จิตตปัญญา…จากครูธรรมดา (ตอนที่ 1)

จิตตปัญญา…จากครูธรรมดา (ตอนที่ 1)

591 views

จิตตปัญญา…จากครูธรรมดา (ตอนที่ 1)

รองศาสตราจารย์ ประภาภัทร นิยม

อธิการบดี สถาบันอาศรมศิลป์ มูลนิธิโรงเรียนรุ่งอรุณ ๑๖ กันยายน ๒๕๕๘


๑. ชีวิตนี้มีค่านัก

      คนเราทุกคนที่เกิดมาแล้ว ได้ชีวิตมาแล้ว จะมีสักกี่คนที่ระลึกรู้ถึงคุณค่าแห่งชีวิต-ความเป็นมนุษย์ผู้มีใจสูง จะมีสักกี่คนที่จะระมัดระวัง ไม่ใช้ชีวิตอย่างทิ้งๆ ขว้างๆ ไม่ใช้ชีวิตด้วยความประมาทพลาดพลั้ง และไม่ดูแคลนชีวิตจนเกินไปจนดูน่าสงสาร

      ดังที่ได้ยินได้ฟังได้เห็นตัวอย่างมามากมายอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แม้ในวัยต้นของชีวิตเช่นเด็กๆ ยังต้องเผชิญกับความ “ทุกข์ท่วมท้น” ก็มี ในขณะที่อีกคนถูกปรนเปรอด้วยความ “สุขล้นเหลือ” ก็มีเช่นกัน ลองจินตนาการดูเถิดว่า ในสุดโต่งทั้งสองข้างนั้น จิตวิญญาณของเด็กๆ เหล่านั้นจะถูกชักเชิดให้เล่นไปตามบทละครของใคร เขาเหล่านั้นจะมีโอกาสและสามารถเข้าถึง “ชีวิตที่ดีงาม” ได้ด้วยตัวของเขาเองหรือไม่ และอย่างไร

          เราทั้งหลายพร้อมที่จะเชื่อหรือไม่ว่า แท้จริงแล้ว ในใจกลางของชีวิตจิตใจมนุษย์นั้น มีสิ่งวิเศษซ่อนอยู่ อันเป็นแก่นแท้อันทรงคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ที่จะช่วยปลดปล่อยจิตวิญญาณให้เป็นอิสสระ สิ่งนั้นจะเรียกว่า “พุทธะ” หรือความตื่นรู้ก็ตาม แต่กระบวนการสำคัญที่จะเข้าถึงสิ่งนั้นควรจะเรียกว่า “จิตตปัญญา” ได้หรือไม่ เราลองมาพิจารณากันด้วยเรื่องจริงของสองชีวิตน้อยๆ นี้


๒. ชีวิตแรก "ทุกข์ท่วมท้น"

          พ่อแม่ที่ว่ารักลูกยิ่งกว่าชีวิต แต่บางครั้งกลับกลายเป็นพ่อแม่รังแกฉันไปโดยไม่รู้ตัวก็มี ตัวอย่างเช่นนี้ยังมีให้เห็นอยู่เสมอ ดังเช่นเด็กน้อยคนนี้ เด็กดีเด่นประจำห้อง เรียนเก่ง เล่นดี มีวินัย ความประพฤติดี ดูแลเพื่อนและน้องได้ ครอบครัวมีฐานะและการศึกษาดี ดูภายนอกอาจเป็นเด็กที่ครูโล่งใจมองข้ามไปได้โดยไม่ต้องให้การดูแลเป็นพิเศษ แต่ครูที่แท้จริงย่อมสังเกตเห็นความผิดปกติในศิษย์ของตนทุกคน และในกรณีนี้ก็เช่นกัน เด็กน้อยยังคงทำงานดีเลิศสม่ำเสมอ แต่แววตาและ “ใจ” มักเหม่อลอยไม่อยู่กับเรื่องตรงหน้า และด้วยความที่เป็นเด็กดีจึงไม่ค่อยบอกไม่ค่อยอยากให้คนอื่นรู้ว่าตนเองคับข้องหมองใจเพราะอะไร

