ผลการสอบ O-NET ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ประจำปีการศึกษา 2568 เพิ่งประกาศออกมา และตัวเลขที่เห็นสะท้อนให้เห็นปัญหาที่สะสมมาต่อเนื่องหลายปี เมื่อดูค่าเฉลี่ยระดับประเทศ พบว่าทุกวิชาลดลงจากปีก่อน และเมื่อเทียบกับปี 2566 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้น ภาพที่เห็นยิ่งน่ากังวลขึ้นไปอีก
ที่มา: สถาบันทดสอบการศึกษาแห่งชาติ— ค่าเฉลี่ยระดับประเทศ คะแนนเต็ม 100
คะแนนไม่ได้แค่ “ยังต่ำ” แต่ยังคงลดลงเรื่อยๆ
สิ่งที่น่ากังวลกว่าตัวเลขปีล่าสุดคือแนวโน้ม สามปีซ้อน ไม่มีวิชาใดฟื้นตัวได้จริง
ภาษาไทย หล่นไปเกือบ 10 คะแนนในสามปี จาก 57 เหลือ 47 นั่นหมายความว่านักเรียนโดยเฉลี่ยทำคะแนนได้ไม่ถึงครึ่งของข้อสอบ
คณิตศาสตร์ อยู่ที่ 24.90 คะแนน ต่ำที่สุดในบรรดาทุกวิชา และต่ำกว่าเกณฑ์ที่บ่งบอกว่านักเรียนมีความเข้าใจพื้นฐานอย่างมีนัยสำคัญ
วิทยาศาสตร์ มีสัญญาณฟื้นตัวเล็กน้อยในปี 2567 แต่ในปี 2568 คะแนนกลับดิ่งลงอย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นว่าการฟื้นตัวในช่วงสั้นไม่ได้เกิดจากพื้นฐานที่แข็งแรงจริง
ข้อสรุปที่ชัดเจนคือ การสูญเสียการเรียนรู้ในช่วงโควิดยังไม่ได้รับการแก้ไข และการปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไม่มีมาตรการที่ตรงจุด ตัวเลขก็จะยังคงลดลงต่อไป
ไทย มีคะแนนลดลงคล้ายกับอีกหลายประเทศ — แต่บางประเทศทำได้ดีกว่า
ลองเปรียบเทียบกับผลการสอบ PISA ปี 2565 ซึ่งเป็นการทดสอบมาตรฐานระดับโลกสำหรับนักเรียนอายุ 15 ปีในกว่า 80 ประเทศ ผลปี 2565 แสดงให้เห็นการลดลงที่ชันที่สุดในประวัติการสอบ: คะแนนคณิตศาสตร์เฉลี่ยลง 17 คะแนน
ตารางที่ 2: คะแนน PISA 2565 แยกตามประเทศ
ที่มา: OECD PISA 2022
ใครตกมากที่สุด?
เนเธอร์แลนด์ (−26) และเยอรมนี (−25) ตกหนักที่สุดในกลุ่มประเทศตะวันตก สหรัฐอเมริกาลดลง 13 คะแนน และเมื่อรวมกับผล NAEP พบว่าสหรัฐอเมริกายังไม่ฟื้นตัวสู่ระดับก่อนโรคระบาด
ใครรักษาระดับไว้ได้?
ญี่ปุ่นและสิงคโปร์ ไม่เพียงรักษาคะแนนไว้ แต่ยังทำคะแนนได้ดีขึ้นด้วย สำหรับไทย คะแนนคณิตศาสตร์ PISA ลดลงถึง 394 จาก 419 ในปี 2561 เท่ากับคะแนนที่หายไป 25 คะแนน มากกว่าค่าเฉลี่ย OECD ที่ −17 คะแนน ช่องว่างระหว่างไทยกับค่าเฉลี่ย OECD ด้านคณิตศาสตร์ยังอยู่ที่ 78คะแนน
เปรียบเทียบคณิตฯ · อ่าน · วิทย์ PISA 2561 และ 2565
ตารางด้านล่างแสดงคะแนนทั้ง 3 วิชาสำหรับทุกประเทศ เปรียบระหว่างปี 2561 (ก่อนโควิด) และ 2565 (หลังโควิด)
ตารางที่ 3: คะแนน PISA สามวิชา ปี 2561–2565
ที่มา: OECD PISA Results Volume I (2019 และ 2023)
ปัญหาที่ลึกกว่าคะแนนสอบคือ สิ่งที่ตัวเลขมองไม่เห็น
ผล O-NET และ PISA บอกเราได้มาก แต่ยังมีอีกมิติหนึ่งที่ข้อสอบวัดไม่ได้ และอาจส่งผลระยะยาวมากกว่าคะแนนวิชาการเสียอีก
เด็กเล็กที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด การศึกษาในปี 2568 พบว่าเด็กที่อยู่ในวัยก่อนเรียนช่วงที่โรงเรียนปิดในยุคโควิด มีพัฒนาการที่ล้าหลังอย่างชัดเจน ทั้งด้านความคิด การควบคุมตัวเอง และทักษะสังคม โดย 61% ของเด็กกลุ่มนี้ได้คะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของเด็กในวัยเดียวกันก่อนโรคระบาด แม้ตอนนี้พวกเขากลับมาเรียนในโรงเรียนแล้วก็ตาม
นักเรียนโตกลับมาได้ยากกว่า ยิ่งเด็กอายุมากเมื่อตอนโรงเรียนปิด ยิ่งตามทันได้ยาก นักเรียนที่อยู่ในช่วงชั้นประถมปลายถึงมัธยมต้นระหว่างที่โรงเรียนหยุดเรียน คือกลุ่มที่ยังไม่ฟื้นตัวมากที่สุดจนถึงปัจจุบัน
