วิธีเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นเด็ก Home School

Starfish Academy
Starfish Academy 857 views • 1 ปีที่แล้ว
วิธีเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นเด็ก Home School

หลังจากผ่านขั้นตอนรวบรวมข้อมูล วางแผน และเข้าสู่ขั้นลงมือจริงที่จะนำไปสู่การเป็นครอบครัว Homeschool อย่างเต็มตัว ถึงแม้ว่าคุณจะผ่านช่วงเวลาที่ยากที่สุดมาแล้ว นั่นคือ การตัดสินใจทำบ้านเรียน แต่ใช่ว่าหนทางข้างหน้าจะปราศจากอุปสรรค ยิ่งสำหรับครอบครัวที่เพิ่งเริ่มต้น การเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นเด็ก Homeschool ของเด็กๆ อาจไม่ราบรื่นนัก ลองมาดูคำแนะนำเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกันค่ะ

ให้ลูกมีส่วนร่วมวางแผน

เพราะนี่คือการเรียนรู้ของเด็กๆ พวกเขาจึงจำเป็นต้องได้รู้ว่าแผนการต่อจากนี้คืออะไร การออกจากโรงเรียนถือเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต ที่ส่งผลต่อไลฟ์สไตล์ของเด็กๆ โดยตรง พ่อแม่ควรพูดคุยเรื่องเป้าหมายของการทำ Homeschool กับเด็กๆ อย่างตรงไปตรงมา และรับฟังความคิดเห็นของลูก ให้ความสำคัญกับความรู้สึกของเด็กๆ หากรู้สึกว่าลูกมีความกังวลใจ ควรแสดงความเห็นอกเห็นใจ บอกให้ลูกรับรู้ว่าการเปลี่ยนผ่านเป็นช่วงเวลาที่ยากที่สุด แต่เราจะผ่านไปได้ด้วยกัน พ่อแม่พร้อมรับฟังและให้คำแนะนำเสมอ เพราะการทำ Homeschool คือการลงเรือลำเดียวกัน การทำงานเป็นทีมคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายได้

วางแผนและทำให้ถูกหลักเกณฑ์

ไม่ว่าคุณจะเลือกจดทะเบียนกับเขตการศึกษา ฝากชื่อกับศูนย์การเรียนฯ หรือลงทะเบียนเรียนออนไลน์ พ่อแม่ในฐานะผู้จัดการเรียนการสอน ควรศึกษาข้อมูล หลักเกณฑ์ต่างๆ ให้ครบถ้วน เพราะในแต่ละขั้นตอน หน่วยงานต่างๆ จะมีข้อกำหนดและระยะเวลาที่ต้องยื่นเอกสารระบุไว้ หากพลาดไป อาจทำให้ลูกเสียโอกาสที่จะได้รับวุฒิฯ หรือการประเมินในปีนั้นๆ 

นอกจากนี้ พ่อแม่ควรมองล่วงหน้าถึงการเรียนในระดับต่อไป ว่าจะยังทำ Homeschool หรือมีแผนจัดการศึกษาให้ลูกอย่างไรบ้าง เช่น หากยังไม่แน่ใจว่าจะส่งลูกเรียนต่างประเทศ หรือเรียนต่อในเมืองไทย การลงทะเบียนเรียนกับหลักสูตรต่างประเทศเพียงอย่างเดียว ก็อาจทำให้ลูกไม่ได้รับวุฒิการศึกษาเพื่อเรียนต่อในประเทศไทย ดังนั้น จึงอาจจดทะเบียนกับเขตการศึกษาไว้อีกทางหนึ่งด้วย เป็นต้น 

อย่ายกโรงเรียนมาไว้ที่บ้าน

การสร้างบรรยากาศโรงเรียนไว้ในบ้าน เป็นกับดักหนึ่งที่มือใหม่ Homeschool มักเข้าใจผิด คุณอาจจัดโต๊ะให้ลูกนั่งเรียนอย่างดี มีกระดานไวท์บอร์ด จัดตารางเรียน 7 คาบวิชา ตั้งแต่เช้าจรดเย็น ช้าก่อนค่ะ! หยุดถามตัวเองสักนิดว่าที่เราหันมาทำ Homeschool เพราะอะไร? เพราะเราไม่อยากให้ลูกเคร่งเครียดกับการเรียน 7 วิชาในหนึ่งวันหรือเปล่า หากเป็นเช่นนั้น ทำไมเราจึงยกโรงเรียนมาไว้ที่บ้านเล่า?

