รวมถ้อยคำทำร้ายลูก ที่พ่อแม่อาจพูดไปโดยไม่ตั้งใจ

รวมถ้อยคำทำร้ายลูก ที่พ่อแม่อาจพูดไปโดยไม่ตั้งใจ

การพูดเป็นการสื่อสารที่สำคัญในทุกสังคมค่ะ โดยเฉพาะครอบครัวของเรา การพูดจายิ่งสำคัญ และบางครั้งการเลี้ยงลูกก็มักมีหลายสิ่งที่เข้ามากระทบค่ะ เราอาจจะพูดบางคำออกไปโดยไม่คิด หรือด้วยอารมณ์ก็ตาม คำพูดเหล่านี้อาจส่งผลเสียมากกว่าที่เราคิดก็เป็นได้

เราเข้าใจดีว่าหลายครั้งคุณพ่อคุณแม่ก็พูดเพราะหวังดี แต่เราอยากจะฝากมุมมองในอีกแบบให้คุณพ่อคุณแม่ฉุกคิดได้ว่า ข้อความที่เราไม่รู้สึกอะไร หรือเคยได้ยินกันจนชินนั้น อาจจะแฝงการทำร้ายจิตใจลูกอย่างสาหัสก็เป็นได้ วันนี้เรารวบรวมประโยคที่คุณพ่อคุณแม่อาจพูดออกไปโดยไม่ตั้งใจ แต่ทำร้ายลูกได้มากกว่าที่คิดมาบอกกันค่ะ 

“ไม่เห็นจะมีอะไรเลย? อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่...”

เรื่องบางเรื่อง อาจจะเป็นเรื่องเล็กสำหรับผู้ใหญ่ เพราะเราผ่านเรื่องนี้มาไม่รู้กี่ครั้ง แต่สำหรับเด็ก และวัยรุ่นที่ยังไม่มีประสบการณ์ เรื่องเล็กของเราอาจจะเป็นเรื่องใหญ่ของเขาได้เสมอค่ะ แทนที่จะทำให้ลูกรู้สึกว่าเรื่องที่เขาเผชิญนั้นไม่ใช่เรื่องที่ยาก แต่คำพูดแบบนี้กลับทำให้ลูกรู้สึกว่าเขากำลังถูกดูถูก และโวยวายเกินเหตุ ทำให้ดูเหมือนตัวเองเป็นคนด้อยความสามารถที่ไม่อาจจัดการกับปัญหาได้

“โตแล้ว ไม่ต้องกลัว….”

เรื่องของ “ความกลัว” เกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัยค่ะ ไม่จำเป็นว่าจะเป็นเด็ก หรือผู้ใหญ่ เพราะจริง ๆ แล้ว ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็มีความกลัวกันทั้งนั้น เราเข้าใจค่ะว่าคุณพ่อคุณแม่นั้นหวังดี อยากให้ลูกโตเสียที เลิกกลัวกับบางอย่างที่คุณพ่อคุณแม่คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่การบอกเขาให้ไม่ต้องกลัว เพราะโตแล้ว จะเป็นการทำให้ลูกรู้สึกว่าพ่อแม่ละเลยความรู้สึกของเขา ไม่สนใจในความรู้สึก“กลัว”หรือความต้องการที่พึ่งของเขา

“อย่า…. อย่า…. อย่า….”

คำว่า “อย่า” นั้น หยุดพฤติกรรมร้าย ๆ ของลูกได้ก็จริงค่ะ แต่หยุดได้เพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น  เอาจริงแล้ว “อย่า” เป็นคำพูดเชิงต่อต้าน ที่จะส่งผลต่อพฤติกรรมต่อต้านรูปแบบอื่น ๆ ตามมา ยิ่งถ้าลูกเป็นวัยต่อต้าน ไม่ว่าจะเด็กหรือวัยรุ่น การพูด “อย่า” คือการท้าทายให้เขาไปทำ เหมือนยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ เพราะฉะนั้นการลดคำพูดว่า “อย่า” ย่อมดีกว่าอย่างแน่นอนค่ะ 

“ดูคนนั้น คนนี้สิ เขายังทำได้เลย….”

คำพูดเปรียบเทียบ เป็นอีกหนึ่งถ้อยคำที่ทำร้ายลูกได้มากกว่าที่คิดค่ะ แทนที่ลูกจะทะเยอทะยาน เพื่อแข่งขันให้เท่ากับคนที่พ่อแม่เปรียบเทียบ แต่การพูดเปรียบเทียบจะทำให้ลูกรู้สึกด้อยค่า และยังเป็นการทำลายความเชื่อมั่น ความกระตือรือร้น รวมถึงสร้างความเข้าใจผิดว่าพ่อแม่รักเขาน้อยลงอีกด้วย

“แน่ใจเหรอ ว่าจะทำได้”

เป็นอีกหนึ่งคำพูดบั่นทอนจิตใจลูกอีกแล้วค่ะ หลายคนอาจจะคิดว่าไม่เห็นมีอะไรเลย สำหรับพ่อแม่ อาจจะดูเหมือนถามย้ำเพื่อความมั่นใจเท่านั้นเอง แต่รู้ไหมคะว่า การพูดแบบนี้ตัดทอนกำลังใจลูกไม่พอ ยังเป็นการดูถูกความสามารถ และลดคุณค่าเขาอีกด้วย ทำให้เขารู้สึกว่า หรือตัวเขาไม่มีความสามารถพอที่จะทำอะไรใหม่ ๆ ได้ และอาจทำให้เขาขาดความมั่นใจในตัวเองไปเลย 

