ลูก "ฝันร้าย" อาจไม่ใช่เรื่องเล็ก

Starfish Academy
Starfish Academy 7772 views • 2 ปีที่แล้ว
ลูก "ฝันร้าย" อาจไม่ใช่เรื่องเล็ก

เสียงลูกร้องจ้า และตื่นกลางดึกบ่อยๆ บางครั้งถึงขั้นสะดุ้งตัวโยน บางรายก็ถึงกับฉี่รดที่นอนกันเลย นั่นอาจจะเป็นสัญญาณว่าลูกโดนเจ้า “ฝันร้าย” เล่นงานซะแล้ว เรามาดูกันดีกว่าว่าความฝันเกิดจากอะไร และเราจะรับมือกับฝันร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นกับลูกของเราได้อย่างไร

ลูกฝันร้าย เพราะอะไร

การฝันร้ายในเด็กเล็กนั้น อาจจะเกิดจากความเหนื่อยล้ามากๆ หรือเกิดจากสถานการณ์, เหตุการณ์, สิ่งแวดล้อมที่เด็กๆ ได้รับก่อนเข้านอนหรือได้รับในแต่ละวัน เช่น หากเด็กได้ชมภาพยนตร์หรือโทรทัศน์ หรือแม้แต่คลิป Youtube ที่มีภาพหรือเสียงที่น่ากลัว หรือมีความรุนแรง พอถึงเวลานอนตอนกลางคืนเด็กๆ ก็มักจะฝันร้าย 

ดังนั้นไม่ควรให้เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีชมภาพที่น่ากลัว มีความรุนแรง ควรให้ลูกได้ชมเรื่องราวที่ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ให้ความรู้ สร้างเสริมปัญญาจากในสื่อต่างๆ ที่น่ากลัวคือ Youtube บางช่องหรือบางรายการก็มีเนื้อหาที่น่ากลัวสำหรับเด็ก แต่ผู้ใหญ่คาดไม่ถึง จึงต้องคอยดูรายการที่ลูกดูไปด้วย หรือไม่ก็ควรตั้งค่าให้แสดงเฉพาะเนื้อหาสำหรับเด็กเท่านั้น

รวมถึงไม่ควรขู่หรือหลอกให้เด็กกลัว โดยเฉพาะช่วงก่อนเข้านอน อาจจัดกิจกรรมให้มีการผ่อนคลายก่อนเข้านอน เช่น เล่านิทาน สวดมนต์ หรือ เปิดเพลงเบาๆ ก่อนเข้านอน 

รู้ได้อย่างไรว่าลูกฝันร้าย 

ในเด็กเล็ก 1-2 ขวบจะเริ่มมีอาการฝันร้าย คือการสะดุ้งตื่นกลางดึกและร้องไห้ แต่ในเด็กเล็กอาจจะยังไม่รู้ว่านั่นคือฝันร้าย แค่รับรู้ว่าไม่ใช่เรื่องที่ดี กว่าเด็กจะเริ่มรู้และแยกแยะความจริง และความฝันได้ ก็เมื่ออายุประมาณ 3-4 ขวบ นั่นคือเมื่อเขาสามารถสื่อสารถึงเรื่องราวที่ฝันได้นั่นเอง

เมื่อลูกฝันร้ายควรทำอย่างไร?

ถ้าเด็กอายุยังน้อยจะตื่นขึ้นมาร้องไห้จนกว่าพ่อแม่จะมาปลอบโยน เด็กที่อายุ 2-5 ปี ที่แยกห้องนอนกับแม่แล้วจะวิ่งมาหาพ่อแม่และขอนอนด้วย แต่หากโตกว่านี้ก็จะรู้ว่าเป็นเพียงฝันร้ายเขาก็จะนอนหลับต่อได้เอง เมื่อลูกเข้าหา หรือเมื่อเราสังเกตว่าลูกฝันร้าย ควรกอดลูกเอาไว้และพูดกับลูกช้าๆ เมื่อลูกสงบลงแล้วก็พูดกับลูกด้วยความอ่อนโยนอีกครั้ง บอกให้รู้ว่า แม่อยู่เป็นเพื่อนแล้ว ไม่ต้องกลัว ให้เขาสงบแล้วหลับต่อเอง ทั้งนี้อาจไม่จำเป็นต้องเปิดไฟ หรือพาไปล้างหน้า เพราะอาจทำให้ลูกตื่นจนกลับไปนอนหลับยาก

