เกมกับความรุนแรงของเด็กที่พ่อแม่ควรรู้

เกมกับความรุนแรงของเด็กที่พ่อแม่ควรรู้

เด็กกับเกมเป็นอะไรที่แยกกันไม่ออกจริงๆ นะคะ โดยเฉพาะพ่อแม่ที่มีลูกวัยกำลังเรียน เมื่อไหร่ที่เขาพอจะรู้จักกับเทคโนโลยี เริ่มเล่นสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต หรือเจอกับสังคมเพื่อนๆ วัยเดียวกันที่เริ่มเล่นเกม ก็อาจจะทำให้ลูกเราติดเกมได้เลยหากเราไม่ดูแล ซึ่งหลายบ้านก็กำลังเผชิญกับปัญหา “ลูกติดเกม” อยู่บ้าง

 

และเกมต่างๆ ที่เด็กเล่นนั้น ก็มีทั้งเกมสำหรับเด็ก และเกมที่ไม่เหมาะสมกับเขา ซึ่งสมัยนี้เด็กๆ จะสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่าแต่ก่อน และก็มีงานวิจัยด้านอาชญาวิทยาในประเทศไทยที่ศึกษาและพบว่าเด็กที่เล่นเกมรุนแรงสะสมเรื่อยๆ ส่วนใหญ่จะมีแนวโน้มเป็นอาชญากรได้ในอนาคต เพราะเด็กจะซึมซับความรุนแรงอยู่ในจิตใต้สำนึกโดยไม่รู้ตัว หรือบางครั้งเขาก็อาจจะเสพติดการเอาชนะ เสพติดการมีตัวตนบนโลกออนไลน์ แต่พอมาอยู่โลกความเป็นจริง และเจอใครขัดใจหรือขัดขวางหน่อย ก็อาจจะทำให้เด็กคนนั้นเกิดการต่อต้านอย่างรุนแรงได้ ยิ่งถ้ามีกลุ่มเพื่อนที่มีนิสัยคล้ายคลึงกัน การตอบโต้ก็จะยิ่งรุนแรงเข้าไปกันใหญ่ ซึ่งการที่เด็กทำเช่นนี้เขาไม่รู้หรกอว่าเป็นการโต้ตอบที่รุนแรง เพราะเขาคิดว่านั้นคือเรื่องปกติที่เขาเคยเจอ ซึ่งเป็นในเกมนั้นเอง

 

แล้วคุณพ่อคุณแม่จะรู้ได้ยังไงว่าลูกของเรา “กลายเป็นเด็กติดเกม” แล้วหรือยัง ซึ่งจะสังเกตอาการง่ายๆ เลย เช่น

  • ไม่สามารถควบคุมตัวเองให้เล่นในเวลาที่กำหนดได้ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ลองสังเกตเลยค่ะว่าหากเขาใช้เวลาในการเล่นติดต่อกันหลายชั่วโมง และนานขึ้นเรื่อยๆ จากเดิม นั้นก็แปลว่าอาจจะมีแนวโน้มที่ลูกจะกลายเป็นเด็กติดเกมนะคะ
  • หากบังคับให้หยุดจะมีอาการต่อต้าน เด็กๆ หากถูกขัดใจต่อการเล่นเกมแล้วแสดงอาการหงุดหงิด ไม่พอใจอย่างรุนแรง หรืออาจจะไปถึงขั้นอาละวาด นั้นก็แสดงว่าเกมคือหนึ่งเดียวในใจแล้วล่ะค่ะ
  • การเล่นเกมมีผลกระทบต่อหน้าที่หรือความรับผิดชอบต่างๆ เช่น ไม่ทำการบ้าน โดดเรียนไปเล่นเกม ทำให้การเรียนตกลงอย่างมาก รวมไปถึงการทำกิจกรรมต่างๆ กับครอบครัวก็ลดลงอีกด้วย
  • เริ่มมีอาการ เช่น โกหก ขโมยของ ดื้อ ต่อต้าน แยกตัว เก็บตัว เป็นต้น