ครูเริ่มสร้างสะพานแห่งศรัทธาและความไว้เนื้อเชื่อใจ เพื่อให้เขาสามารถเดินออกมาพ้นเมฆหมอกในใจด้วยความรู้สึกปลอดภัย โดยหาโอกาสพูดคุยอย่างเป็นกันเอง ถามไถ่เรื่องใกล้ตัว ฟังโดยไม่ตัดสิน ไม่วิพากษ์วิจารณ์ ทั้งนี้เพราะครูตระหนักดีถึงความรู้สึกของเด็กน้อย ซึ่งไม่ต่างจากชีวิตของครูที่ไม่ได้ราบรื่นเช่นกัน บ่อยครั้งที่ครูเองต้องแบกรับภาระทางใจอันหนักอึ้งโดยไม่รู้ตัว และด้วยความพยายามที่จะประคับประคองสถานการณ์ให้ผ่านไปให้ได้ แต่ครูโชคดีที่ได้มาเป็นครูในโรงเรียนที่พาครูปฏิบัติเจริญสติสัมปชัญญะ เริ่มเข้าใจจิตใจตนเองทีละน้อย กระทั่งตระหนักรู้ว่าไม่จำเป็นต้องไปแบกความทุกข์ของผู้อื่นมาเป็นของตนก็ได้ ชีวิตครูจึงผ่อนคลาย และยอมรับความเป็นไปของบุคคลต่างๆ อย่างที่เขาเป็น

จนกระทั่งเมื่อเกิดความไว้วางใจในครูคนนี้ เด็กน้อยจึงพรั่งพรูเรื่องที่เกิดขึ้นที่บ้านให้ครูฟังว่า คุณพ่อคุณแม่ต่างก็บีบคั้นคาดหวังจากกันและกัน แต่ไม่กล้าพูดต่อหน้ากันเอง จึงผลักภาระมาตกที่ลูก เด็กถูกบีบบังคับให้จำต้องเป็นผู้รับฟังการก่นด่าสาดเสียอารมณ์จากพ่อถึงแม่ จากแม่ถึงพ่อ โดยดุษณี หากไม่ยอมรับฟัง หรือมีความเห็นต่างก็มีสิทธิถูกลงไม้ลงมือ จนเจ็บทั้งกายและใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อแม่ถึงทำอย่างนี้กับตนเอง ความโกรธ ความน้อยใจ ความรู้สึกว่าขาดรัก กำลังเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเขา แต่เขาพยายามเก็บกดกลั้นความรู้สึกของตนเองไว้ภายในเพื่อประคับประคองความรักในครอบครัวเอาไว้ให้ดีที่สุด

          ระหว่างที่เด็กน้อยเล่าระบายความในใจ เป็นชั่วขณะที่ครูเพียงแค่นิ่งฟังและฟังด้วยสติ การฟังนี้ช่างมั่นคงนัก เป็นหลักให้เด็กรู้สึกปลอดภัยจากการถูกวิพากษ์วิจารณ์ ปลอดภัยจากอารมณ์ร่วมที่จะพาฉุดให้ถลำลึกไปในอารมณ์ได้อีก ครูจึงเป็นที่พึ่งให้แก่เขาได้ จากนั้นครูจึงพาเด็กน้อยพลิกมุมมองโดยตั้งคำถามง่ายๆ ว่า “ขณะเผชิญหน้ากันนั้น ใครมีความเครียดมากกว่ากัน?” เด็กน้อยใคร่ครวญแล้วตอบว่า “พ่อแม่เครียดมากกว่า” ครูจึงถามต่อไปว่า เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว “ใครควรจะช่วยใคร?” เด็กน้อยตอบว่าเขาเองควรช่วยเหลือพ่อแม่ แต่เขาจะช่วยได้อย่างไร?

