 

แต่จริงๆ แล้วเหตุผลที่เด็กยุคใหม่ไม่ยอมคุยกับคุณพ่อคุณแม่จะเป็นเพราะแอปพลิเคชันที่เข้ามาแทนที่การสื่อสารตัวต่อตัว หรือแท้จริงแล้วเกิดจากเหตุผลอื่นกันแน่ วันนี้เราจะพาไปดูกัน

 

เหตุผลที่เด็กยุคใหม่ไม่ยอมคุยกับพ่อแม่ได้แก่

 

1. ปรึกษาทีไรก็ดุด่า ทั้งที่ยังฟังไม่จบ

เมื่อไหร่ที่ลูกมาคุยด้วย คุยยังไม่ทันจะถึงไหนก็มีเรื่องให้ต้องถูกขัดทุกที พูดยังไม่ทันจะจบเล่ายังไม่ทันจะหมด พ่อแม่ก็จับผิดไป สอนไป ซึ่งทางที่ดีคุณพ่อคุณแม่เองควรที่จะถามเป็นช่วงๆ ตามกรณี ไม่ควรดุด่า หรือถามขัดจังหวะทั้งๆ ที่ยังฟังไม่ทันจะจบ บางทีลูกเล่ายังไม่ทันจะจบ ก็สรุปว่าเราผิดซะแล้ว คราวนี้เด็กๆ จะเล่าอะไรอีกก็คงจะไม่อยากเล่าแล้วล่ะค่ะ เพราะว่าเล่าอะไรไปก็ผิดไปซะหมดทุกอย่าง ทำให้เด็กๆ ไม่อยากคุยกับพ่อแม่อีกต่อไปเลยค่ะ

 

2. เพราะไว้ใจเลยปรึกษา แต่ทำไมพ่อแม่ต้องเล่าต่อ

การที่ลูกเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้เราฟัง เพราะเขาเองก็คิดว่าสิ่งที่เขาเล่านั้นคุณพ่อคุณแม่จะเป็นที่ปรึกษาที่ดีและเป็นคนเก็บความลับในเรื่องแย่ๆ ของเขาเอาไว้ แต่ก็มีพ่อแม่บางคนที่ชอบเอาเรื่องที่ลูกมาเล่าให้ฟัง ไปเล่าข่มทับคนอื่นต่อ หรือเอาไปเปรียบเทียบให้คนอื่นๆ ฟัง ซึ่งการเล่าต่อในลักษณะแบบนี้ เด็กๆ จะคิดว่าคุณพ่อคุณแม่กำลังแฉเขานั้นเอง ยิ่งหากวันไหนลูกมาได้ยินตอนคุณพ่อคุณแม่กำลังเล่าล่ะก็ รับรองได้เลยว่าให้ตายยังไงต่อไปนี้ก็ไม่อยากเล่าหรือพูดเรื่องราวต่างๆ ให้พ่อแม่ฟังอีก เพราะเขาจะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องหน้าอายสิ้นดี

 

3. เมื่อมีเรื่องอยากปรึกษา แต่พ่อแม่กลับไม่ตั้งใจฟัง

บางครั้งเรื่องที่ลูกอยากพูดและพยายามเล่าแบบตั้งอกตั้งใจให้เราฟัง แต่คุณพ่อคุณแม่กลับไม่ตั้งใจฟัง หรือแค่ฟังผ่านๆ ทำให้เรื่องที่ลูกรู้สึกว่ามันตื่นเต้น ก็ทำให้มันกลายเป็นเรื่องที่ไม่น่าเล่าขึ้นมา เพราะพ่อแม่เองนั้นแหละที่ฟังแบบปัดๆ ไป ยิ่งเป็นลูกที่สนิทกับพ่อแม่ หากวันนไหนที่เราไม่ตั้งใจฟังเขา ก็จะทำให้เขาเสียกำลังใจได้ หากเกิดขึ้นบ่อยๆ เข้า คราวนี้ลูกก็จะเริ่มไม่อยากเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟังได้อีก เพราะเขาคิดว่าเมื่อเขาเล่าไปแล้วทุกคนไม่ตั้งใจฟัง แบบนี้ก็ไม่ต้องเล่าดีกว่านั่นเองค่ะ

 

4. พ่อแม่มีเรื่องเหนื่อยเยอะแล้ว ไม่อยากเอาเรื่องเหนื่อยมาเพิ่มให้ท่าน

เพราะลูกบางคนก็อาจจะมีความเกรงอก เกรงใจเรา เพราะพ่อแม่บางคนก็ทำงานกันดึกดึ่น กลับบ้านมาทีก็เรียกได้ว่าแทบจะเอาร่างกายเข้าไปในห้องพักผ่อนเลย ทำให้เด็กๆ บางคนคิดว่าไม่อยากจะเล่าให้อะไรให้พ่อแม่ฟัง เพราะกลัวจะไปสร้างความรำคาญ และเกรงใจพ่อแม่ที่ทำงานมาเหนื่อยๆ จึงเลี่ยงที่จะพูดคุยเป็นการดีเสียกว่า เมื่อเป็นแบบนี้บ่อยๆ ก็ทำให้ลูกเขินอายที่พูดคุยกับพ่อแม่ได้ ส่วนพ่อแม่เองก็ไม่ได้สังเกตลูก และคิดว่าลูกดูแลตัวเองได้ ก็กลับกลายเป็นว่า ต่างกันก็ต่างไม่พูดคุยกัน จนทำให้เกิดช่องว่างในครอบครัวได้ง่ายๆ เลยค่ะ

 

