หลายปีที่ผ่านมาเราต้องคอยระมัดระวังตัวกับโรคระบาด เมื่อเปลี่ยนฤดูกาลก็ยังต้องดูแลสุขภาพมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมื่อเข้าใกล้ฤดูหนาวอย่างนี้ พ่อแม่ผู้ปกครองอาจจำเป็นต้องใส่ใจสุขภาพของเด็กๆ มากยิ่งขึ้น เพราะไวรัสที่มากับฤดูหนาว อาจทำให้เด็กๆ เจ็บป่วยไม่สบาย จนส่งผลกระทบต่อการเรียนและการใช้ชีวิตประจำวันได้
ลองมาดูกันว่าไวรัสยอดฮิตช่วงหน้าหนาวมีอะไรบ้าง เพื่อเตรียมรับมือ และระวังป้องกันได้ทันท่วงที
ไวรัสกลุ่มโรคที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ และหลอดลม
จะเรียกว่าเป็นโรคสุดฮิตในช่วงเปลี่ยนฤดูกาลก็คงไม่ผิดนัก เพราะโรคในกลุ่มหลอดลมฝอยอักเสบ อันได้แก่ ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ปอดอักเสบ และ RSV มักมีสาเหตุส่วนใหญ่มาจากเชื้อไวรัส ส่งผลให้หลอดลมฝอยอักเสบ บวม เสมหะสะสม ส่งผลให้ปอดทำงานไม่ได้ตามปกติ และไม่สามารถระบายอากาศได้อย่างเหมาะสม
- ไข้หวัด (Common Cold)
สาเหตุ: ร่างกายอ่อนแอ เมื่ออากาศเปลี่ยนแปลงทำให้ไวรัสเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย
อาการ: มีน้ำมูก คัดจมูก จาม มีไข้ต่ำๆ
การรักษา: ไข้หวัดจากเชื้อไวรัส ไม่จำเป็นต้องกินยาปฏิชีวนะ การพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ ก็จะสามารถหายเองได้ภายใน 3-4 วัน
- ไข้หวัดใหญ่ (Influenza)
สาเหตุ: ได้รับเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza Virus) เข้าสู่ร่างกายทำให้ป่วย
อาการ: มีไข้ปานกลางถึงสูง ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหัว อ่อนเพลีย บางรายอาจมีน้ำมูก และมีอาการไอร่วมด้วย
การรักษา: พบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาป้องกันอาการแทรกซ้อน หรือป้องกันด้วยการฉีดวัคซีน
- ปอดอักเสบ (Pneumonia)
สาเหตุ: ปอดติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย ทำให้ไม่สามารถรับออกซิเจนได้ตามปกติ มักพบได้บ่อยในผู้ป่วยที่เป็นโรคระบบทางเดินหายใจหรือผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ บางครั้งเรียกว่าโรคปอดบวม
อาการ: แน่นหน้าอก หายใจลำบาก มีเสมหะ ไอ มีไข้สูง
การรักษา: ควรพบแพทย์เพื่อรับยาตามความเหมาะสม ดื่มน้ำอุ่นมากๆ เพื่อช่วยลดเสมหะ
โรค RSV (Respiratory Syncytial Virus)
สาเหตุ: ได้รับเชื้อไวรัส Respiratory Syncytial Virus ซึ่งมีสองสายพันธ์ุคือ RSV-A และ RSV-B เป็นไวรัสที่ทำให้ติดเชื้อทางเดินหายใจ พบได้บ่อยในเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี
อาการ: ในผู้ใหญ่มักมีอาการคล้ายไข้หวัดธรรมดา แต่สำหรับเด็กเล็กอาการอาจลุกลามไปทางเดินหายใจส่วนล่าง (หลอดลม เนื้อปอด) ทำให้เกิดหลอดลมใหญ่อักเสบ หลอดลมฝอยอักเสบและปอดอักเสบ มีอาการไข้สูง ไอแรง หอบเหนื่อย หายใจมีเสียงหวีดหวิว หรือ เสียงครืดคราดในลำคอ