          นี่เป็นคำถามที่ตรงไปตรงมาที่สุด แต่ตอบยากเอาการ ถ้าท่านเป็นครูจะตอบอย่างไร แต่ครูผู้นี้ไม่ได้ตอบทันที หากพาเด็กน้อยย้อนมองการสนทนาระหว่างเขากับครู ว่าด้วยท่าทีเช่นไรเราจึงแลกเปลี่ยนกันได้โดยไม่มีช่องว่างระหว่างกัน เด็กเผยคำตอบเองว่า ครูฟังเขาด้วยดี ไม่มีคำตำหนิหรือติเตียนใครออกจากปากครูเมื่อได้ฟังเรื่องเหล่านั้น ทำให้เขารู้สึกปลอดภัย ครูถามต่อว่า เขาคิดว่าครูฟังอย่างไร และเขาเองจะฟังพ่อ/แม่ด้วยอาการเช่นนั้นได้หรือไม่ ไม่ว่าคำพูดที่ได้ยินจะบาดหูบาดใจเพียงใด แต่ขณะนี้เขารู้แล้วว่าผู้พูดนั้นกำลังตกอยู่ในความเครียดและต้องการความช่วยเหลือ

          ไม่น่าเชื่อว่าหัวใจดวงน้อยๆ ดวงนี้จะเป็นแหล่งกำเนิดความรักความเมตตาที่ยิ่งใหญ่ขึ้นได้ เขารับปากว่าเขาจะทำอย่างที่ครูทำได้ในการเผชิญหน้าครั้งต่อไป และเขาก็ทำจริงๆ เพราะในเวลาต่อมาไม่นาน เขาดูร่าเริงเบิกบานขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ครูสอบถามได้ความว่า เขาลองใช้วิธีฟังอย่างครูแล้ว ได้ผลอย่างไม่น่าเชื่อ คือตัวเขาเองไม่ตกอยู่ใต้อารมณ์นั้นๆไปด้วย เขาได้ยินและเข้าใจความทุกข์ของพ่อแม่มากขึ้น รู้สึกเห็นใจจึงไม่ต้องการโต้ตอบใดๆ และเขาได้เห็นความผ่อนคลายของผู้พูด ที่ได้ระบายสิ่งที่หมักหมมอยู่ในใจออกมาเพราะมีผู้รับฟังที่ดี เมื่อทำบ่อยๆ สถานการณ์แห่งการเผชิญหน้า จึงกลับกลายเป็นห้วงเวลาแห่งการปรับทุกข์ที่ไม่ได้ต้องการคำตอบใดๆ เพียงต้องการการรับรู้จากใครสักคน และยิ่งคนๆนั้นเป็นคนที่เขารักด้วยแล้ว ความอบอุ่นใจจึงกลับมาแทนที่อย่างรวดเร็ว

          ท่านผู้อ่านคงไม่ปฏิเสธว่า นี่คือจิตใจของเด็กน้อยที่น่านับถือน่ายกย่อง เป็นดวงแก้วที่ได้รับการเจียระไน โดยฝีมือของครูธรรมดาคนหนึ่ง ที่เหลียวแลและเอาใจใส่ กระทั่งมองเห็นดวงแก้ววิเศษในตัวคนคนนั้น และสามารถเอื้อมมือเข้ามาเป็นหุ้นส่วนแห่งชีวิตนี้ ด้วยความเชื่อมั่นและได้รับความไว้วางใจอย่างเต็มเปี่ยม ก็ในเมื่อกัลยาณมิตรคู่แรก หรือครูคนแรกของลูกคือพ่อแม่ ไม่ได้ตระหนักถึงบทบาทอันสูงส่งนี้อย่างสมค่าเสียแล้ว ดังนั้นจะเป็นใครอื่นไปไม่ได้ นั่นก็คือกัลยาณมิตรลำดับรองลงมา ครูประจำชั้นผู้ซึ่งมีจิตวิญญาณแห่งความเป็นครู มีเมตตา สามารถพลิกปัญหามาเป็นปัญญา ผ่านกระบวนการจิตตปัญญาฉันกัลยาณมิตร และเชื่อแน่ว่าเด็กน้อยได้ย่างก้าวแรกเข้าสู่เส้นทางชีวิตที่ดีงามแล้ว