Homeschool คือการเรียนการสอนที่ยืดหยุ่นที่สุด และพ่อแม่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของครอบครัวได้ เช่น ช่วงเช้า หากแม่ต้องทำงาน เวลานี้ อาจให้เด็กๆ อ่านหนังสือ ทบทวนบทเรียน ทำงานบ้าน หรือกิจกรรมที่เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง พอตกบ่ายจึงเริ่มบทเรียนใหม่กับพ่อแม่ ซึ่งอาจใช้เวลาเพียง 1-2 ชั่วโมงต่อวัน เวลาที่เหลือลองให้ลูกวางแผนเองว่าจะทำอะไรบ้าง คุณอาจพบว่ามีสิ่งใหม่ๆ ให้เรียนรู้ไปพร้อมกับลูกอีกมากมาย

สนุกกับการใช้เวลาร่วมกัน

Homeschool จะประสบความสำเร็จได้ดี หากครอบครัวมีสายสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน หลังจากพาเด็กๆ ออกจากโรงเรียนแล้ว อย่าเพิ่งรีบร้อน เข้าสู่กระบวนการ Homeschool ทันที แต่ลองใช้เวลาช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ให้เป็นเวลาที่น่าจดจำ เช่น อาจชวนกันจัดบ้านสำหรับการเรียนรูปแบบใหม่ ปิดท้ายด้วยการทำอาหารด้วยกัน ออกไปเที่ยวหาประสบการณ์ หรือพักผ่อนเปลี่ยนบรรยากาศ ระหว่างนั้นอาจค่อยๆ พูดคุยกันในครอบครัว หาวิธีที่ลงตัวสำหรับทุกคน ค่อยๆ ทดลองปรับเปลี่ยนไปทีละนิด โดยตั้งเป้าหมายระยะแรกเพียงว่า ให้ครอบครัวได้ใช้เวลาด้วยกันอย่างมีความสุข

เริ่มจากวิชาที่สนใจ

เด็กๆ จะเรียนรู้ได้ดีในวิชาที่พวกเขาชื่นชอบ ดังนั้น ในช่วงเปลี่ยนผ่าน อาจเลือกวิชาที่ลูกสนใจเป็นพิเศษ มาทำการเรียนการสอนก่อนสัก 1-2 วิชา แล้วประเมินว่าผลที่ออกมาเป็นอย่างไร พ่อแม่สามารถถ่ายทอดให้ลูกเข้าใจได้ไหม เด็กๆ คิดเห็นอย่างไรกับการเรียนแบบนี้ เวลามากหรือน้อยเกินไป และจากนี้จะต่อยอดได้อย่างไรบ้าง หัวใจสำคัญคือการรับฟังซึ่งกันและกัน ในระยะเริ่มต้น ยังไม่มีสิ่งใดถูกสิ่งใดผิด ทุกอย่างปรับเปลี่ยนได้เสมอ ให้เวลาทั้งกับตัวเองและเด็กๆ เมื่อผ่านไปสักระยะ ทุกอย่างจะลงตัวได้เอง จนอาจทำให้คุณประหลาดใจ

อย่าตัดลูกจากวิถีชีวิตเดิม

ถึงแม้ว่าเด็กๆ จะไม่ได้ไปโรงเรียนอีกต่อไป แต่หากพวกเขามีสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนๆ และคุณครูที่โรงเรียน ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตัดลูกออกจากวิถีชีวิตแบบเดิม ในช่วงแรกของการทำบ้านเรียน อาจเปิดโอกาสให้ลูกได้กลับไปพบเจอพื่อนๆ หรือคุณครูที่คุ้นเคย หากหลังเลิกเรียน ลูกเคยแวะกินขนมกับเพื่อนที่ร้านประจำ อาจเสนอว่าให้ลูกทำเช่นเดิมได้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง หรือเมื่อมีปัญหาเรื่องบทเรียน อาจให้ลูกเกริ่นกับคุณครูเพื่อขออนุญาตโทรปรึกษาในภายหลัง การทำเช่นนี้ช่วยให้เด็กๆ ไม่รู้สึกว่าพวกเขาถูกตัดขาดจากสภาพแวดล้อที่เขาคุ้นเคย ช่วยให้ลูกปรับตัวได้ง่ายขึ้น 

สุดท้ายแล้ว บทเรียนสำคัญที่ทั้งครอบครัวจะได้เรียนรู้ร่วมกันคือ การเปลี่ยนผ่านไม่เคยเป็นเรื่องง่าย การบอกลาวิถีชีวิตที่คุ้นเคย สู่การใช้ชีวิตแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน อาจเป็นเรื่องน่ากังวล แต่อย่างน้อย คุณก็ไม่ได้เผชิญการเปลี่ยนแปลงเพียงลำพัง ทุกคนต่างต้องปรับเปลี่ยน อาจจะมากน้อยต่างกัน แต่เมื่อมีเป้าหมายเดียวกันแล้ว การเดินทางก็คงไม่โดดเดี่ยวจนเกินไป 

