เตรียมพร้อมอย่างไรให้ลูกมีทักษะความเป็นผู้นำ

เตรียมพร้อมอย่างไรให้ลูกมีทักษะความเป็นผู้นำ

Starfish Academy
โดย : Starfish Academy
views 729 views • 6 เดือนที่แล้ว • Future Ready

ทักษะความเป็นผู้นำ นับเป็นหนึ่งในทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 ทั้งในแง่การเรียน การทำงานและการใช้ชีวิต ซึ่งทักษะนี้จะช่วยให้เด็ก ๆ มีความมั่นใจ กล้าคิด กล้าตัดสินใจด้วยตัวเอง รวมทั้งบริหารจัดการสิ่งต่าง ๆ ได้โดยไม่เกิดปัญหาตามมาทีหลัง ซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองสามารถเตรียมพร้อมทักษะความเป็นผู้นำให้ลูกได้ผ่านการสอน และกิจกรรมภายในครอบครัวหลากหลายวิธี ซึ่งเราได้นำ 5 วิธีง่าย ๆ ที่จะช่วยเสริมทักษะความเป็นผู้นำให้กับลูกมาฝากกันในบทความนี้ค่ะ

ขอบคุณภาพจาก 8photo

1. ส่งเสริมให้ลูกรู้จักตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นความชอบ ความถนัด จุดเด่น จุดที่ต้องพัฒนา และการรู้เท่าทันความคิด อารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง เพราะการเป็นผู้นำที่ดีนั้นต้องเริ่มจากการรู้จักตัวเองก่อน โดยพ่อแม่ผู้ปกครองสามารถชวนลูกมารู้จักตัวเองให้มากขึ้นผ่านวิธีต่าง ๆ เช่น

  • การถาม หรือชวนคุยถึงกิจกรรมที่เด็ก ๆ ชอบทำ
  • หมั่นถามความต้องการของลูก รวมทั้งเหตุผลของพวกเขา เพื่อให้เขาได้ทบทวนและเข้าใจตัวเองมากขึ้นว่าอยากทำอะไร อยากได้อะไร เพราะอะไร ขณะเดียวกันพ่อแม่ก็จะได้รู้จักลูกของตัวเองดียิ่งขึ้นอีกด้วย
  • สำหรับเด็กเล็กที่ยังมีข้อจำกัดเรื่องภาษา หรือการสื่อสารด้วยการพูด และการเขียน อาจจะให้เด็ก ๆ วาดรูป ระบายสี หรือเลือกรูปภาพสิ่งของต่าง ๆ มาอธิบายถึงตัวตนของเขาแทน

2. ให้ลูกได้ลองแก้ปัญหาด้วยตัวเอง เมื่อเด็ก ๆ เจอปัญหาไม่ว่าจะที่บ้านหรือโรงเรียน ด้วยความเป็นผู้ใหญ่ หลายครั้งที่เราอาจจะเผลอให้คำแนะนำออกไป หรือบอกลูกว่าควรทำแบบไหนซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด แต่หากพ่อแม่ผู้ปกครองอยากจะเสริมทักษะความเป็นผู้นำให้กับลูก สิ่งที่ต้องเพิ่มเข้ามานอกเหนือจากคำแนะนำ คือการถามความคิดเห็นของเด็ก ๆ ต่อปัญหาหรือสถานการณ์นั้น ๆ โดยอาจถามว่าลูกคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้ จะแก้ปัญหานี้อย่างไร ทำไมถึงเลือกวิธีนี้ คิดว่าวิธีที่เลือกจะส่งผลกระทบต่อตัวเองและคนอื่นอย่างไรบ้าง โดยเน้นการถามเพื่อชวนคิด ไม่ได้ถามเพื่อการตัดสินพวกเขา จากนั้นจึงแนะนำแนวทางจากมุมมองของเราเอง พร้อมบอกเหตุผล ส่วนขั้นตอนการตัดสินใจ ควรให้เด็ก ๆ ได้ลองชั่งน้ำหนักเลือกวิธีการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง เพื่อให้เขาได้ฝึกคิด ยิ่งถ้าเขาสามารถแก้ไขปัญหานั้นได้สำเร็จ เด็ก ๆ ก็จะเกิดความมั่นใจและภูมิใจในตัวเอง พร้อมเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่กล้าคิดกล้าตัดสินใจ

ขอบคุณภาพจาก jcomp

3. พูดคุยกับลูกเหมือนคุยกับผู้ใหญ่ ในที่นี้หมายถึงการพูดคุยด้วยเหตุผลจริง ๆ เช่น เปลี่ยนจากการขู่เด็ก ๆ ให้กลัวว่า ถ้าเข้านอนดึกเดี๋ยวจะฝันร้ายนะ เป็นการบอกเหตุผลว่า ถ้านอนดึกจะส่งผลกระทบต่อเด็ก ๆ อย่างไรบ้าง ทั้งเหตุผลจากมุมมองของพ่อแม่ผู้ปกครอง และมุมมองของลูก ซึ่งจะช่วยให้เด็ก ๆ ได้เข้าใจถึงปัญหา สาเหตุ และทางแก้ไขตามหลักความเป็นจริง นอกจากนี้ พ่อแม่ผู้ปกครองควรพูดถึงข่าวสารบ้านเมืองที่เกิดขึ้นให้เด็ก ๆ ฟังบ้าง เพื่อให้พวกเขาพอได้รับรู้เรื่องราวนอกตำราเรียน และเตรียมพร้อมเผชิญโลกความเป็นจริง แต่อาจจะต้องปรับวิธีการสื่อสารโดยใช้ภาษาที่เด็ก ๆ เข้าใจได้ง่าย และยกตัวอย่างเรื่องใกล้ตัวให้เขาได้เห็นภาพมากขึ้น

