6 วิธีดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษเบื้องต้น

วสันต์ วรรณรัตน์
วสันต์ วรรณรัตน์ 4978 views • 11 เดือนที่แล้ว
6 วิธีดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษเบื้องต้น

ความต้องการพิเศษมีหลายลักษณะ จึงทำให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษในแต่ละคนมีบุคลิก ลักษณะ การแสดงออกที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพความต้องการพิเศษ และความรุนแรงของภาวะนั้น ๆ  เช่น เด็กออทิสติก บางคนมีการหลีกหนีสังคม ไม่สามารถเล่นกับเพื่อนได้ เด็กสมาธิสั้นบางคนไม่สามารถจัดการกับพฤติกรรมหุนหันพลันแล่นของตนเองได้ แต่บางคนสามารถจัดการได้ดี เป็นต้น ในบทความนี้ผู้เขียนจึงนำเสนอ 6 วิธีการดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษเบื้องต้น มาแนะนำแก่ท่านผู้ปกครองเพื่อนำไปปรับประยุกต์ใช้กับบุตรหลานของท่าน ดังนี้

1. ยอมรับ เข้าใจ และให้ความร่วมมือ เบื้องต้นผู้ปกครองต้องยอมรับว่าบุตรหลานเป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษ และเชื่ออยู่เสมอว่าเด็กที่มีความต้องการพิเศษสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้ เมื่อท่านยอมรับแล้ว ท่านจะเกิดความเข้าใจ ในส่วนนี้ทุกคนในบ้านจะต้องยอมรับ และมีความเข้าใจในตัวเด็กร่วมกัน สุดท้ายต้องให้ความร่วมมือ มองเห็นภาพในการพัฒนาเด็กไปในทิศทางเดียวกัน 

2. หาความรู้เพิ่มเติม ในปัจจุบันแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับเด็กที่มีความต้องการพิเศษมีเพิ่มมากขึ้น และการเข้าถึงแหล่งข้อมูลก็สามารถทำได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะแหล่งข้อมูลแบบออนไลน์ ผู้ปกครองสามารถเข้าไปศึกษา หาความรู้เพิ่มเติม เพื่อให้มีความเข้าใจในโรค ภาวะต่าง ๆ หรือพฤติกรรมของบุตรหลาน การค้นคว้าความรู้ที่หลากหลาย จะช่วยให้พบข้อมูลที่จำเป็นต่อการนำมาประยุกต์ใช้ แนะนำผู้ปกครองให้ท่านบันทึกเนื้อหาที่ท่านพบเป็นหัวข้อย่อย ๆ และนำเอาข้อมูลที่บันทึกนั้นมาสังเคราะห์ (สรุปประเด็น) ท่านจะได้ข้อมูลใหม่ ๆ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยหลายหลากที่พร้อมให้ท่านได้ศึกษา นำมาเป็นแนวทางในการประยุกต์ใช้ได้ 

3. จัดตารางกิจกรรม การพัฒนาเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ควรทำให้เป็นกิจวัตร ทำซ้ำ ๆ ฝึกบ่อย ๆ ทบทวนสิ่งเดิม เพิ่มเติมสิ่งใหม่ จะช่วยให้เห็นพัฒนาการของบุตรหลานได้ชัดเจนขึ้น โดยผมแนะนำให้ผู้ปกครองจัดทำตารางกิจกรรม และติดตารางให้เห็นอย่างชัดเจน 

โดยตารางกิจกรรมนี้ ท่านผู้ปกครองสามารถออกแบบเองได้ ตารางกิจกรรมควรประกอบด้วยช่วงเวลา และกิจกรรม ถ้าเป็นเด็กเล็กควรใช้สี ตัวการ์ตูน หรือสัญลักษณ์ต่าง ๆ แทนกิจกรรมที่จะทำ ติดลงบนตารางกิจกรรม จะช่วยให้เด็กเข้าใจได้ง่ายว่าถึงเวลาต้องทำกิจกรรมอะไร ถ้าเป็นเด็กโต สามารถทำเป็นตารางปกติที่มีตัวหนังสือแสดงกิจกรรมและช่วงเวลาได้ ในกรณีที่เป็นเด็กโต แต่ยังไม่เข้าใจเรื่องภาษา สามารถใช้สัญลักษณ์แทนได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของเด็กแต่ละคน การจัดตารางกิจกรรรมจะเป็นเครื่องมือ เพื่อช่วยผู้ปกครองให้ทราบเช่นกันว่าจะต้องเตรียมอุปกรณ์หรือกิจกรรมใดล่วงหน้า และจะเป็นการฝึกให้เด็กมีวินัย เข้าใจ ยอมรับการทำกิจกรรม เพราะถือเป็นช่วงเวลาที่ได้แจ้งล่วงหน้าแล้ว เด็กจะต่อต้านน้อย แต่อย่างไรก็ตามการจัดตารางก็ควรมีความยืดหยุ่น และมีช่วงเวลาที่เหมาะสม ไม่มากหรือน้อยเกินไป 