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

Related Courses

โอริกามิ สื่อการพับกระดาษญี่ปุ่น

Starfish Academy
Starfish Academy
2:00 ชั่วโมง
เกร็ดความรู้และเคล็ดลับเพื่อพ่อแม่ • Basic
ด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม

การเรียนรู้เรื่องโอริกามิ การพับกระดาษแบบญี่ปุ่นจะได้เรียนรู้ถึงประวัติความเป็นมา ความหมาย เทคนิคการพับกระดาษ และแนวกา ...

ผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ ผู้สร้างความร่วมมือในการเรียนรู้ ผู้พัฒนาศักยภาพเฉพาะบุคคล
โอริกามิ สื่อการพับกระดาษญี่ปุ่น

โอริกามิ สื่อการพับกระดาษญี่ปุ่น

Starfish Academy
Starfish Academy
613 ผู้เรียน

พัฒนาการด้านอารมณ์สำคัญอย่างไรกับเด็กปฐมวัย

Starfish Academy
Starfish Academy
2:00 ชั่วโมง
เกร็ดความรู้และเคล็ดลับเพื่อพ่อแม่ • Basic
การรู้จักตนเอง

บทเรียนนี้ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ความสำคัญของพัฒนาการ สมรรถนะตามวัย กิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการทางด้านอารมณ์ เน้นการทำกิจกรร ...

ผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ ปฐมวัย การจัดประสบการณ์
พัฒนาการด้านอารมณ์สำคัญอย่างไรกับเด็กปฐมวัย

พัฒนาการด้านอารมณ์สำคัญอย่างไรกับเด็กปฐมวัย

Starfish Academy
Starfish Academy
9813 ผู้เรียน

Collaborative classroom design

Starfish Academy
Starfish Academy
2:00 ชั่วโมง
Editor's Top Pick Collection • Basic
ด้านความร่วมมือการ ทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ

เรียนรู้ทักษะความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ (Collaboration, Teamwork and Leadership) หลักการออกแบบกิ ...

ผู้สร้างความร่วมมือในการเรียนรู้ Active learning ทักษะการเรียนรู้
Collaborative classroom design
นางสาวพรรณปพร จรูญจิตร
นางสาวพรรณปพร จรูญจิตร

Collaborative classroom design

Starfish Academy
Starfish Academy
368 ผู้เรียน

สร้างเด็กปฐมวัยอย่างไรให้มีดนตรีในหัวใจ

Starfish Academy
Starfish Academy
2:00 ชั่วโมง
เทคนิคการออกแบบกิจกรรมรายวิชา • Basic
การรู้จักตนเอง

เรียนรู้ความสำคัญ กิจกรรมดนตรีสำหรับเด็ก การนำเครื่องดนตรีมาจัดประสบการณ์การเรียนรู้และบทบาทของผู้ที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย

เทคนิคการสอน ผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ ผู้สร้างความร่วมมือในการเรียนรู้
สร้างเด็กปฐมวัยอย่างไรให้มีดนตรีในหัวใจ

สร้างเด็กปฐมวัยอย่างไรให้มีดนตรีในหัวใจ

Starfish Academy
Starfish Academy
2101 ผู้เรียน

Related Videos

"Music Movement"
04:40

"Music Movement"

Starfish Academy
Starfish Academy
197 views 3 ปีที่แล้ว
"Music Movement"
การสอนเรื่อง "การคมนาคม" โดยใช้แผนที่จำลอง
04:06

การสอนเรื่อง "การคมนาคม" โดยใช้แผนที่จำลอง

Teacher’s Story คุณอิสยาห์ กองเงิน
05:00

Teacher’s Story คุณอิสยาห์ กองเงิน

Starfish Academy
Starfish Academy
937 views 3 ปีที่แล้ว
Teacher’s Story คุณอิสยาห์ กองเงิน
"ครูอิ้ม" ครูวิทยฯ กับ การสอนบัลเลต์
03:20

"ครูอิ้ม" ครูวิทยฯ กับ การสอนบัลเลต์

โรงเรียนบ้านปลาดาว
โรงเรียนบ้านปลาดาว
1159 views 3 ปีที่แล้ว
"ครูอิ้ม" ครูวิทยฯ กับ การสอนบัลเลต์