 

ซึ่งทั้งหมดก็เกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งจากตัวของเด็กเอง ที่บางคนขาดทักษะสังคม หรือขาดความภาคภูมิใจในตัวเอง ทำให้เกิมเป็นเหมือนสิ่งที่เพิ่มความสามารถของเขาให้เป็นที่ยอมรับได้ หรืออาจจะมาจากครอบครัว ที่ขาดระเบียบวินัย ไม่ใส่ใจ และการตามใจลูกที่มากเกินไป หรือบางครอบครัวก็ใช้อารมณ์กับลูก ก็ทำให้ลูกกลายเป็นเด็กติดเกมได้เช่นกันค่ะ

 

หากลูกติดเกมแล้วต้องทำยังไงบ้าง?

 

สิ่งที่พ่อแม่ควรจะทำนั้นก็คือ อย่างแรกเลยต้องสนใจและติดตามพฤติกรรมของลูก ว่าตอนนี้เขาชอบทำอะไร ยิ่งช่วงวัยรุ่นยิ่งต้องหมั่นสังเกต เพราะบางครั้งเขาก็ไม่สามารถตัดสินใจว่าอะไรดีหรือไม่ดีได้ ซึ่งวิธีการมีดังนี้

 

1. ใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย

สมัยนี้มีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามามากมาย ซึ่งก็มีโปรแกรมล็อกการเข้าถึงเกมหรือแอพพลิเคชันที่ไม่อยากให้ลูกใช้งานได้ เพื่อจำกัดการเข้าถึงเกม หรือจำกัดเวลาในการเล่นเกมได้ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถเข้าไปตั้งค่าได้ทั้ง iOS และ Android

 

2. สอนให้ลูกรู้จักโลกความเป็นจริงกับโลกเสมือนจริง

ซึ่งการสอนแต่ละครั้ง คุณพ่อคุณแม่ต้องใจเย็นเสียก่อน และค่อยๆ อธิบายถึงความแตกต่างของมัน เพราะเด็กวัยที่เล่นเกมได้นั้นจะเป็นเด็กที่มีจินตนาการสูงค่ะ และเขามักแยกแยะไม่ออกว่าอันไหนโลกความเป็นจริง อันไหนโลกเสมือนจริง อธิบายถึงการมีชีวิตหรือความตายก่อนก็ได้ค่ะ ว่าถ้าชีวิตจริงจะเป็นแบบนี้ โลกเสมือนจริงจะเป็นแบบไหน ก็จะช่วยให้ลูกนึกออกได้ง่ายขึ้น

 

3. เลือกเกมที่เสริมสร้างพัฒนาการมากกว่าความบันเทิง

เกมก็มีให้เลือกมากมายเลยนะคะ แต่ถ้าอยากให้ลูกได้ดีก็ต้องเลือกเกมที่เหมาะสมกับวัยและช่วยพัฒนาการเรื่องต่างๆ ของเขาจะดีที่สุดค่ะ เล่นแล้วต้องได้ประโยชน์ด้วย

 

4. ตั้งกฎและเวลา

ในการเล่นเกมหากอยากให้ลูกเล่นจริงๆ คุณพ่อคุณแม่ต้องตกลงกติกาในการเล่นเกมให้ชัดเจนเสียก่อนค่ะ หากอยากจะลดเวลาก็ค่อยๆ ลดทีละเล็กทีละน้อย หรือพยายามกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบให้เขาทำให้เสร็จเสียก่อนถึงจะได้เล่น หรือกำหนดเวลาไปเลยยิ่งดีค่ะ ว่าเล่นไม่เกิน 1-2 ชั่วโมง/วัน เท่านั้น ทางที่ดีควรตั้งนาฬิกาปลุกไว้ใกล้ๆ เพื่อเตือนให้เขารู้ว่าถ้าเสียงดังแสดงว่าหมดเวลาเล่นเกมแล้วนั้นเอง

 