4. ให้เด็ก ๆ ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ เช่น การเลือกเมนูอาหารที่อยากทาน เลือกเสื้อผ้า เลือกสถานที่เที่ยวในวันหยุด เลือกเรียนในสิ่งที่ชอบ ฯลฯ แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นการตามใจให้ลูกทำทุกอย่างที่อยากทำ แต่เป็น “การรับฟัง”และ “แลกเปลี่ยน” ความคิดเห็น และความต้องการของเขา แล้วช่วยกันคิดว่าทางเลือกไหนจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

5. ฝึกทักษะการฟัง วิธีที่ง่ายที่สุดคือเริ่มจากการฟังลูกอย่างตั้งใจ เพื่อให้เขาได้เรียนรู้และซึมซับการเป็นผู้ฟังที่ดีไปจากผู้ใหญ่ หรืออาจจะใช้การแสดงบทบาทสมมติ ลองเล่นเกมกับเด็ก ๆ ในวันหยุด เช่น ให้เด็ก ๆ จับคู่กัน หรือพ่อแม่จับคู่กับลูก แล้วตั้งกติกาดังนี้               

  • ให้มีหนึ่งคนพูด หนึ่งคนฟัง ซึ่งคนฟังจะต้องไม่พูดแทรกระหว่างนั้น                                   
  • เมื่อฟังจบจะต้องเล่าเนื้อหา และแสดงความรู้สึกออกมาให้ได้แบบผู้พูดให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้                                                                                                                                     
  • สลับกันเป็นผู้พูด และผู้ฟัง กิจกรรมนี้จะช่วยให้เด็ก ๆ ได้ฝึกการฟังอย่างตั้งใจ การสังเกต และการจับประเด็น ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเป็นผู้นำ และการทำงานร่วมกับผู้อื่นในอนาคต

นอกจาก 5 ข้อข้างต้นยังมีอีกหลายวิธีที่จะช่วยเสริมสร้างทักษะความเป็นผู้นำให้กับลูก แต่ก็ยังคงยืนยันเช่นเคยว่าสิ่งสำคัญที่สุดของการสอนเด็ก ๆ คือการเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นผู้ใหญ่และผู้นำที่ดีให้กับลูก ซึ่งท้ายที่สุดแล้วเด็ก ๆ จะค่อย ๆ เรียนรู้และซึมซับจากการกระทำของผู้ใหญ่รอบตัวเขานั่นเอง

ขอบคุณข้อมูลจาก

https://extension.psu.edu/programs/betterkidcare/early-care/tip-pages/all/leadership-and-children

https://www.unicefkidpower.org/leadership-activities-for-kids/

https://thepotential.org/knowledge/leadership-environment-for-kids/

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

Digital Disruption กับครูไทยในศตวรรษที่ 21

Digital Disruption กับครูไทยในศตวรรษที่ 21

นายธิติ ธีระเธียร
นายธิติ ธีระเธียร

คุณเตรียมพร้อมสำหรับ "วันพรุ่งนี้" แล้วหรือยัง ?ในยุคนี้เราคงจะเคยได้ยินคำว่า Digital Disruption หรือ Disruptive Technology อยู่บ่อยครั้ง คำว่า Disrupt แปลตรงตัวคือ "การหยุดชะงัก" ซึ่งมักถูกใช้ในบริบทของการ "ปฏิรูป" หรือทำอะไรก็ตามเพื่อให้เกิด ...

6246 views 23.11.20
Digital Disruption กับครูไทยในศตวรรษที่ 21
Leadership ทักษะที่ควรมีในศตวรรษที่ 21

Leadership ทักษะที่ควรมีในศตวรรษที่ 21

Starfish Academy
Starfish Academy

ความเป็นผู้นำฉบับ ‘How to’ จาก คาริน เฮิร์ท (Karin Hurt) และ เดวิด ดาย (David Dye) นักพูดและเทรนเนอร์ระดับโลกเรื่องภาวะผู้นำ เจ้าของหนังสือรางวัล Winning Well : A Manager’s Guide to Getting Results Without Losing Your ...

793 views 05.03.21
Leadership ทักษะที่ควรมีในศตวรรษที่ 21
10 Skills ที่โลกต้องการในอนาคต

10 Skills ที่โลกต้องการในอนาคต

Starfish Academy
Starfish Academy

อย่างที่เรารู้กันปัจจุบันแค่ทักษะในอาชีพนั้น อาจไม่เพียงพอแล้วเพราะWorld Economic Forum เปิดเผยในรายงาน Future of Jobs ที่คาดการณ์ไว้ว่า ในระหว่างปี 2015-2020 มนุษย์จะตกงานทั้งหมดสุทธิแล้วประมาณ 5.1 ล้านคนทั่วโลก เกิดขึ้นจากการ disrup ...

1850 views 23.11.20
10 Skills ที่โลกต้องการในอนาคต