Self-directed Learning ฝึกนักเรียนกำกับตัวเองให้มั่นคงได้อย่างไรท่ามกลางโลกที่แปรปรวน
ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตตั้งแต่ตื่นเช้า ยันเข้านอน หรือที่เรียกได้ว่าเป็นยุคของ Internet of things คือ ยุคที่ทุกสิ่งเชื่อมโยงและสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ผ่านอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นบน Cloud หรือผ่านเครื่องมือสื่อสารกัน ทำให้มนุษย์อย่างเราเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร เรื่องราวของผู้คนผ่านสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ได้อย่างไม่มีขีดจำกัด
ผลกระทบของการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร หรือเล่นโซเชียลได้อย่างไม่มีขีดจำกัด มีทั้งด้านบวกและด้านลบ ตัวอย่างของด้านบวก เช่น มนุษย์สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ใหม่ๆ จนกระทั่งสร้างนวัตกรรมที่สามารถอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆได้ หรือสามารถติดต่อสื่อสารกับคนที่รักผ่านเครื่องมือสื่อสารเพียงเครื่องเดียว ส่วนผลกระทบด้านลบก็มีมากเช่นกัน เพราะการใช้โซเชียลมีเดียมากเกินไปอาจทำให้เกิดภาวะเสพติดได้ (Social Addiction) ส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจ และยังเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดโรคซึมเศร้า เครียด สมาธิสั้น และไบโพลาร์ได้ อีกทั้งยังทำให้คนเรามีปฏิสัมพันธ์ลดลง เรียกร้องความสนใจ สมาธิสั้น ไม่จดจ่อต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือไขว้เขวจากเป้าหมาย ได้ง่าย เพราะใช้เวลาทั้งหมดไปกับการเล่นโซเชียลทั้งวัน เป็นต้น
ดังนั้น วิธีการเรียนรู้แบบ Self-Directed Learning จึงเป็นกระบวนการที่สำคัญมากในโลกยุคปัจจุบัน เพราะจะช่วยฝึกให้ผู้เรียนสามารถกำกับตัวเองให้มีสมาธิจดจ่อและมีจิตใจที่มั่นคง ไม่ไขว้เขวต่อเป้าหมายจนกระทั่งสามารถทำงานได้สำเร็จ และเมื่อนักเรียนเกิดทักษะ Self-directed หรือการกำกับตัวเองได้แล้ว ไม่ว่าข้อมูลข่าวสาร หรือสิ่งล่อใจรอบตัวจะมีมากแค่ไหน ก็ส่งผลกระทบต่อเขาได้น้อยลง
วันนี้ Starfish Labz มาแนะนำวิธีการสร้างการเรียนรู้ให้ผู้เรียนเกิดทักษะการกำกับตนเองในโลกที่แปรปรวนได้ ดังนี้
- ตั้งเป้าหมายการเรียนรู้ การตั้งเป้าหมายเพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับนักเรียน อาจจะเริ่มจากการตั้งเป้าหมายง่ายๆ เช่น ภายในสัปดาห์นี้ จะอ่านหนังสือให้จบกี่เล่ม แต่อาจจะเริ่มจากเล่มที่อยากอ่านก่อนก็ได้ เช่น นิทาน หรือการ์ตูน เป็นต้น ในขั้นตอนของการตั้งเป้าหมายเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ครูควรใช้วิธีตั้งคำถามเพื่อให้นักเรียนค้นพบสิ่งที่อยากทำ แต่ไม่ควรตั้งเป้าหมายให้นักเรียน โดยที่นักเรียนไม่ได้มีส่วนร่วม
- แตกเป้าหมายใหญ่ ให้เป็นเป้าหมายย่อยๆ ส่งเสริมให้นักเรียนเขียนแผนการเรียนรู้ของตัวเอง อาจจะทำเช็กลิสต์เป็นข้อๆ เพื่อให้นักเรียนเห็นเส้นทาง หรือสิ่งที่จะต้องทำต่อไปเป็นขั้นตอน