5. จะปรึกษาทีไร ก็ยุ่งทุกที

พ่อแม่บางคนคิดว่าการคุยกับลูกเพียงไม่กี่นาทีทำให้เสียเวลาหลายๆ อย่าง ทำให้เมื่อลูกอยากที่พูดคุยหรือปรึกษาเรื่องต่างๆ ทีไร ก็กลับกลายเป็นว่าพ่อแม่ก็ไม่ว่างทุกที ถูกปฏิเสธทุกครั้งที่จะปรึกษา หรือบางกรณีก็อาจจะเป็นเรื่องเวลาที่ไม่ตรงกันระหว่างพ่อแม่และลูก บางครั้งพ่อแม่ก็อยากจะคุยด้วย แต่ลูกทำการบ้าน หรือบางครั้งลูกก็อยากจะคุยด้วย พ่อแม่ก็เอาแต่ทำงาน ซึ่งเรื่องนี้แต่ละบ้านก็ต้องหาจังหวะกันดีๆ นะคะเพราะมิเช่นนั้นเมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า ก็อาจจะกลายเป็นว่าทั้งครอบครัวไม่มีเวลาจะคุยกันเลย ทำให้ความสัมพันธ์ในบ้านก็ดูห่างเหินกันด้วย ยังไงก็ลองหาเวลานั่งคุยกันหยุดทำโน้นนี่ดู ดีกว่าหมางเมินไม่คุยกันนานเข้าจะไม่ดีนะคะ

 

6. เพราะลูกคิดว่าเราโตแล้ว ควรจะรับผิดชอบเรื่องต่างๆ ได้

เด็กๆ มักจะคิดว่าตัวเองโตพอที่จะรับผิดชอบเรื่องต่างๆ ของตัวเองได้แล้ว ยิ่งในช่วงวัยรุ่นเด็กๆ ส่วนใหญ่มักจะคิดแบบนั้น อยากที่จะจัดการปัญหาทุกๆ อย่างเองมากกว่าที่จะให้พ่อแม่คอยทำให้ตลอดเวลา เพราะการทำแบบนี้จะทำให้เด็กๆ นั้นดูโตขึ้น ซึ่งที่จริงแล้วก็ไม่ได้จะเป็นแบบนั้นเสมอไป เพราะบางปัญหานั้นมันหนักเกินกว่าที่เด็กคนหนึ่งจะรับไหว จนบางคนไม่กล้าที่จะปรึกษาพ่อแม่เพราะกลัวว่าจะดูไม่โต ก็กลับกลายเป็นว่าไปปรึกษาเพื่อนๆ แทน ซึ่งข้อนี้ก็ขึ้นอยู่กับครอบครัวแล้วล่ะค่ะว่าจะจัดการปัญหานี้ยังไง ทางที่ดีก็ควรที่คุยพูดคุย ถามไถ่สุขทุกข์ของลูก ให้เป็นเหมือนกิจวัตรประจำวันไปเลยก็ได้ค่ะ ลูกจะได้กล้าที่จะเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้เราฟังได้ทุกเรื่องนั่นเอง

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

5 วิธีสานสัมพันธ์กับลูกวัยทีน

5 วิธีสานสัมพันธ์กับลูกวัยทีน

Starfish Academy
Starfish Academy

พ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้องดูแลลูกหลานวัยทีน คงมีเรื่องให้กลุ้มใจ ปวดหัวกับพฤติกรรม ความคิดที่เปลี่ยนไปของลูกบ่อยๆ ใช่ไหมคะ? หนูน้อยที่เคยน่ารัก พูดอะไรก็เชื่อฟัง หรืออย่างน้อยๆ หลอกล่อเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจบ้างก็ได้ผล แต่มาตอนนี้เด็กๆ เหล่านั้น เติบโตเป็นตัวขอ ...

1445 views 14.09.20
5 วิธีสานสัมพันธ์กับลูกวัยทีน
การสอนลูกให้รู้จักการจัดการเวลา

การสอนลูกให้รู้จักการจัดการเวลา

Starfish Academy
Starfish Academy

คุณพ่อคุณแม่อาจจะคิดว่าการจัดการเวลาเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่เท่านั้นถึงจะเกี่ยวข้อง แต่จริงๆ แล้วหากคุณพ่อคุณแม่สอนลูกตั้งแต่เด็กก็จะเป็นผลดีกับลูกมากๆ เลยนะคะเพราะมันจะทำให้เขากลายเป็นเด็กที่มีวินัยสูงคนนึง มีความรับผิดชอบ และสามารถเรียงลำดับว่าควรทำอะไรก่อนแ ...

895 views 18.08.20
การสอนลูกให้รู้จักการจัดการเวลา
ลูกกลายเป็นเด็กขี้อิจฉา ทำไงดี

ลูกกลายเป็นเด็กขี้อิจฉา ทำไงดี

Starfish Academy
Starfish Academy

ทำไมลูกถึงรบเร้าให้แม่ซื้อของเล่นแพงๆ ตามยูทูบเบอร์ที่ลูกชอบ?ทำไมลูกไม่ชอบเพื่อนที่สอบได้คะแนนเยอะกว่า?ทำไมลูกเศร้าที่ไอจีเพื่อนไม่เยอะเหมือนคนอื่น? หรือว่า ลูกเรากำลังเกิดความรู้สึก “อิจฉา” รึเปล่านะอารมณ์ อิจฉามักเกิดขึ้นเมื่อเด็กรู้สึก “ขาดอะไรบางอย่าง” ...

2642 views 18.08.20
ลูกกลายเป็นเด็กขี้อิจฉา ทำไงดี