ทำอย่างไรให้ลูกรู้จักควบคุมตัวเอง

ทำอย่างไรให้ลูกรู้จักควบคุมตัวเอง

บางคนอาจจะเคยได้ยินเรื่องการทดสอบมาร์ชเมลโล่ (the marshmallow test) ของคุณ Walter Mischel โดยการวางมาร์ชเมลโล่หนึ่งชิ้นไว้ตรงหน้าเด็ก ๆ แล้วบอกพวกเขาว่า สามารถกินมาร์ชเมลโล่ชิ้นนี้ได้เลย หรือรอกินมาร์ชเมลโล่สองชิ้นเมื่อผู้ทำการทดลองกลับมา ซึ่งพบว่าเด็กกลุ่มที่รอและไม่กินขนมชิ้นแรก มีผลการประเมินตอนโตทั้งด้านสุขภาพ คะแนนสอบ การใช้สารเสพติด ระดับสติปัญญา ไปจนถึงชีวิตการแต่งงานนั้นออกมาดีกว่าเด็ก ๆ กลุ่มที่กินมาร์ชเมลโล่ชิ้นแรกทันทีหรืออดทนรอได้ไม่นาน ดังนั้น ความอดทนรอคอย (Delayed Gratification) จึงเป็นสิ่งที่ควรปลูกฝังตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะส่งผลต่อการใช้ชีวิตในวัยผู้ใหญ่ของแต่ละคนด้วย

ขอบคุณภาพจาก https://bit.ly/30gsZFC

ความอดทนรอคอยนี้ ต้องอาศัยทักษะสำคัญอย่างหนึ่งที่เรียกว่า การควบคุมตัวเอง (self-control) ซึ่งเป็นความสามารถในการยับยั้งชั่งใจ ควบคุมอารมณ์ ความคิด และพฤติกรรม เมื่อเผชิญกับสิ่งที่ล่อตาล่อใจหรือแรงกระตุ้นบางอย่าง โดยสามารถฝึกฝนได้ตั้งแต่วัยเด็ก โดยเฉพาะวัยก่อนเข้าเรียน (Preschoolers) คืออายุประมาณ 3-5 ปี เพราะเป็นช่วงเตรียมพร้อมก่อนจะออกไปสู่สังคมภายนอก โดยพ่อแม่ผู้ปกครองสามารถนำเทคนิคต่อไปนี้ ไปปรับใช้กับการสอนลูกให้มีทักษะการควบคุมตัวเอง (self-control) ได้ 

1.ไม่นำสิ่งล่อตาล่อใจมาวางไว้ใกล้ ๆ เด็ก เพราะเด็ก ๆ ยังไม่ได้ผ่านการเรียนรู้ที่จะควบคุมตัวเองได้มากเท่าผู้ใหญ่ ดังนั้นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลมเลยน่าจะดีกว่า เช่น การไม่วางขนมหวานไว้ใกล้มือเด็ก ๆ แต่ถ้าเป็นเด็กที่โตขึ้นมาหน่อยก็อาจจะใช้วิธีการสอนให้พยามอยู่ห่างจากสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ เช่น เวลาทำการบ้านให้วางมือถือห่างจากตัวหรือปิดเสียงแจ้งเตือนไปก่อนจะได้ไม่วอกแวกบ่อย ๆ

2.ใช้รางวัลให้เป็นประโยชน์ โดยใช้หลักการเดียวกับการทดสอบมาร์ชเมลโล่ที่มีเงื่อนไขว่าถ้าเด็ก ๆ รอเขาจะได้ผลตอบแทนที่ดีกว่า ดังนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองอาจจะอธิบายให้เขาเห็นภาพ หรือบอกเงื่อนไขว่าถ้าเด็ก ๆ รอแล้วจะได้ผลตอบแทนคุ้มค่ากว่าการไม่รออย่างไร และถ้าเด็ก ๆ ทำตามเงื่อนไขก็ต้องไม่ผิดสัญญากับเขา ไม่อย่างนั้นอาจจะได้ผลตรงกันข้าม เพราะเขาจะรู้สึกว่าการอดทนรอคอยของเขานั้นไม่สำคัญและไม่ได้คุ้มค่ากับผลที่ได้รับ 