- ใช้กระบวนการเรียนรู้แบบเกม เพื่อสร้างแรงจูงใจ สร้างบรรยากาศแห่งความสนุกตลอดเส้นทางของการไปถึงเป้าหมาย ครูอาจจะใช้เกม มีการแข่งขันชิงของรางวัล มีการชื่นชมเสริมแรงด้านบวก เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนอยากทำเพิ่มมากขึ้น
- ให้เครื่องมือในการค้นหาความรู้ด้วยตัวเอง หนึ่งในทักษะที่สำคัญของการให้นักเรียนเป็นผู้นำตนเอง คือนักเรียนจะต้องรู้วิธีการหาข้อมูลให้ตัวเองก่อน ครูอาจจะเริ่มจากการพาไปเรียนรู้ในห้องสมุดของโรงเรียนบ่อยๆ หรือสร้างกฎเกณฑ์ร่วมกันในการใช้โทรศัพท์มือถือให้เป็นประโยชน์
- บันทึกความสำเร็จในการเรียนรู้ ให้นักเรียนสร้างแฟ้มสะสมเป็นของตนเอง เพื่อให้เห็นความก้าวหน้าในผลงานที่ตัวเองทำ
- แลกเปลี่ยนการเรียนรู้ร่วมกับเพื่อนและครู ให้นักเรียนนำผลงานที่ทำสำเร็จ แลกเปลี่ยนกับเพื่อน และครู ในประเด็นคำถามต่างๆ เช่น ผลงานไหนที่ภูมิใจที่สุด เพราะอะไร หรือผลงานที่อยากทำให้ดีขึ้น เพราะอะไร การแลกเปลี่ยนจะทำให้นักเรียนเกิดภาพใหม่ของการเรียนรู้ และเกิดแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานต่อไป
- ประเมินการเรียนรู้ด้วยตนเอง เมื่อจบเทอม หรือจบคาบเรียน ครูพานักเรียนย้อนกลับไปที่เป้าหมายของการเรียนรู้ แล้วพานักเรียนสะท้อนคิดว่า จากเป้าหมาย นักเรียนทำอะไรที่สำเร็จไปแล้วบ้าง หรือมีอะไรจะต้องทำเพิ่มเติมต่อไป ผ่านการเขียน หรือการบันทึกวิดีโอการเรียนรู้ก็ได้ตามที่ถนัด
ทั้ง 7 วิธีการนี้ เป็นวิธีการส่งเสริมให้นักเรียนเกิดทักษะ Self-Directed Learning ให้มีความสามารถในการกำกับตนเองได้ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ครูจะต้องทำร่วมกับนักเรียนอย่างต่อเนื่อง หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคุณครูในการสร้างสมรรถนะนี้ให้แก่นักเรียนนะคะ
Starfish ขอทิ้งท้ายบทความด้วยการแนะนำ Feature Portfolio นักเรียนสามารถเก็บบันทึกเรื่องราวการเรียนรู้ได้ที่ www.starfishlabz.com คลิกที่ my portfolio นักเรียนจะเจอกับ template สำเร็จรูปที่ช่วยเก็บสะสมผลงานอย่างเป็นระบบ และสามารถดาวน์โหลดนำไปใช้ได้ค่ะ
อ้างอิงเนื้อหา
Related Courses
อยากเป็นนักศึกษาครู ต้องเตรียมตัวอย่างไร
รู้จักวิธีการเลือกแผนการเรียน ม.ปลาย วิชาที่ต้องสอบ PAT 5 ความถนัดทางวิชาชีพครูการจัดเตรียมแฟ้มสะสมผลงานสำหรับเรียนสา ...
ปรับตัวเข้าสู่วัยรุ่นควรทำอย่างไร
วัยรุ่น คือ วัยที่ต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลงมากมาย ทั้งพัฒนาการของร่างกาย ความคิด สุขภาวะจิตที่แตกต่างไปจากเด็ก ในขณะที่ ...
รอบรู้เรื่องการเงินฉบับรวบรัด
อยากเก็บเงินได้ มีเงินใช้ครบเดือน และมีชีวิตที่ดีตอนเกษียณ แต่ไม่รู้ว่าต้องเริ่มทำอย่างไร Starfish Labz มีคำตอบให้คุณกับคอร์ส ...
เรียนรู้ศิลปะดิจิทัล Google Art & Culture Metaverse
Google Arts & Culture แพลตฟอร์มออนไลน์ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าถึงผลงานศิลปะและวัฒนธรรมจากพิพิธภัณฑ์และสถา ...
เรียนรู้ศิลปะดิจิทัล Google Art & Culture Metaverse
ต้องใช้ 100 เหรียญ
Related Videos
10 ขั้นตอน สร้าง PORTFOLIO
พื้นที่แห่งการเรียนรู้สู่ศตวรรษที่ 21