ติดตามเรื่องราวต่อไป ได้ที่ จิตตปัญญา…จากครูธรรมดา ตอนที่ 2


มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

Related articles

ศิลปะ ธรรมะ และเด็กดื้อ

ศิลปะ ธรรมะ และเด็กดื้อ

โรงเรียนรุ่งอรุณ
โรงเรียนรุ่งอรุณ

“โอต้องบอกเลยว่าโอเป็นเด็กดื้อ”ลีโอ-ศุภวุฒิ ธีระวัฒนชัย พูดถึงตัวเองสมัยเป็นนักเรียนอยู่ที่โรงเรียนรุ่งอรุณ“จะมาบอกโอว่าปั้นแก้วพันใบ ทำก็ได้ แต่ก็จะไม่ทำ ต้องบอกว่าปั้นแก้วพันใบเพราะอะไร”“ครูทุกคนจะรู้กันว่า มีปฏิบัติธรรม ลีโอหนีไปอีกแล้ว” เขาเล่าถึงวีรกรรมข ...

989 views 09.03.20
ป.๑ เล่น เรียนรู้ สังเกต...ความงามของธรรมชาติรอบตัว

ป.๑ เล่น เรียนรู้ สังเกต...ความงามของธรรมชาติรอบตัว

โรงเรียนรุ่งอรุณ
โรงเรียนรุ่งอรุณ

จากพี่โตในรั้วอนุบาล ก้าวขึ้นมาเป็นน้องเล็กในระดับประถม พบเพื่อนใหม่ คุณครูใหม่ และพื้นที่ใหม่ที่น่าสนใจใคร่รู้ ในหน่วยบูรณาการ “สายลับรอบรั้วรุ่งอรุณ” ระดับชั้น ป.๑ คุณครูจึงออกแบบการเรียนรู้พานักเรียนออกสำรวจสถานที่ที่น่าสนใจในโรงเรียน ให้เด็กๆ ได้สังเก ...

861 views 09.03.20
อย่า "ลุ่มหลงกับการสอนแบบสูตรสำเร็จ"

อย่า "ลุ่มหลงกับการสอนแบบสูตรสำเร็จ"

สํานักงานพระสอนศีลธรรม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
สํานักงานพระสอนศีลธรรม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

นักศึกษาคนหนึ่ง สาขาวิศวกรรมเคมี ปี ๔ ที่ ม.พระจอมเกล้าพระนครเหนือ (ทักเข้ามาในอินบ๊อกเฟสบุ๊ก) เคยเรียนกับพระอาจรย์สมัยตอนอยู่ปี ๒ เล่าให้ฟังว่า พวกเราคิดถึงพระอาจารย์ ชอบบรรยากาศการสอนแบบบั้น บ่นให้ฟังว่า ไม่ชอบให้อาจารย์ (ฆราวาส) มาเปิ ...

818 views 03.03.20
Digital Disruption กับครูไทยในศตวรรษที่ 21

Digital Disruption กับครูไทยในศตวรรษที่ 21

นายธิติ ธีระเธียร
นายธิติ ธีระเธียร

คุณเตรียมพร้อมสำหรับ "วันพรุ่งนี้" แล้วหรือยัง ?ในยุคนี้เราคงจะเคยได้ยินคำว่า Digital Disruption หรือ Disruptive Technology อยู่บ่อยครั้ง คำว่า Disrupt แปลตรงตัวคือ "การหยุดชะงัก" ซึ่งมักถูกใช้ในบริบทของการ "ปฏิรูป" หรือทำอะไรก็ตามเพื่อให้เกิด ...

2283 views 18.03.20
Teacher as a Learning Expert

Teacher as a Learning Expert

โรงเรียนรุ่งอรุณ
โรงเรียนรุ่งอรุณ

Teacher as a Learning Expertในอีก 10 ปี 20 ปี ข้างหน้ายังไม่มีใครจินตนาการได้ว่า โลกจะเป็นอย่างไร? ความท้าทายของครูในวันนี้ คือครูจะเตรียมเด็กให้พร้อมเผชิญโลกที่เปลี่ยนแปลงไปทุกวินาทีนี้ได้อย่างไร?รศ.ประภาภัทร นิยม นักการศึกษาคนสำคัญของไท ...

733 views 09.03.20