ว่าด้วยเรื่อง “ความชอบ”

ว่าด้วยเรื่อง “ความชอบ”

ชุดเล่าเรื่อง ภารกิจของเช้าวันใหม่ (ภารกิจที่ช่วยให้เขา สามารถเอาตัวรอด และใช้ชีวิตแบบคนทั่วไป)


ตอนที่ 4 ว่าด้วยเรื่อง “ความชอบ”


ตอนสมัยที่น้องชายเรียนอยู่ระดับประถม คุณแม่มักจะพาน้องชายไปเรียนเปียโน และเรียนศิลปะ เพื่อหาสิ่งที่ชอบให้น้องชาย น้องชายก็ไปเรียนนะคะ เพราะตอนนั้นน้องชายเลือกที่จะปฏิเสธไม่ได้นี่นา และด้วยวัฒนธรรมของการไปเรียนมันก็ต้องมีอุปกรณ์มาหัดทำที่บ้าน บ้านนีทมีทั้งเปียโนไฟฟ้า และอุปกรณ์ศิลปะ แต่เชื่อไหมว่า น้องชายนีทไม่เคยจับสิ่งนั้นเลย มีแต่นีทค่ะที่ไปจับเปียโนเพราะชอบ สุดท้ายเปียโนนั้นกลายมาเป็นของนีท  และในช่วงสมัยเดียวกัน เวลาที่แม่ต้องเอาสีน้ำไปทิ้ง เพราะหมดว่าอายุไปแล้ว แม่ก็มักจะบ่นว่า “ให้เรียนศิลปะก็ไม่ตั้งใจเรียน แล้วเธอจะเอาดีด้านอะไร” ตอนนั้น นีทบอกตามตรงว่า นีทรู้สึกเบื่อที่แม่บ่นมาก เพราะพวกเรากำลังดูการ์ตูนกันอยู่ และเมื่อไม่มีใครฟังแม่ แม่ก็จะใช้วิธีจัดการด้วยการปิดทีวี นีทเลยถามแม่ไปว่า ความชอบจำเป็นต้องบังคับเรียนด้วยหรอ? น้องเรียนแล้วไม่ชอบก็คือไม่ชอบไหม? นีทและน้องโดนต่อว่าหนักมาก ว่าพวกเราชอบแต่เรื่องไร้สาระแบบ การ์ตูน หรือเกม (ช่วงวัยรุ่นของนีท มักจะเป็นแบบนี้ ไม่ชอบก็พูด แต่ไม่ดูจังหวะ ฮ่าๆ) และคำถามนี้เอง เป็นสิ่งที่นีทคาใจมาตลอดว่า ชอบเกม หรือการ์ตูน มันผิดเหรอ?


และเมื่อเวลาผ่านไป นีทได้กลายมาเป็นผู้ปกครองน้องชาย........ สิ่งเดียวที่นีทไม่เคยบังคับน้องชาย คือ การอ่านการ์ตูน การเล่นเกมมีบังคับบ้าง (เพราะเคยติดเกมมาก่อน) และทุกคนเชื่อไหมคะว่า ความชอบมันก็ปรากฎอยู่ตรงหน้า ว่า น้องชายเขาชอบเกม กับการ์ตูน สำหรับนีท ถ้าชอบก็ชอบ สิทธิความชอบมันเป็นของน้องชาย ที่เราบังคับกันไม่ได้ แต่นีทก็เข้าใจว่า บางครั้งสิ่งที่ชอบ มันเป็นโอกาสในการค้นหาอาชีพ (มันจึงอาจเป็นสาเหตุที่แม่แอบบังคับให้น้องชายชอบในสิ่งที่แม่คิดว่า มันเป็นอาชีพได้) ดังนั้น สิ่งที่นีททำจึงไม่ใช่การบังคับ แต่เป็นการพยายามพาน้องชายมาช่วยกันคิดว่า ไอ้เจ้าสิ่งที่เราชอบนั้น มันพอจะมาเป็นอาชีพอะไรได้บ้าง เราก็ถอดรหัสสิ่งที่ชอบให้พอได้หน้าตาคร่าวๆ ของอาชีพ น้องชายก็พอจะพบว่า น่าจะไปด้านญี่ปุ่น เพราะน้องอินญี่ปุ่นมาก ทั้งวัฒนธรรม การ์ตูนและเกม หน้าทีของนีท คือ พาน้องชาย ถอดรหัส และช่วยสังเกต แต่ภารกิจที่สำคัญยิ่งของน้องชาย คือ “คุณต้องไปสร้างต่อ” เชื่อไหมว่า น้องชายนีทพยายามสร้างและดัดแปลงกิจกรรมที่ตนเองชอบเยอะมาก เช่น ลองเขียนนิยาย แคสเกม เขียนบทความเกม จนกระทั่ง น้องชายบรรลุภารกิจว่า ผมจะทำงานด้านเกม ตอนนี้เขียนบทความเกม เป็นแบบ Part time อยู่ครับ เรื่องนี้ทำให้นีทดีใจมาก เพราะเขาไปได้ไกลกว่าที่นีทคิด นีทหวังแค่ให้เขาเจอ แต่ปรากฎว่าเขาทำงาน part time เองด้วย โดยที่เราไม่ได้บอก


เรื่องนี้ จึงสะท้อน และตอบคำถามที่คาใจนีทว่า


“ความชอบไม่ใช่เรื่องของการบังคับ”


หน้าที่หลักของผู้ปกครอง คือ สร้างโอกาส ให้เขาได้เลือกว่าชอบไหม

หน้าที่หลักของผู้ปกครอง คือ การสนับสนุน ให้เขาได้ทำในสิ่งที่ชอบ

หน้าที่หลักของผู้ปกครอง คือ หยุดบังคับ