คำพูดประชดประชัน 

การพูดประชด หรือพูดกินแหนงแคลงใจ เป็นคำพูดที่ทำให้ลูกเสียใจ และเกิดภาพในใจที่ไม่ดี เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อตัวเอง ในเด็กเล็ก นอกจากเขาจะไม่เข้าใจในการพูดประชด และตีความผิด ๆ ไปเป็นความหมายโดยตรง (โดยพัฒนาการเด็กจะเข้าใจคำพูดที่ไม่ใด้มีความหมายตรง ๆ ได้ ก็เข้า 8-10 ปี) แต่เมื่อเขาโตจนเข้าใจแล้ว การพูดประชดก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดี รังแต่จะทำให้ลูกหงุดหงิด เสียใจ และเกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อตัวเอง

“ดำ” “อ้วนเป็นหมูแล้ว” ฯลฯ

บางครั้งคำพูด “ล้อเล่น” “ล้อเลียน” ที่มากเกินไปหรือบ่อยเกินไป ไม่ใช่เรื่องตลกและไม่น่าสนุกแล้ว เพราะนอกจากจะทำลายความมั่นใจของลูก ยังสร้างความน้อยเนื้อต่ำใจ ทำให้เด็กรู้สึกว่าสิ่งนั้นเป็นปมด้อยของเขา ทำให้เขามีอารมณ์โกรธโดยไม่จำเป็น กลายเป็นคนโกรธง่าย หรือขี้โมโหเพราะมีคนไปล้อเลียนเขาเกินไป ที่สำคัญลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น การพูดล้อเลียนปมด้อยต่าง ๆ อาจจะติดเป็นนิสัยของเขาไปด้วยเพราะเห็นว่าการพูดแบบนี้เป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน

และนี่คือเรื่องของ “คำพูด” ที่แม้จะไม่ใช่อาวุธแต่ทำร้ายคน ๆ นึงได้มากกว่าด้วยซ้ำ เพราะคำพูดร้าย ๆ อาจไม่สร้างบาดแผลที่กาย แต่บาดแผลที่ใจนั้นเก็บฝังลึกยาวนานเลยทีเดียว ดังนั้นหากดึงสติสักนิด “คิดก่อนพูด” สักหน่อย คำพูดของเราก็จะไม่ทำร้ายลูกโดยไม่ตั้งใจอย่างแน่นอนค่ะ

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

สร้างความมั่นใจให้ลูกผ่าน “การฝึกพูดกับตัวเอง”

สร้างความมั่นใจให้ลูกผ่าน “การฝึกพูดกับตัวเอง”

Starfish Academy
Starfish Academy

เมื่อเด็ก ๆ ต้องพูดหน้าชั้นเรียน เตรียมตัวเข้าห้องสอบ หรือลองทำอะไรใหม่ ๆ อาจจะเกิดอาการตื่นเต้นหรือไม่มั่นใจขึ้นมาได้ ซึ่งนอกจากการให้กำลังใจเด็ก ๆ แล้ว อีกวิธีหนึ่งที่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับลูกได้ คือการฝึกให้เขารู้จักพูดกับตัวเอง หรือเรียกอีกอย่างหนึ่ง ...

825 views 23.11.20
สร้างความมั่นใจให้ลูกผ่าน “การฝึกพูดกับตัวเอง”
5 วิธีสานสัมพันธ์กับลูกวัยทีน

5 วิธีสานสัมพันธ์กับลูกวัยทีน

Starfish Academy
Starfish Academy

พ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้องดูแลลูกหลานวัยทีน คงมีเรื่องให้กลุ้มใจ ปวดหัวกับพฤติกรรม ความคิดที่เปลี่ยนไปของลูกบ่อยๆ ใช่ไหมคะ? หนูน้อยที่เคยน่ารัก พูดอะไรก็เชื่อฟัง หรืออย่างน้อยๆ หลอกล่อเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจบ้างก็ได้ผล แต่มาตอนนี้เด็กๆ เหล่านั้น เติบโตเป็นตัวขอ ...

1282 views 14.09.20
5 วิธีสานสัมพันธ์กับลูกวัยทีน
ทำอย่างไรเมื่อลูกเป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษในวัยเรียน : ร่วมด้วยช่วยกัน

ทำอย่างไรเมื่อลูกเป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษในวัยเรียน : ร่วมด้วยช่วยกัน

Starfish Academy
Starfish Academy

จากคราวที่แล้วผมได้แนะนำผู้ปกครองให้สังเกตบุตรหลานหลังจากที่ได้รับข้อมูลจากโรงเรียน ดังนี้ 1) เปิดใจรับฟัง 2) สังเกตพฤติกรรมเพิ่มเติม 3) ทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ 4) ตัดสินใจและเปิดใจยอมรับ และ 5) หาแนวทางช่วยเหลือทางการศึกษาร่วมกับครู และนักสหวิ ...

17964 views 13.10.20
ทำอย่างไรเมื่อลูกเป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษในวัยเรียน : ร่วมด้วยช่วยกัน