บริหารโรงเรียนอย่างไรให้เด็กมีความสุขและปลอดภัย

บริหารโรงเรียนอย่างไรให้เด็กมีความสุขและปลอดภัย

ท่ามกลางกระแสสังคมปัจจุบัน ข่าวเด็กนักเรียนถูกละเมิดสิทธิในโรงเรียน ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ถูกแพร่กระจายเป็นอย่างมากในโลกออนไลน์ และข่าวที่เกิดขึ้นนี้เองคงจะเป็นสิ่งที่สังคม รวมถึงพ่อแม่ ผู้ปกครองรู้สึกกังวลใจเป็นอย่างมากในเรื่องของความปลอดภัยของบุตรหลานเมื่ออยู่ในโรงเรียน

ในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปลาดาว ที่อยู่ภายใต้การบริหารงานของมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม เราได้มีการดูแลบริหารจัดการโรงเรียน โดยเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองได้มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนอยู่เสมอ วัตถุประสงค์ในการดำเนินการของเราคือ “ให้การศึกษาที่มีคุณภาพ และมีประสิทธิภาพ” ซึ่งจะทำให้เด็กมีทักษะ และความรู้เพื่อความเจริญก้าวหน้าในศตวรรษที่ 21

โรงเรียนบ้านปลาดาวได้นำเอา พรบ.คุ้มครองเด็กมาใช้ในโรงเรียน เพื่อให้เด็ก ๆ มีความสุข และได้รับความปลอดภัยในสถานศึกษา อีกทั้ง ยังเป็นการสร้าง “ความตระหนัก” และ “จิตสำนึก” ของความเป็นครู ให้แก่บุคลากรทุกคนในโรงเรียน ว่าต้องปฏิบัติกับเด็ก ๆ ด้วยความเสมอภาคเท่าเทียมกัน เคารพในเกียรติ และความเป็นส่วนตัวของเด็ก และไม่ล่วงละเมิดเด็กทั้งทางด้านร่างกาย และทางจิตใจ

“ธรรมชาติของมนุษย์มักจะมีความโกรธ และมีอารมณ์เมื่อพบเจอกับสิ่งที่เรารู้สึกไม่พอใจ” ครูผู้สอนและครูพี่เลี้ยงจะเป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดกับเด็กมากที่สุด เมื่อเด็กไม่สามารถทำตามที่ตนเองคาดหวังไว้ก็อาจจะมีความโกรธ และไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ พรบ.คุ้มครองเด็กจะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่สามารถช่วยเหลือครู และพี่เลี้ยง หรือเจ้าหน้าที่ทุกคนได้ โดยที่โรงเรียนบ้านปลาดาวเราได้นำเอา พรบ.คุ้มครองเด็กเข้ามาใช้กับบุคคลากรทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียน และจัดให้มีการอบรมเรื่อง พรบ. คุ้มครองเด็กให้กับบุคลากร ทุก ๆ ปีการศึกษา เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักถึงสิทธิเด็ก และการไม่ละเมิดสิทธิเด็ก ซึ่งทุกคนจะต้องทำความเข้าใจ และลงนามยอมรับปฏิบัติตาม พรบ.คุ้มครองเด็กอย่างเคร่งครัด นั่นหมายความว่า ทุกคนตั้งแต่ระดับผู้อำนวยการ ครู ครูพี่เลี้ยง และเจ้าหน้าที่ทุกคน ไม่สามารถละเมิดสิทธิเด็กได้ ไม่ว่าจะเป็นทั้งร่างกาย และจิตใจ หากพบว่ามีบุคลากรใดที่มีพฤติกรรมละเมิดสิทธิของเด็กใน 4 ด้าน ตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กได้แก่

  1. สิทธิที่จะมีชีวิตรอด ได้รับการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐาน มีสันติภาพ และความปลอดภัย
  2. สิทธิที่จะได้รับการพัฒนา มีครอบครัวที่อบอุ่น ได้รับการศึกษาที่ดี และภาวะโภชนาการที่เหมาะสม
  3. สิทธิที่จะได้รับการปกป้องคุ้มครอง ให้รอดพ้นจากการทำร้าย การล่วงละเมิด การละเลย การนำไปขาย การใช้แรงงานเด็ก และการแสวงประโยชน์โดยมิชอบในรูปแบบอื่นๆ
  4. สิทธิในการมีส่วนร่วม ในการแสดงความคิดเห็น แสดงออก การมีผู้รับฟัง และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องที่มีผลกระทบกับตนเอง

พฤติกรรมเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้บริหารโรงเรียนไม่สามารถยอมรับได้ แต่เหนือสิ่งอื่นใด การพัฒนาบุคลากรของโรงเรียนก็เป็นสิ่งสำคัญ คือ ครูจะต้องมีความเป็นครู มีความเข้าใจในธรรมชาติของเด็กและยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคล เรียนรู้ที่จะปรับตัวไปพร้อมกับเด็ก ๆ และสร้างวินัยในเชิงบวกให้กับเด็ก ๆ ผ่านการทำกิจกรรมโดยเน้นประสบการณ์จริงร่วมกันในโรงเรียน เพื่อให้เด็กได้มีความรู้สึกว่าเขาจะปลอดภัย และมีความสุขเมื่อมาโรงเรียน

ดังนั้นจึงอยากจะเชิญชวนผู้บริหารสถานศึกษาได้นำเอา พรบ.คุ้มครองเด็กมาใช้ในสถานศึกษาโดยเฉพาะสถานศึกษาที่มีเด็กเล็ก เพื่อเป็นแนวทาง และเป็นกฎระเบียบที่ครูและบุคลากรทางการศึกษาพึงปฏิบัติในเรื่องของการไม่ละเมิดสิทธิเด็ก ยังสามารถใช้เป็นนโยบายเชิงบวกในการปรับพฤติกรรมเด็ก โดยรับฟังและให้ความสำคัญกับการแสดงความคิดเห็น ความต้องการของเด็ก แก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้อยู่ร่วมกันในโรงเรียน และในสังคมได้อย่างมีความสุข

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

แนวทางการสอนแบบ “ฟินแลนด์” ที่ครูไทยก็ทำได้

แนวทางการสอนแบบ “ฟินแลนด์” ที่ครูไทยก็ทำได้

Starfish Academy
Starfish Academy

เมื่อกล่าวคำว่า “การศึกษาฟินแลนด์” หลายคนคงได้ยินกันมาบ้างแล้วว่านั่นคือการศึกษาที่ดีที่สุดในโลก Pasi Sahlberg นักการศึกษาชั้นนำของฟินแลนด์และของโลก ผู้เขียนหนังสือ Finnish Lessons 2.0 เกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษาในฟินแลนด์ ได้แนะนำวิธีที่จะทำให้เกิด ...

787 views 06.05.20
แนวทางการสอนแบบ “ฟินแลนด์” ที่ครูไทยก็ทำได้
พัฒนาทักษะการคิดของลูกด้วย “วินัยเชิงบวก”

พัฒนาทักษะการคิดของลูกด้วย “วินัยเชิงบวก”

Starfish Academy
Starfish Academy

หากกล่าวถึง “การสร้างวินัยให้กับลูก” หลายคนคงนึกถึงการกำหนดกฎเกณฑ์ที่เคร่งครัด มีบทลงโทษเพื่อให้จดจำ เช่น การดุ การตีด้วยมือหรือไม้เรียว เพราะเชื่อว่าเมื่อเด็กรู้สึกเจ็บปวด พวกเขาจะไม่ทำพฤติกรรมเดิมอีก เหมือน “คำสั่ง” ที่พ่อแม่ผู้หวังดีเลือกใช้กับลูกของตัวเ ...

579 views 03.09.20
พัฒนาทักษะการคิดของลูกด้วย “วินัยเชิงบวก”
เหตุผลที่เชื้อโควิดในเด็กรุนแรงน้อยกว่าผู้ใหญ่

เหตุผลที่เชื้อโควิดในเด็กรุนแรงน้อยกว่าผู้ใหญ่

Starfish Academy
Starfish Academy

คุณพ่อคุณแม่จะเห็นได้ว่า จากการรายงานข่าวหรือสรุปยอดผู้ช่วยทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่วนใหญ่แล้วเราจะพบว่าเป็นผู้ใหญ่กันทั้งนั้น โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ทำให้เป็นที่น่าสังเกตว่าเจ้าไวรัสโควิด-19 นี้มันถึงไม่ค่อยมีผลกระทบต่อตัวเด็กมากเหมือนผู้ใหญ่เลย การแพร่กร ...

2446 views 17.08.20
เหตุผลที่เชื้อโควิดในเด็กรุนแรงน้อยกว่าผู้ใหญ่