การรักษา: พบแพทย์เพื่อรักษาตามอาการ ในเด็กเล็กหากเสมหะเหนียวมาก อาจพ่นยาขยายหลอดลมหรือน้ำเกลือผ่านทางออกซิเจนละอองฝอย เคาะปอดและดูดเสมหะออก
- โรคครูป (Croup)
สาเหตุ: ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส เช่น เชื้อพาราอินฟลูเอนซา (Parainfluenza), ไวรัส อาร์ เอส วี (RSV) และ ไวรัสไข้หวัดใหญ่ (influenza) ทำให้เกิดการอักเสบบริเวณกล่องเสียงลงไปจนถึงบริเวณหลอดลมส่วนต้น ส่งผลให้หลอดลมบวม ตีบแคบ
อาการ: ไอเสียงก้อง มีน้ำมูก หายใจเสียงดัง หากอาการรุนแรงอาจหายใจเสียงดัง หน้าอกบุ๋มเมื่อหายใจเข้า
การรักษา: หากอาการไม่รุนแรงแพทย์ให้ยาสเตียรอยด์โดยวิธีรับประทาน ฉีดเข้ากล้ามเนื้อหรือทางหลอดเลือดดำ หากอาการปานกลางถึงรุนแรงแพทย์อาจให้พ่นยาอะดรีนาลีน (Adrenaline) ควบคู่กับการได้รับยาสเตียรอยด์ด้วย
ไวรัสกลุ่มที่ทำให้เกิดตุ่มที่ผิวหนัง
โรคที่เกิดในช่วงหน้าหนาว ซึ่งทำให้เกิดตุ่มแดงบริเวณผิวหนังส่วนใหญ่มักเกิดจากไวรัสสองตัวคือ ไวรัสวาริเซลลา (Varicella) ที่ทำให้เป็นโรคไข้สุกใส และ ไวรัสรูบิโอลา (Rubeola Virus) ที่ทำให้เป็นโรคหัด และหัดเยอรมัน มักเป็นโรคที่ติดต่อกันได้ง่าย เพราะฉะนั้นจึงต้องดูแลและป้องกันตัวเองมากเป็นพิเศษ
- โรคไข้สุกใส (Chickenpox)
สาเหตุ: เกิดจากไวรัสวาริเซลลา (Varicella) ซึ่งเป็นไวรัสชนิดเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคงูสวัด
อาการ: มีไข้สูง ปวดหัว มีตุ่มแดงคันบริเวณผิวหนัง อ่อนเพลีย บางรายอาจเบื่ออาหาร
การรักษา: เป็นโรคที่หายเองได้ แพทย์มักให้ยารักษาตามอาการ เช่นให้ยาต้านไวรัสที่ช่วยให้ผื่นหายเร็วขึ้น
- โรคหัด (Measles)
สาเหตุ: เชื้อไวรัสรูบีโอรา (Rubeola virus) มักพบในเด็กที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกันมากกว่าผู้ใหญ่ ติดต่อได้จากการไอ จาม น้ำลายของผู้ป่วย มีระยะฟักตัวประมาณ 10-14 วัน
อาการ: มีไข้ ไอมาก ตาแดง น้ำตาไหล มีตุ่มเล็กๆ สีแดงคล้ำขึ้นตามผิวหนัง ต่อมน้ำเหลืองหลังใบหูบวม
การรักษา: รักษาตามอาการ เพราะไม่ใช่โรคร้ายแรงและป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน
- หัดเยอรมัน (Rubella)
สาเหตุ: เกิดจากเชื้อไวรัสหัดเยอรมัน Rubella Virus ติดต่อจากการสัมผัสโดยตรง หรือสัมผัสละอองของสารคัดหลั่งจากระบบทางเดินหายใจของผู้ป่วย
อาการ: อาการของโรคมีได้หลากหลาย เช่น มีไข้ ตาแดง เจ็บคอ มีน้ำมูกคัดจมูก อ่อนเพลีย มีผื่นขึ้นที่ใบหน้าและลำตัว บางรายอาจมีอาการต่อมน้ำเหลืองโต
การรักษา: รักษาตามอาการ หากอยู่ในพื้นที่มีการระบาด และมีไข้ออกผื่น ควรรีบพบแพทย์ทันที
ไวรัสโรต้าและไวรัสโนโร
ไวรัสที่พบได้ในฤดูหนาว ยังมีกลุ่มที่ส่งผลต่อระบบทางเดินอาหารและการขับถ่าย อย่างโรต้าไวรัส และโนโรไวรัสอีกด้วย