ขอบคุณภาพจาก https://bit.ly/3n1zVQK 

3.เปลี่ยนจากความรู้สึกว่า ‘ต้องทำ’ เป็น ‘อยากทำ’ เพราะเด็กบางคนอาจจะไม่ได้ขาดทักษะการควบคุมตัวเอง (self-control) เสมอไป แต่ขาดแรงจูงใจในเรื่องนั้น ๆ เช่น เด็กชาย A ไม่สามารถทำการบ้านให้เสร็จก่อนออกไปเล่นกับเพื่อน ๆ ซึ่งบางทีการบ้านวิชาที่เด็กชาย A ทำอาจจะเป็นวิชาที่เขาไม่ชอบหรือเรียนไม่เข้าใจในโรงเรียน โดยไม่ได้เป็นแบบนี้กับทุกวิชา เราเลยต้องทั้งสังเกตและถามเหตุผลของลูกก่อน ถ้าเขาทำไม่ได้อาจจะช่วยสอนการบ้านหรือหาทางแก้ปัญหาอื่น ๆ อย่างการหาสื่อการสอนวิชานี้ที่เข้าใจง่ายและเหมาะสำหรับเด็กมาให้ลูกเรียนรู้ เช่น วีดิโอ การ์ตูน เกม ของเล่น หนังสือภาพ ฯลฯ

4.สอนให้ลูกรู้จักอารมณ์ของตัวเอง ปกติเวลาลูกร้องไห้งอแง หรือทำลายข้าวของ เราอาจจะใช้วิธีบอกให้หยุดทำ หรือขู่ให้เด็ก ๆ กลัว ซึ่งอาจจะได้ผลในระยะสั้น แต่สิ่งที่จะช่วยให้เด็ก ๆ หยุดพฤติกรรมในระยะยาวได้คือ การเข้าใจอารมณ์ของตัวเอง และการเข้าอกเข้าใจ (empathy) ผู้อื่นว่าการกระทำของเขาส่งผลกระทบต่อคนอื่นอย่างไรบ้าง ซึ่งจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าผู้ใหญ่ไม่แสดงให้เห็นถึงความเข้าอกเข้าใจเด็ก ๆ ก่อน โดยพ่อแม่ผู้ปกครองสามารถเริ่มได้ง่าย ๆ จากการถามถึงอารมณ์ความรู้สึกของเด็ก ๆ พร้อมทั้งชวนคิดถึงสาเหตุของอารมณ์เหล่านั้นว่ามาจากไหน โดยไม่รีบตัดสินว่าถูกหรือผิด แต่เน้นให้เขากล้าพูดอย่างเปิดใจ เพื่อให้เข้าใจ และรู้เท่าทันอารมณ์ตัวเองมากยิ่งขึ้น

5.ชวนเล่นเกมฝึกทักษะการควบคุมตัวเอง ช่วงวันหยุดหรือเวลาว่างก็สามารถปลูกฝังทักษะการควบคุมตัวเองผ่านเกมสนุก ๆ ให้ลูกได้เรียนรู้ได้แบบเนียน ๆ อย่างเด็กที่ชอบเต้นและขยับร่างกาย ก็สามารถใช้ ‘เกมเต้นแล้วหยุด’ ได้โดยเปิดเพลงให้เด็ก ๆ เต้น พร้อมกติกาว่าต้องหยุดเต้นทันทีที่เพลงหยุด แล้วกลับมาเต้นใหม่เมื่อได้ยินเสียงเพลงอีกครั้ง หรืออาจจะเพิ่มกติกาให้เต้นเร็วในเพลงช้า เต้นช้าในเพลงเร็วก็ช่วยฝึกให้เขารู้จักควบคุมร่างกายและทำตามกฎกติกามากยิ่งขึ้น (ติดตามเกมอื่นๆ  ได้ใน https://aboutmom.co/features/self-control-games/15141/ ) หรือเด็กยุคใหม่ที่ถนัดเล่นเกมในมือถือหรือไอแพด ก็มีเกมทำอาหารอย่าง ‘family style : co-op kitchen’ ที่ต้องเล่นเป็นทีม โดยเด็ก ๆ จะได้ฝึกความอดทนและการควบคุมตัวเอง ผ่านการรอสมาชิกในทีมส่งต่อวัตถุดิบมาให้ เรียกได้ว่าเป็นเกมที่เด็กเล่นได้ ผู้ใหญ่เล่นดี สนุกได้ทั้งครอบครัวเลยทีเดียว (ติดตามเกม Multiplayer สำหรับครอบครัวเพิ่มเติมได้ใน https://blog.startdee.com/เกม-multiplayer )