5. ไม่ควรเอาอุปกรณ์ต่างๆ ที่เล่นเกมได้ไว้กับลูก โดยเฉพาะห้องนอน

เพราะหากอยากให้เขาไม่เป็นเด็กติดเกม คุณพ่อคุณแม่ต้องพยายามอย่าให้เขาใช้เครื่องมือสื่อสารไว้ในห้องนอนเด็ดขาด ยิ่งเป็นเด็กเล็กๆ ยิ่งไม่ควรเลยค่ะ เพราะเขาจะใช้เวลาและมีการแอบเล่นเกมตอนกลางคืน ทำให้ไม่เป็นอันหลับอันนอนเลยค่ะคราวนี้ ตื่นอีกทีไปโรงเรียนไม่ทันแน่นอนค่ะ

 

อยากให้ลูกเล่นเกมในแบบที่ดี คุณพ่อคุณแม่เองนั้นแหละค่ะควรที่จะจัดสรรเวลา และคอยสอนเขาในสิ่งที่เหมาะสม หรือพยายามหากิจกรรมสร้างสรรค์หรือมีเวลาให้เขา เท่านี้ก็จะสามาถทำให้เขาไม่กลายเป็นเด็กติดเกมได้แล้วค่ะ สอนให้เขาเล่นอย่างพอดีและเหมาะสมกับวัยจะดีที่สุดค่ะ

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

3 วิธีสร้างเด็กๆ ให้มีคุณภาพ

3 วิธีสร้างเด็กๆ ให้มีคุณภาพ

Starfish Academy
Starfish Academy

การมีวินัยง่าย ๆ ที่ครูสามารถฝึกให้เด็ก ๆ มีได้ตั้งแต่เริ่มเข้าเรียนเพราะ โรงเรียนก็มีหน้าที่ที่จะปลูกฝังสิ่งเหล่านี้ลงไปนอกเหนือจากความรู้ด้านวิชาการ เพื่อให้เด็ก ๆ ได้เติบโตไปเป็นคนที่มีคุณภาพ การสร้างวินัยไม่สามารถสร้างได้ทันที แต่ามารถสร้างได้ผ่านการถูกทำ ...

921 views 23.11.20
3 วิธีสร้างเด็กๆ ให้มีคุณภาพ
ลูกดึงผมตัวเอง อาจไม่ใช่เรื่องเล็ก

ลูกดึงผมตัวเอง อาจไม่ใช่เรื่องเล็ก

Starfish Academy
Starfish Academy

เจ้าตัวเล็กบ้านไหนมีพฤติกรรมซ้ำๆที่ติดเป็นนิสัยบ้างคะ? อย่างการดึงผมหรือถอนผม ที่คุณพ่อคุณแม่หลายคนมองว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่กว่าจะมารู้ตัวอีกที ผมลูกก็หายเป็นหย่อมๆ หรือ “หัวล้าน” ไปเสียแล้ว แล้วเราจะหยุดพฤติกรรมนี้ได้อย่างไร? เป็นอาการทางจิตไหม? เรา ...

311 views 06.03.21
ลูกดึงผมตัวเอง อาจไม่ใช่เรื่องเล็ก
เสริมลูกให้ "มั่นใจ" จะทำอะไรก็สำเร็จ!

เสริมลูกให้ "มั่นใจ" จะทำอะไรก็สำเร็จ!

Starfish Academy
Starfish Academy

ความมั่นใจ เป็นสิ่งที่พิเศษมากจริงๆค่ะ เพราะแค่เรามีความมั่นใจ ก็ทำให้ฝ่าฟันอุปสรรคและเรื่องที่ยากๆ ไปได้ และความมั่นใจยังเป็นสิ่งที่ช่วยผลักดันให้ลูกประสบความสำเร็จในทุกเรื่องอีกด้วย วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับที่จะเสริมความมั่นใจของลูกมาเป็นไอเดียให้คุณพ่อคุณแม่กัน ...

1983 views 01.03.21
เสริมลูกให้ "มั่นใจ" จะทำอะไรก็สำเร็จ!