- ลำไส้อักเสบจากเชื้อไวรัสโรต้า (Rota virus)
สาเหตุ: ได้รับเชื้อไวรัสโรต้าเข้าสู่ร่างกายผ่านการปนเปื้อนในน้ำดื่ม อาหารหรือนำสิ่งของเข้าปาก
อาการ: ท้องร่วงอย่างรุนแรง และถ่ายเป็นน้ำบ่อย มีไข้ บางรายอาจอาเจียนบ่อย 7-8 ครั้งต่อวัน หรือท้องเสียได้มากกว่า 20 ครั้ง ใน 24 ชั่วโมง
การรักษา: ดูแลรักษาตามอาการ ให้สารน้ำและเกลือแร่ทดแทน ในรายที่รุนแรงต้องระวังภาวะช๊อกจากการขาดน้ำ หากเริ่มมีอาการจึงควรรีบพบแพทย์
- ท้องร่วงจากไวรัสโนโร (Noro virus)
สาเหตุ: ร่างกายได้รับเชื้อโนโรไวรัส ปนเปื้อนในอาหารหรือน้ำดื่ม หรือแม้แต่การสัมผัสกับสิ่งคัดหลั่งจากผู้ป่วยแล้วหยิบอาหารเข้าปากก็สามารถได้รับเชื้อได้
อาการ: อาเจียน ปวดท้องและท้องเสีย ภายใน 24-48 ชั่วโมงหลังไวรัสเข้าสู่ร่างกาย อาการท้องเสียมักจะดีขึ้นภายใน 24-72 ชั่วโมงหลังจากเริ่มมีอาการป่วย
การรักษา: รักษาตามอาการ ควรดื่มน้ำเกลือแร่เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงจากการขาดน้ำ คือเด็กเล็ก ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว
ถึงแม้ประเทศไทยอาจไม่หนาวเท่ากับหลาย ๆ ประเทศ แต่อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วก็อาจส่งผลต่อสุขภาพได้ นอกจากพ่อแม่ผู้ปกครองดูแลตัวเองแล้ว ก็อย่าลืมเตือนให้เด็กๆ พักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่มีประโยชน์ และเรียนรู้วิธีรับมือกับโรคเด็กในฤดูหนาวกันคอร์สเรียนนี้ เพื่อเตรียมตัวต่อสู้กับไวรัสร้ายที่มาพร้อมกับลมหนาวนะคะ
แหล่งอ้างอิง (Sources):
Related Courses
การปฐมพยาบาลเบื้องต้น
อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอการเรียนรู้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดจึงเป็นเรื่องสำคัญ การปฐมพยา ...
การซ่อมแซมของใช้ในชีวิตประจำวัน
อุปกรณ์ของใช้ในบ้านเมื่อใช้ไประยะหนึ่งอาจชำรุดเสียหายได้ ถ้าเรารู้จักวิธีซ่อมแซมจะทำให้สามารถนำกลับมาใช้ได้อีกซึ่งเป็นการประหยั ...
How to รู้เท่าทันมิจฉาชีพบนโลกไซเบอร์
ทุกวันนี้การใช้งานบนโลกอินเทอร์เน็ตก็เหมือนกับดาบสองคม ที่ไม่ได้มีแต่เรื่องดีๆ เสมอไป ขึ้นอยู่กับผู้ใช้แล้วว่าจะเลือกข้อมูลด้านไหน ...
How to รู้เท่าทันมิจฉาชีพบนโลกไซเบอร์
How to พูดอังกฤษยังไงให้เป๊ะ แบบไม่เน้นท่องจำ
การสื่อสารภาษาอังกฤษ ใครว่ายาก? หากเราเข้าใจ และสื่อสารมันจากความรู้สึก และไม่ต้องกังวลจนเกินไป ในคอร์สเรียนนี้เราจ ...
How to พูดอังกฤษยังไงให้เป๊ะ แบบไม่เน้นท่องจำ
ต้องใช้ 100 เหรียญ
Related Videos
Starfish Trend Talk | EP.3 | : เราต่างต้องค้นหาตัวเองในทุกช่วงวัย
พื้นที่แห่งการเรียนรู้สู่ศตวรรษที่ 21
3 ข้อดี Starfish Class Website Version