ปลูกฝังคุณค่าในตัวลูกให้รู้จัก “รักและเคารพสิทธิในตนเอง”

ปลูกฝังคุณค่าในตัวลูกให้รู้จัก “รักและเคารพสิทธิในตนเอง”

การสอนลูกให้รู้จักดูแลร่างกายไปจนถึงสิทธิในตนเอง เป็นเรื่องที่พ่อแม่ควรให้ความสำคัญ การสอนหรือการพูดคุยแบบไหนจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ควรทำและเหมาะสมกับช่วงวัยของลูก เพื่อปลูกฝังให้ลูกรู้จักคุณค่า รักและเรียนรู้ที่เคารพสิทธิของตนเองและผู้อื่นที่สามารถเริ่มต้นได้จากในครอบครัว ซึ่งมีวิธีการตามแต่ละช่วงวัยดังนี้

1) วัย 0-1 ปี เป็นวัยที่พ่อแม่ต้องตอบสนองเขาให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการอุ้ม กอด หรือการพูดคุย เพื่อให้เด็กรู้ว่าเขามีความสำคัญกับพ่อแม่และให้เขารับรู้ว่าสามารถไว้ใจได้ ขั้นต่อมาในเชิงของการสอนด้านร่างกาย พ่อแม่ควรให้การปกป้อง ดูแล โดยการสอนลูกอย่างไรให้รู้ว่าร่างกายสำคัญ และลูกสามารถยืนหยัดได้ว่าลูกชอบหรือไม่ชอบได้ ฉะนั้น ถ้าหากลูกไม่ชอบ หรือคนที่ไม่รู้จักมาขอสัมผัส พ่อแม่สามารถหยุดและให้การปกป้องลูกก่อน 

เนื่องจากเด็กในวัยนี้ยังไม่สามารถบอกหรือพูดได้และมีภูมิคุ้มกันที่น้อยกว่าเด็กวัยอื่น การกอด หอม จูบ หรือสัมผัสที่มาจากคนอื่นอาจทำให้เด็กติดเชื้อ ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การให้พ่อแม่รับรู้ว่าเด็กรับรู้ได้ถึงการปกป้อง การที่พ่อแม่พูดคุยกับลูกบ่อยๆ จะส่งผลให้เขาคุ้นเคยกับคนมากขึ้น ก่อให้เกิดการรู้จักตนเองและพ่อแม่มากขึ้น

2) วัย 2-3 ปี ด้านพัฒนาการเด็กจะเริ่มมีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เริ่มใช้ร่างกายสำรวจสิ่งต่างๆ รอบตัว เริ่มมีภาษา เริ่มพูดได้บ้าง เรียกขั้นนี้ว่า Autonomy เด็กวัยนี้เริ่มเรียนรู้เรื่องร่างกาย และรู้ว่าอวัยวะส่วนไหน ทำอะไรบ้าง และเริ่มเรียนรู้และแยกได้ว่าใครเป็นใคร ดังนั้น ในวัยนี้ควรสอนในเรื่องการช่วยเหลือ ดูแลตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำ แปรงฟัน แต่งตัว หรือสิ่งที่เด็กสามารถทำอะไรให้ตนเองได้ เพื่อที่เด็กจะได้เรียนรู้เรื่องร่างกายและความสามารถของตัวเอง 