4. จัดกิจกรรมเสริมง่าย ๆ นอกจากการฝึกประจำที่บุตรหลานจะได้ฝึกกับนักสหวิชาชีพแล้ว ผู้ปกครองควรหากิจกรรมเสริมง่าย ๆ มาใช้เล่นกับบุตรหลาน เพื่อเป็นการเสริมพัฒนาการ และเป็นการเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัวไปพร้อม ๆ กัน กิจกรรมเสริมเหล่านี้อาจจะปรึกษานักสหวิชาชีพ หรือสามารถสืบค้น และประยุกต์ใช้ได้ด้วยตนเอง ยกตัวอย่าง การพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก ผู้ปกครองสามารถใช้กิจกรรมศิลปะ การปั้นดินน้ำมัน การตัดกระดาษ การพับกระดาษ ร้อยลูกปัด มาให้เด็กเล่นได้ เป็นต้น 

กิจกรรมที่นำมาใช้เสริมนี้ควรเป็นกิจกรรมง่าย ๆ ที่เด็กชอบ และควรเป็นกิจกรรมที่มีเป้าหมายซึ่งจะช่วยให้มีพัฒนาการที่ดี กิจกรรมที่มีเป้าหมาย เช่น ปั้นดินดำมันเป็นรูปสัตว์บก 5 ตัว ร้อยลูกปัด 3 เส้นแล้วเอามาทำโมบาย เป็นต้น ถึงแม้ท่านผู้ปกครองจะสามารถนำกิจกรรมต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ได้ แต่ในบางกิจกรรมที่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญนั้น ไม่แนะนำให้ท่านนำมาฝึกเอง เพราะอาจเกิดความผิดพลาดและเกิดความรุนแรงต่อเด็กได้ 

5. ใช้การเสริมแรง การเสริมแรงจะช่วยให้เด็กมีความถี่ในการปฏิบัติกิจกรรมเพิ่มมากขึ้น หรือมีพฤติกรรมที่ดีเพิ่มมากขึ้น การให้การเสริมแรงมีอยู่หลากหลายวิธี ที่ง่ายที่สุดคือ การให้คำชม การสัมผัสเบา ๆ หรือการแสดงท่าทางเพื่อบอกว่าเราพอใจ เช่น เมื่อลูกปั้นดินน้ำมันสัตว์บกได้ ผู้ปกครองชมเด็กว่า “เก่งมากเลยลูก” พร้อมกับทำยกนิ้วโป้ง เป็นสัญลักษณ์ว่าทำได้ดี เป็นต้น หรือผู้ปกครองจะให้สิ่งของเป็นรางวัล หรือใช้การสะสมแต้ม ก็สามารถทำได้ โดยทำการตกลงกับเด็กให้เรียบร้อย และเมื่อเด็กทำได้ตามที่ตกลงกันแล้ว ผู้ปกครองต้องให้รางวัลนั้นทันที และไม่ควรเปลี่ยนข้อตกลงหรือรางวัลหลังการทำกิจกรรมของเด็กเสร็จแล้ว เพราะในครั้งต่อไปเด็กจะไม่ให้ความร่วมมือ กลัวว่าตนจะถูกเอาเปรียบ และไม่ได้รางวัลเหมือนครั้งก่อน ทั้งนี้การเสริมแรง ต้องจัดให้อย่างเหมาะสม ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป และถ้าเป็นสิ่งที่เด็กชอบเด็กจะต้องการและพยายามทำกิจกรรมมากขึ้น

6. ให้กำลังใจ สิ่งสำคัญที่จะช่วยพัฒนาเด็กที่มีความต้องการพิเศษให้ดีขึ้นหรือมีพัฒนาการที่เห็นชัด คือ การให้กำลังใจกันและกัน การมีลูกเป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษไม่ใช่เวรกรรม ดังนั้น อย่าท้อ อย่ามองว่าด้อยคุณค่า อย่ามองว่าเป็นสิ่งประหลาด คนในครอบครัวต้องการกำลังใจ เด็กต้องการกำลังใจ ผู้ปกครองที่ดูแลเด็กก็ต้องการกำลังใจ เราหันมาให้กำลังใจแก่กันและกันดีกว่าครับ ร่วมกันพัฒนาบุตรหลานให้มีพัฒนาการที่ดีขึ้น เมื่อเวลาผ่านไปท่านจะเห็นพัฒนาการของบุตรหลาน และท่านจะยิ้มอย่างมีความสุข 