การขาดเรียนเรื้อรัง โรงเรียนทั่วโลกรายงานตรงกันว่าหลังเปิดเรียนใหม่ การขาดเรียนเรื้อรังเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เด็กหลายคนชินกับการไม่ไปโรงเรียนในช่วงโควิดและพฤติกรรมนั้นยังคงอยู่ การขาดเรียนบ่อยทำให้การเรียนรู้ไม่ต่อเนื่อง และยิ่งซ้ำเติมปัญหาที่มีอยู่แล้ว
ความสนใจและแรงจูงใจในการเรียนลดลง ครูหลายคนสังเกตว่านักเรียนในยุคหลังโควิดมีสมาธิสั้นลง ปรับตัวกับการนั่งเรียนในห้องได้ยากขึ้น และสนใจในเนื้อหาวิชาการน้อยลง ส่วนหนึ่งเพราะช่วงเวลาสำคัญในการสร้างนิสัยการเรียนหายไปในช่วงปิดโรงเรียน
สุขภาพจิตที่เปราะบางกว่าเดิม ข้อมูลจากหลายประเทศพบว่าความเครียด ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้าในกลุ่มเด็กและวัยรุ่นเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนหลังโรคระบาด สิ่งเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการเรียนรู้ เพราะเด็กที่มีภาระทางอารมณ์หนักย่อมรับความรู้ได้น้อยลง
ผลกระทบที่อาจยาวไปถึงอนาคต ยูนิเซฟประมาณว่าเด็กที่สูญเสียการเรียนรู้ไปหนึ่งปีอาจได้รับผลกระทบด้านรายได้และโอกาสในชีวิตยาวนานถึงสามปี หากไม่มีการช่วยเหลือที่เพียงพอ ในปี 2569 นี้ เด็กที่ได้รับผลกระทบในช่วงโควิดกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงชั้นที่สำคัญของชีวิต หน้าต่างแห่งโอกาสกำลังแคบลงทุกปี
ประเทศที่ปรับตัวได้
ญี่ปุ่นและสิงคโปร์แสดงให้เห็นว่าระบบการสอนที่แข็งแกร่งและการตอบสนองที่รวดเร็วสามารถป้องกันการสูญเสียการเรียนรู้ได้เกือบทั้งหมด สำหรับผู้บริหารโรงเรียน ข้อมูลชี้ให้ทำสี่สิ่งอย่างเร่งด่วน
- รู้ว่านักเรียนแต่ละคนขาดตรงไหน — ใช้การประเมินวินิจฉัยเป็นรายคน ไม่ได้มองแค่คะแนนรวม
- ลงทุนในการสอนเสริมที่มีโครงสร้าง — กลุ่มเล็ก เวลาเพิ่มเติม ติดตามผลจริง
- ดูแลทั้งตัวเด็ก ไม่ใช่แค่คะแนน — เด็กที่มีปัญหาสุขภาพจิต ขาดแรงจูงใจ หรือขาดเรียนบ่อย ต้องได้รับการดูแลควบคู่กับการเรียนเสริม
- สลักความสำคัญไปที่นักเรียนที่ต้องการมากที่สุดก่อน — ช่องว่างระหว่างนักเรียนรายได้สูงและรายได้ต่ำกำลังกว้างขึ้นทุกปี
ผล O-NET ปี 2568 ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มที่ชัดเจนมาสามปี และสอดคล้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัญหาไม่ได้อยู่แค่ในห้องสอบ แต่อยู่ในห้องเรียน อยู่ในบ้าน และอยู่ในตัวเด็กทุกคนที่ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมา การสูญเสียการเรียนรู้ไม่ได้แก้ไขตัวเองได้ ญี่ปุ่นและสิงคโปร์พิสูจน์แล้วว่าทำได้ แต่ต้องอาศัยความตั้งใจและการลงมือทำอย่างเป็นระบบ
ผลการทดสอบระดับชาติไม่ได้เป็นเป้าหมายของการศึกษา แต่สามารถเป็นตัวชี้วัดหนึ่งได้ถึงคุณภาพการศึกษาที่มีในประเทศ การมีเครื่องมือวัดหลายแบบทั้งเชิงข้อสอบและสมรรถนะจึงเป็นสิ่งสำคัญในการที่จะพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างรอบด้าน
ที่มา:
O-NET – สถาบันทดสอบการศึกษาแห่งชาติ www.niets.or.th/
NAEP 2567 NCES – www.nationsreportcard.gov/reports/reading/2024/g4_8/
PISA 2565 OECD – www.oecd.org/en/publications/pisa-2022-results-volume-i_53f23881-en.html
Harvard CEPR – cepr.harvard.edu/education-recovery-scorecard