ขอบคุณข้อมูลจาก

https://www.parentingscience.com/teaching-self-control.html 

https://www.facebook.com/PsychologyChula/posts/1007269599387453:0 

https://www.psychologytoday.com/intl/basics/self-control 

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

ทำอย่างไรเมื่อลูกเป็น Learning Disabilities (LD)

ทำอย่างไรเมื่อลูกเป็น Learning Disabilities (LD)

Starfish Academy
Starfish Academy

เมื่อเด็ก ๆ มีปัญหาด้านการเรียน เช่น อ่านไม่คล่อง งานไม่เสร็จ เรียนช้า คะแนนน้อย ฯลฯ ปัญหาเหล่านี้อาจจะไม่ได้มาจากการไม่ตั้งใจเรียน หรือความขี้เกียจของเด็ก ๆ เสมอไป แต่เป็นสัญญาณที่พ่อแม่ควรสังเกตลูกว่ามีความผิดปกติด้านความบกพร่องในการเรียนรู้ ห ...

3072 views 22.10.20
ทำอย่างไรเมื่อลูกเป็น Learning Disabilities (LD)
Parenting Learning Series Ep.5 “ทำความเข้าใจธรรมชาติ และสมองของวัยรุ่น”

Parenting Learning Series Ep.5 “ทำความเข้าใจธรรมชาติ และสมองของวัยรุ่น”

Starfish Academy
Starfish Academy

เพราะวัยรุ่น คือ วัยอลวนที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับตัวเองมากมาย เช่น ทางร่างกาย ทางสมอง ทางฮอร์โมน หรือแม้แต่พื้นฐานการเลี้ยงดูตอนวัยเด็ก ก็ล้วนมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ และพฤติกรรมของเด็กในช่วงวัยรุ่นได้เช่นกันแล้วในฐานะคุณพ่อคุณแม่ที่ ...

1527 views 03.05.21
Parenting Learning Series Ep.5 “ทำความเข้าใจธรรมชาติ และสมองของวัยรุ่น”
Disrespectful ไม่เคารพผู้ใหญ่ ปัญหาแห่งยุคสมัยที่พ่อแม่ยุคใหม่ต้องเผชิญ

Disrespectful ไม่เคารพผู้ใหญ่ ปัญหาแห่งยุคสมัยที่พ่อแม่ยุคใหม่ต้องเผชิญ

Starfish Academy
Starfish Academy

“เลิกเล่นโทรศัพท์แล้วไปทำการบ้านได้แล้วนะลูก” คุณแม่ส่งเสียงบอก เมื่อลูกสาวได้ยินคำพูดของแม่ ก็กระแทกโทรศัพท์ลงบนโซฟา กรอกตามองบน ก่อนลุกเดินหนีไปอย่างไม่พอใจ“ทำรายงานที่คุณครูสั่งเสร็จหรือยังนะ” แม่เอ่ยถามลูกชายขณะที่กำลังกินอาหารเย็น“โห! ทำไมแม่ต้ ...

6749 views 02.09.20
Disrespectful ไม่เคารพผู้ใหญ่ ปัญหาแห่งยุคสมัยที่พ่อแม่ยุคใหม่ต้องเผชิญ