เมื่อฝันร้ายไม่ได้อยู่แค่ในฝัน แต่ยังทำร้ายสุขภาพ 

ฝันร้ายทำร้ายสุขภาพลูกได้มากกว่าที่คิด เพราะเด็กเล็กนั้นช่วงการนอนหลับไม่เพียงเป็นช่วงที่ร่างกายซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ยังเป็นช่วงที่เซลล์ต่างๆกำเนิดใหม่อีกด้วย ทั้งเซลล์สมองและเซลล์ร่างกาย 

นอกจากนี้ยังมีผลต่อการเรียน การพักผ่อนไม่พอเพียงในตอนกลางคืน อาจทำให้เด็กขาดสมาธิในการเรียน หรือเรียนไม่รู้เรื่อง หรืออาจจะง่วงขณะเรียน บางคนอาจจะเครียด และเก็บไปคิดมากได้

ล่าสุดทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอร์วิก ระบุว่า การฝันร้าย ฝันผวา หรือมีอาการกรีดร้อง ขยับแขนขาระหว่างนอนหลับยาว ทำให้เด็กมีความเสี่ยงสูงขึ้นที่จะมีปัญหาภายในจิตใจ โดยเด็กวัย 12 ปี ที่มีอาการฝันร้ายมีความเสี่ยงสูงจะมีปัญหามากกว่าปกติถึง 3.5 เท่า ขณะที่เด็กที่มีอาการฝันผวามีโอกาสป่วยทางใจเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า

วิธีลดฝันร้ายให้กลายเป็นดี

  • เข้านอนอย่างเป็นเวลา 

ถ้าเป็นเด็กเล็กควรเข้านอนแต่หัวค่ำ ให้ฝึกเป็นนิสัย และที่ห้องนอนของลูกอาจจะมีตุ๊กตาตัวโปรดเป็นเพื่อนที่เค้าชอบ ไว้เป็นเพื่อนแก้เหงาเค้าก็ได้ เพื่อให้เด็กๆมีจิตใจสงบลดอาการฝันร้ายได้

  • กิจกรรมก่อนเข้านอน 

ควรที่จะเป็นกิจกรรมที่เบาๆ ไม่ควรมีการเล่นกีฬาหนักๆ หรือการดูทีวี ดูหนัง ที่มีฉากน่ากลัวหรือสยองขวัญ งดเครื่องดื่มที่ผสมกาเฟอีน หรือ การทานอาหารที่หนักมากเกินไป จะผลต่อระบบย่อยอาหารทำให้หลับยากและเสี่ยงต่อฝันร้าย

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

Related Courses

การรู้จักตนเอง การบริหารจัดการตนเอง
basic
2:00 ชั่วโมง

การส่งเสริมทักษะเด็กออทิสติก

เรียนรู้เกี่ยวกับพัฒนาการด้านต่างๆของเด็กออทิสติก เพื่อให้เป็นตัวช่วยในการออกแบบกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับเด็กกลุ่มนี้

Starfish Academy
Starfish Academy
การส่งเสริมทักษะเด็กออทิสติก
Starfish Academy

การส่งเสริมทักษะเด็กออทิสติก

Starfish Academy
เกร็ดความรู้และเคล็ดลับเพื่อพ่อแม่
ด้านความสัมพันธ์ การรู้จักตนเอง การบริหารจัดการตนเอง การรู้จักสังคม
basic
2:00 ชั่วโมง

ทักษะชีวิตสำหรับเด็กออทิสติก

ออทิสติก เป็นความผิดปกติของพัฒนาการเด็กรูปแบบหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะเฉพาะตัว โดยเด็กไม่สามารถพัฒนาทักษะทางสังคมและการสื่อคว ...