จากที่กล่าวมาแล้วข้างต้นทั้ง 6 ข้อ เป็นวิธีการดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษเบื้องต้น ซึ่งในแต่ละหัวข้อมีรายละเอียดที่ค่อนข้างมากพอสมควร ผู้เขียนจึงสรุปมาพอสังเขป เพื่อให้ท่านเข้าใจได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีวิธีอีกหลาย ๆ วิธี ที่ท่านจะนำมาประยุกต์ใช้ในการดูแลบุตรหลานของท่าน เมื่อท่านได้ศึกษาท่านจะพบข้อมูลที่มากขึ้นครับ และในบทความต่อไป จะเป็นการขยายเนื้อหาแบบเจาะจงมากขึ้นครับ 

สุดท้ายนี้ผู้เขียนยังอยากเน้นย้ำว่า ครอบครัวเป็นหน่วยสังคมที่จะเป็นผู้ช่วยพัฒนาเด็กได้ดีที่สุดครับ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน และขอให้ท่านมีความสุขกับการดูแลบุตรหลานนะครับ

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

Related Courses

สอนคุณธรรมให้ลูก พ่อแม่ก็ทำได้

ดร.วรวุฒิ แสงเฟือง
ดร.วรวุฒิ แสงเฟือง
2:00 ชั่วโมง
Basic
ด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ
ด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม
ด้านความสัมพันธ์
การรู้จักสังคม

คุณธรรมเป็นพื้นฐานทางจิตใจ นำไปสู่การกระทำที่ดีและถูกต้อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสร้างให้เด็กพร้อมที่จะเผชิญโลก และสังคมปัจจุ ...

ปฐมวัย ประถมศึกษา บทบาทผู้ปกครอง
สอนคุณธรรมให้ลูก พ่อแม่ก็ทำได้

สอนคุณธรรมให้ลูก พ่อแม่ก็ทำได้

ดร.วรวุฒิ แสงเฟือง
ดร.วรวุฒิ แสงเฟือง
146 ผู้เรียน

การส่งเสริมทักษะเด็กออทิสติก

Starfish Academy
Starfish Academy
2:00 ชั่วโมง
Basic
การรู้จักตนเอง
การบริหารจัดการตนเอง

เรียนรู้เกี่ยวกับพัฒนาการด้านต่างๆของเด็กออทิสติก เพื่อให้เป็นตัวช่วยในการออกแบบกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับเด็กกลุ่มนี้

บทบาทผู้ปกครอง บทบาทครู พฤติกรรม
การส่งเสริมทักษะเด็กออทิสติก
เกริกเกรียงไกร ทองคล้าย
เกริกเกรียงไกร ทองคล้าย

การส่งเสริมทักษะเด็กออทิสติก

Starfish Academy
Starfish Academy
821 ผู้เรียน

ทักษะชีวิตสำหรับเด็กออทิสติก

Starfish Academy
Starfish Academy
2:00 ชั่วโมง
เกร็ดความรู้และเคล็ดลับเพื่อพ่อแม่ • Basic
ด้านความสัมพันธ์
การรู้จักตนเอง
การบริหารจัดการตนเอง
การรู้จักสังคม

ออทิสติก เป็นความผิดปกติของพัฒนาการเด็กรูปแบบหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะเฉพาะตัว โดยเด็กไม่สามารถพัฒนาทักษะทางสังคมและการสื่อคว ...

บทบาทผู้ปกครอง การเลี้ยงลูก Parent
ทักษะชีวิตสำหรับเด็กออทิสติก
นางสาวไพลิน ปุกมะ
นางสาวไพลิน ปุกมะ

ทักษะชีวิตสำหรับเด็กออทิสติก

Starfish Academy
Starfish Academy
2223 ผู้เรียน

Related Videos

ออนไลน์ ไม่อ่อนใจ พ่อแม่ลูกต้องเรียนรู้ไปด้วยกัน
23:01

ออนไลน์ ไม่อ่อนใจ พ่อแม่ลูกต้องเรียนรู้ไปด้วยกัน

น้องลูกหว้า : สาวน้อยลูกครึ่งที่หลงใหลในวัฒนธรรมไทย
03:34

น้องลูกหว้า : สาวน้อยลูกครึ่งที่หลงใหลในวัฒนธรรมไทย

สอนลูกรู้จักรักและเคารพสิทธิของตนเอง
08:32

สอนลูกรู้จักรักและเคารพสิทธิของตนเอง

สิทธิในร่างกายแบบไหนที่เรียกว่าอยู่ในขอบเขต
05:59

สิทธิในร่างกายแบบไหนที่เรียกว่าอยู่ในขอบเขต