ดังนั้น ถ้าพ่อแม่อยากให้เด็กปกป้องร่างกายตนเองได้ ต้องให้เด็กรู้จักร่างกายตนเองด้วย อาจจะสอนจากนิทาน การใช้ร่างกายจริงและชี้ให้เห็น การลงมือทำ หรือการใช้ตุ๊กตา ที่สำคัญเด็กวัยนี้เริ่มเรียนรู้เรื่องอวัยวะ ซึ่งเป็นสิ่งที่พ่อแม่จะต้องสอน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการขับถ่าย การทำความสะอาด การพูดชื่ออวัยวะตามจริง เพราะว่าเวลาที่เกิดอะไรขึ้นเด็กสามารถระบุได้ หรือแม้แต่การสอนว่าส่วนไหนของร่างกายที่ไม่ควรให้ใครมาจับแม้แต่คนที่ใกล้ชิด คือ บริเวณหน้าอก ปาก ก้น อวัยวะเพศ และขาหนีบ ถ้าหากพ่อแม่มองเป็นเรื่องธรรมชาติและพูดกับลูกได้ เด็กก็จะกล้าพูดกับพ่อแม่มากขึ้น และเนื่องจากพัฒนาการของเด็กในวัยนี้อยู่ในขั้น Phallic และ Genital Stage ซึ่งเป็นช่วงที่คาบเกี่ยวการเรียนรู้และทำความเข้าใจในเรื่องของอวัยวะเพศ ทำให้บางครั้งเด็กชอบจับ เล่นอวัยวะเพศตัวเอง การเบี่ยงเบนความสนใจโดยการหากิจกรรมให้ลูกทำเพื่อสร้างสิ่งสนใจอื่นแทนเป็นสิ่งที่พ่อแม่สามารถทำได้ 

3) วัย 3-5 ปี ช่วงวัยนี้เรียกว่า Belongings หรือการที่เด็กสามารถดูแลของตัวเอง เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า ของเล่น เป็นต้น ซึ่งเด็กวัยนี้จะเริ่มแต่งตัวเองได้บ้าง ถือเป็นเรื่องที่ทำให้เด็กเรียนรู้ถึงความสำคัญในส่วนที่ควรปกป้อง และเป็นการสอนในเรื่องของการช่วยเหลือตัวเองในระดับหนึ่ง 

นอกจากนี้ ยังเป็นเรื่องของการดูแลข้าวของเครื่องใช้ หรือของที่ตัวเองเป็นเจ้าของ เด็กจะรักษาสิทธิของตัวเองได้ โดยเริ่มจากการดูแลของของตัวเองและตัวของเด็กเอง เป็นสิ่งสำคัญที่พ่อแม่จะต้องสอนหรือให้เด็กเรียนรู้โดยเริ่มจากที่บ้านและเริ่มขยายสู่พื้นที่ข้างนอก และถ้าเด็กสามารถยืนหยัดและดูแลของตัวเองได้ เด็กจะค่อยๆ เรียนรู้เรื่องสิทธิของตัวเองและผู้อื่น และที่สำคัญ เมื่อเด็กเรียนรู้ที่จะรักของของตัวเองแล้ว เด็กก็จะได้เรียนรู้สิทธิที่จะแบ่งให้ใครหรือไม่ก็ได้ ทั้งนี้ ในการยืนหยัดของเด็กจะต้องไม่ขัดกับกฎ 3 ข้อ คือ ไม่ทำร้ายผู้อื่น ไม่ทำร้ายตัวเอง และ ไม่ทำให้ข้าวของเสียหาย 

4) วัย 3-6 ปี เป็นเรื่องของหน้าที่ของตัวเอง เด็กที่สามารถปกป้องตัวเองได้ดีจะรู้ว่าตัวเองมีหน้าที่อะไร รู้ว่าแต่ละคนมีสิทธิ์แค่ไหน การถูกละเมิดหรือไม่ไปละเมิดใครควรจะเคารพกฎ 3 ข้อ ส่วนที่สำคัญนอกเหนือจากการถูกละเมิด คือ เด็กจะต้องเห็นคุณค่าของตัวเอง เริ่มจากการที่เด็กดูแลรับผิดชอบตัวเองได้ กล่าวคือ พอเด็กมีหน้าที่เพิ่มขึ้น ได้ช่วยงานบ้าน ไปโรงเรียนเป็นส่วนหนึ่งของห้องเรียน เด็กก็จะมีสายสัมพันธ์กับบุคคลอื่นๆ ได้ ตรงนี้คือการได้รับการยอมรับว่าตัวเขาเองมีคุณค่า 

