วิธีเลี้ยงลูกแบบดูจุดเด่นให้มากกว่าจุดด้อย

วิธีเลี้ยงลูกแบบดูจุดเด่นให้มากกว่าจุดด้อย

เด็กสมัยนี้เกิดมาพร้อมกับสิ่งอำนวจความสะดวกมากมาย ทำให้การใช้ชีวิตของเด็กสมัยก่อนกับสมัยนี้มีคยวามแตกต่างกันอย่างมาก ด้วยสังคมที่เปิดกว้าง พ่อแม่ก็เริ่มเข้าอกเข้าใจและยอมเปิดโอกาสทางการเรียนรู้ให้กับลูกมากขึ้น ทำให้เด็กๆ ในยุคนี้มีความคิดเป็นของตัวเอง กล้าคิด กล้าทำ และกล้าแสดงออกมากขึ้นด้วย

 

ดังนั้นก็เป็นเรื่องที่ดีของคุณพ่อคุณแม่ยุคนี้เลยที่จะส่งเสริมลูกให้ถูกจุด วันนี้ทางผู้เขียนเลยมาบอกวิธีเลี้ยงลูกแบบดูจุดเด่นให้มากกว่าจุดด้อย เพื่อให้ลูกมีการพัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่ จะมีอะไรกันบ้างไปดูกันเลย

 

การพัฒนาหรือเสริมจุดเด่นของลูกจะช่วยให้เด็กๆ ประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างมีความสุขได้ดีกว่า การที่พ่อแม่เน้นแต่ปัญหาของลูกว่ามีจุดอ่อนอะไรบ้าง เพราะผลลัพธ์อย่างดีที่สุดของการพัฒนาจุดอ่อนของลูกนั้นแค่เพียงช่วยให้เขาดีขึ้นอยู่ในระดับเฉลี่ยเล็กน้อย แต่ถ้าหากพ่อแม่มองจุดเด่นของลูกมากกว่าและส่งเสริมได้อย่างถูกทาง มันก็จะช่วยให้เด็กๆ มีศักยภาพดีและพัฒนาได้อย่างเต็มที่นั้นเอง

 

ซึ่งนักจิตวิทยาได้แบ่งจุดแข็งของเด็กๆ เป็น 2 ประเภทด้วยกัน นั้นก็คือ

 

1.จุดแข็งแบบพรสวรรค์หรือความสามารถพิเศษ (Talents)

ซึ่งข้อนี้เป็นเรื่องของการแสดงออกและความสามารถที่โดดเด่นในตัวของเด็กแต่ละคน เช่น พรสวรรค์ด้านดนตรี กีฬา ศิลปะ และความสามารถในการแก้ปัญหา

 

2.จุดแข็งแบบคุณลักษณะ (Character)

ส่วนแบบคุณลักษณะนี้จะเป็นเรื่องที่เป็นนามธรรมมากกว่า แต่ก็เป็นส่วนประกอบจากภายในที่ส่งผลต่อบุคลิกภาพและพฤติกรรมที่สื่อสารออกมา เช่น ความเพียร ความอยากรู้อยากเห็น ความกล้าหาญ อารมณ์ขัน ความเมตตาา และความคิดสร้างสรรค์ เป็นต้น

 

แต่พ่อแม่ส่วนใหญ่มักจะโฟกัสไปที่การพัฒนาพรสวรรค์ของลูกมากกว่า เช่น การร้องเพลง เต้น ศิลปะ คณิตศาสตร์ ซึ่งทางที่ดีคุณพ่อคุณแม่ควรที่จะช่วยเด็กๆ สร้างจุดแข็งทั้งสองอย่างควบคู่กันไปจะดีกว่าค่ะ

 

แล้วทำยังไงเราถึงจะรู้จุดแข็งของลูกล่ะ ?

 

แน่นอนค่ะว่าคุณพ่อคุณแม่ควรที่จะเปิดโอกาสให้เขาได้ทำในสิ่งที่เขาสนใจอย่างเต็มความสามารถ ไม่ขัดขวาง ปิดกั้น แต่จะช่วยยื่นมือหากลูกสนใจในสิ่งที่เขาทำ กล่าวชื่นชมเมื่อเขาทำได้ เพื่อให้เด็กๆ ได้แสดงถึงความสามารถแลเผยบุคลิกภาพออกมา ซึ่งก็มีวิธีง่ายๆ 3 ขึ้นตอนดังนี้

 

1.ชื่นชมเมื่อเห็นจุดแข็งของลูก

อย่างเช่น “ลูกวาดรูปได้สวยมากเลย แม่ชอบภาพนี้จริงๆ “ เป็นการพูดถึงจุดแข็งของลูก จะทำให้เขาซึมซับและมองตัวเองในด้านที่ดี ไม่ควรที่จะมองข้อด้อยหรือตำหนิในสิ่งที่เขาทำไม่ได้ เพราะผลที่ตามมาคือลูกจะคิดว่าตัวเองเป็นคนไม่ได้เรื่อง ไม่เอาไหน และจะตัดพ้อตัวเองตลอดเวลาหากว่าสิ่งๆ นั้นเขาทำไม่ได้

 

2.พ่อแม่ต้องสังเกตแบบจริงจัง

วิธีนี้คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องให้ความร่วมมือสักหน่อย คอยสังเกตและจดบันทึกถึงสิ่งที่เราเห็นในตัวลูกในแต่ละวัน แล้วสื่อสารให้ลูกได้รับรู้ว่าสิ่งที่เราเห็นนั้นคือจุดแข็งของพวกเขา พยามทำให้เขาเห็นว่าลูกก็มีดีและเก่งไม่แพ้ไปกว่าใคร