Starfish Academy
Starfish Academy
ทักษะชีวิตสำหรับเด็กออทิสติก
Starfish Academy

ทักษะชีวิตสำหรับเด็กออทิสติก

Starfish Academy
2685 ผู้เรียน
ด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ ด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ด้านความสัมพันธ์ การรู้จักสังคม
basic
2:00 ชั่วโมง

สอนคุณธรรมให้ลูก พ่อแม่ก็ทำได้

คุณธรรมเป็นพื้นฐานทางจิตใจ นำไปสู่การกระทำที่ดีและถูกต้อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสร้างให้เด็กพร้อมที่จะเผชิญโลก และสังคมปัจจุ ...

ดร.วรวุฒิ แสงเฟือง
ดร.วรวุฒิ แสงเฟือง
สอนคุณธรรมให้ลูก พ่อแม่ก็ทำได้
ดร.วรวุฒิ แสงเฟือง

สอนคุณธรรมให้ลูก พ่อแม่ก็ทำได้

ดร.วรวุฒิ แสงเฟือง
สอนลูกเรื่องการดูแลสุขภาพ
ด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ ด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา
basic
2:00 ชั่วโมง

ทำอย่างไรให้ลูกปลอดภัยจากโรคติดต่อ Covid-19

โรคโรคติดต่อ Covid-19 กำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลกอย่างรวดเร็วเพื่อให้ทุกคนรู้เท่าทันโรค รู้จักป้องกันตนเองและเด็กไม่ให้ติดต่อ โ ...

Starfish Academy
Starfish Academy
ทำอย่างไรให้ลูกปลอดภัยจากโรคติดต่อ Covid-19
Starfish Academy

ทำอย่างไรให้ลูกปลอดภัยจากโรคติดต่อ Covid-19

Starfish Academy
7581 ผู้เรียน

Related Videos

ตอนที่ 3 สัมพันธภาพ ความรัก & ความผูกพัน
11:57
สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล

ตอนที่ 3 สัมพันธภาพ ความรัก & ความผูกพัน

สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล
130 views • 2 ปีที่แล้ว
ตอนที่ 3 สัมพันธภาพ ความรัก & ความผูกพัน
ตอนที่ 2 ก้าวแรก   เมื่อลูกเป็นเด็กพิเศษ
16:40
สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล

ตอนที่ 2 ก้าวแรก เมื่อลูกเป็นเด็กพิเศษ

สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล
300 views • 2 ปีที่แล้ว
ตอนที่ 2 ก้าวแรก เมื่อลูกเป็นเด็กพิเศษ
Starfish Trend Talk | EP.2 | : คำพูดกดทับที่ครูและผู้ปกครองไม่ควรใช้กับเด็ก
41:00
Starfish Academy

Starfish Trend Talk | EP.2 | : คำพูดกดทับที่ครูและผู้ปกครองไม่ควรใช้กับเด็ก

Starfish Academy
70 views • 2 เดือนที่แล้ว
Starfish Trend Talk | EP.2 | : คำพูดกดทับที่ครูและผู้ปกครองไม่ควรใช้กับเด็ก
ออนไลน์ ไม่อ่อนใจ พ่อแม่ลูกต้องเรียนรู้ไปด้วยกัน
23:01
Starfish Academy

ออนไลน์ ไม่อ่อนใจ พ่อแม่ลูกต้องเรียนรู้ไปด้วยกัน

Starfish Academy
76 views • 6 เดือนที่แล้ว
ออนไลน์ ไม่อ่อนใจ พ่อแม่ลูกต้องเรียนรู้ไปด้วยกัน