สิ่งที่สำคัญในวัยนี้ที่พ่อแม่จะสอนได้ คือ การยอมรับในตัวลูก ลดการเปรียบเทียบ การไม่ตำหนิจุดอ่อน มองให้เห็นจุดดี การให้ความชื่นชม สนับสนุน ถ้าเด็กมองเห็นจุดดีของตัวเองได้ เด็กจะค่อนข้างมั่นคง ไม่ให้ใครมาละเมิดหรือกลั่นแกล้งได้ง่าย ทำให้เด็กยืนหยัดความมีคุณค่าในตัวเองและปกป้องสิทธิของตัวเองได้ดี 

ครูเม - เมริษา ยอดมณฑป นักจิตวิทยาเด็กและครอบครัว

เจ้าของเพจ “ตามใจนักจิตวิทยา”

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

เหยื่อการถูกลวนลามออนไลน์ แม่ๆต้องสอนลูกสาวให้รู้ตัวและไหวตัวทัน

เหยื่อการถูกลวนลามออนไลน์ แม่ๆต้องสอนลูกสาวให้รู้ตัวและไหวตัวทัน

Starfish Academy
Starfish Academy

ขณะที่โลกกำลังตื่นเต้นกับการก้าวเข้าสู่ยุค Metaverse เมื่อบริษัทโซเชียล เน็ตเวิร์ก ยักษ์ใหญ่อย่างเฟสบุ๊คส์ โดยมาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Meta เพื่อก้าวเข้าสู่ยุคโลกเสมือนจริงอย่างเต็มตัว แต่กระนั้น แม้เทคโนโลยีจะพัฒนาไปไกล แต่จิตใจของ ...

429 views 27.12.21
เหยื่อการถูกลวนลามออนไลน์ แม่ๆต้องสอนลูกสาวให้รู้ตัวและไหวตัวทัน
10 วิธีแก้เกมลูกแอบรูดบัตรเครดิต แบบพ่อแม่มืออาชีพ

10 วิธีแก้เกมลูกแอบรูดบัตรเครดิต แบบพ่อแม่มืออาชีพ

Starfish Academy
Starfish Academy

เรื่องการถูกแฮกเงินจากบัตรเครดิตหรือบัญชีไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเมื่อมีวิธีป้องกัน มิจฉาชีพก็คิดหาหนทางใหม่ๆในการแฮกเงินเราได้เรื่อยๆ แต่ถ้าการที่เงินของคุณหายจากบัญชี หรือเป็นหนี้บัตรเครดิตจากคนใกล้ตัว จะมีวิธีป้องกันได้อย่างไร? เราจะมาหาคำตอบกันค่ะป้อง ...

93 views 24.01.22
10 วิธีแก้เกมลูกแอบรูดบัตรเครดิต แบบพ่อแม่มืออาชีพ
เตือนภัยพ่อแม่ เมื่อมิจฉาชีพเกลื่อนโซเชียล

เตือนภัยพ่อแม่ เมื่อมิจฉาชีพเกลื่อนโซเชียล

Starfish Academy
Starfish Academy

โลกออนไลน์ที่ใครๆก็อยู่ติดหน้าจอ ซึ่งก็ไม่ได้มีแต่เรื่องดีๆ แน่นอนค่ะวันนี้เราขอมาเตือนภัยคุณพ่อคุณแม่เรื่องมิจฉาชีพออนไลน์ คัดมาเฉพาะ 3 เรื่องใหญ่ๆ ที่เด็กๆ มักถูกหลอกเป็นเหยื่อ ทั้งเรื่องหลอกเอาเงิน ภัยทางเพศ และภัยพนันออนไลน์ ขอบอกเลยว่าเหล่ามิจฉาชีพช่ ...

457 views 05.12.21
เตือนภัยพ่อแม่ เมื่อมิจฉาชีพเกลื่อนโซเชียล