 

3.สอนให้ลูกรับรู้จุดแข็งของตัวเองโดยการลิสต์เป็นข้อๆ

คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องช่วยเขาลิสต์จุดแข็งของลูกว่ามีอะไรบ้าง อาจจะลองให้เขาคิดเองก่อน แล้วเขียนใส่กระดาษเป็นข้อๆ แล้วลองให้พวกเขาดึงจุดเด่นจุดแข็งพวกนั้นออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์ในชีวิตประจำวัน เช่น ดึงความร่าเริงสดใสออกมา ดึงภาวะผู้นำออกมา เป็นต้น การทำเช่นนี้เป็นเหมือนการฝึกฝนให้ลูกตั้งคำถาม ถามตัวเองในเชิงบวกอยู่บ่อยๆ แทนการดูหมิ่นตัวเองหรือในทางลบ จะทำให้ลูกกลายเป็นเด็กๆ ที่อดทนกับสิ่งต่างๆ ที่ยากขึ้นได้อีกด้วย

 

 

แต่บางครั้งการที่เลี้ยงลูกแบบมุ่งเสริมจุดเด่นของลูกมากเกินไปนั้นก็ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ดีเสมอไปนะคะ เช่น การพาลูกไปเรียนเสริม หรือเรียนพิเศษเพื่อสร้างเสริมศักยภาพในจุดเด่นแบบไม่หยุดไม่หย่อน ทำจนเด็กๆ ไม่ได้มีเวลาว่างหรือทำสิ่งที่เขาต้องการ หรือพัฒนาด้านอื่นๆ บ้าง ก็ส่งผลเสียกับเด็กๆ ได้เช่นกัน

 

เพราะฉะนั้นเองคุณพ่อคุณแม่ต้องมองทุกอย่างอย่างพอดีและตามสภาพความเป็นจริงนะคะ ให้เขาได้ใช้ชีวิตเป็นเด็กอย่างเต็มที่โดยที่เราคอยดูเขาอยู่ห่างๆ คอยช่วยเหลือเมื่อจำเป็น และคอยแนะนำเมื่อลูกต้องการ หรือไม่ชื่นชมลูกจนทำให้เขากลายเป็นเด็กหลงตัวเอง ควรทำทุกอย่างอย่างเป็นกลางตามสภาพความเป็นจริงค่ะ

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

ชวนมารู้จักกับโรค Tics อาการยุกยิกที่น่ากลัวกว่าที่คิด

ชวนมารู้จักกับโรค Tics อาการยุกยิกที่น่ากลัวกว่าที่คิด

Starfish Academy
Starfish Academy

ชวนมารู้จักกับโรค Tics อาการยุกยิกที่น่ากลัวกว่าที่คิดถ้าพูดถึง โรคติกส์ (Tic disorder) คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจจะไม่คุ้นเคยกับโรคนี้เท่าโรคอื่น ๆ ที่เกิดในเด็ก เราจึงอยากจะชวนมารู้จักกันค่ะ เพราะนอกจะทำให้เด็ก ๆ มีพัฒนาการทางร่างกายไม่เต็มที่แล้ว โรคนี้ ...

990 views 26.10.20
ชวนมารู้จักกับโรค Tics อาการยุกยิกที่น่ากลัวกว่าที่คิด
พัฒนาทักษะการคิดของลูกด้วย “วินัยเชิงบวก”

พัฒนาทักษะการคิดของลูกด้วย “วินัยเชิงบวก”

Starfish Academy
Starfish Academy

หากกล่าวถึง “การสร้างวินัยให้กับลูก” หลายคนคงนึกถึงการกำหนดกฎเกณฑ์ที่เคร่งครัด มีบทลงโทษเพื่อให้จดจำ เช่น การดุ การตีด้วยมือหรือไม้เรียว เพราะเชื่อว่าเมื่อเด็กรู้สึกเจ็บปวด พวกเขาจะไม่ทำพฤติกรรมเดิมอีก เหมือน “คำสั่ง” ที่พ่อแม่ผู้หวังดีเลือกใช้กับลูกของตัวเ ...

951 views 09.12.20
พัฒนาทักษะการคิดของลูกด้วย “วินัยเชิงบวก”
นิทานไม่ใช่แค่เรื่องเล่าสอนใจแต่ยังส่งผลต่อพัฒนาการที่ดีของลูก

นิทานไม่ใช่แค่เรื่องเล่าสอนใจแต่ยังส่งผลต่อพัฒนาการที่ดีของลูก

Starfish Academy
Starfish Academy

เมื่อต้องเล่านิทานให้ลูกฟัง สิ่งสำคัญไม่แพ้การเลือกหนังสือ คือการทำความเข้าใจเนื้อหาของนิทานนั้น ๆ ก่อนจะถ่ายทอดให้ลูกฟัง เพราะนอกจากนิทานจะทำหน้าที่ให้คติสอนใจเด็ก ๆ แล้ว ยังมีส่วนช่วยเรื่องพัฒนาการที่ดีของพวกเขาอีกด้วย วันนี้เราเลยอยากชวนคุณพ่อคุณแม่มา ...

612 views 23.11.20
นิทานไม่ใช่แค่เรื่องเล่าสอนใจแต่ยังส่งผลต่อพัฒนาการที่ดีของลูก