จัดการอย่างไร เมื่อลูกร้ายจนกลายเป็นดาวเด่นในโซเชียล

จัดการอย่างไร เมื่อลูกร้ายจนกลายเป็นดาวเด่นในโซเชียล

เราได้เห็นได้ฟังมาก็มาก กับเคสแรงๆ ของวัยรุ่นในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการ Bully ในโรงเรียน การแสดงออกด้วยความรุนแรง การทำร้ายร่างกาย เราได้ยินเรื่องของเหยื่อมาก็มาก เราเคยนำเสนอไปแล้วว่าทำอย่างไรลูกจะไม่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงแบบนี้ แต่ถ้าลูกเราเป็นผู้กระทำบ้างล่ะ? เมื่อลูกคุณกลายเป็นตัวร้ายในคลิปทั่วทั้งโซเชียล คุณจะตั้งสติ ตั้งตัว และรับมือกับปัญหานี้อย่างไร เรามีวิธีจัดการมาบอกค่ะ 

ตั้งสติให้ได้ก่อน

การมีลูกเป็นดาวร้ายในโซเชียลยังไม่ร้ายเท่าที่คุณไม่รู้สึกว่านั่นเป็นปัญหา เพราะฉะนั้นตั้งสติก่อนเลยค่ะ! ยอมรับก่อนว่านี่เป็นปัญหา และปัญหาของลูกนี้ก็เกิดจากคุณพ่อคุณแม่ส่วนหนึ่งแน่นอน วางความคิดที่ว่า “ลูกฉันไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอก” หรือ “ลูกฉันเป็นคนดี” ลงก่อน เพราะหลายๆ ครั้งผู้ปกครองก็ไม่เคยรู้เลยว่า พฤติกรรมของลูกเมื่ออยู่ที่โรงเรียนนั้น มีความแตกต่างจากตอนที่อยู่บ้านมากน้อยแค่ไหน การให้ท้ายแบบผิด ๆ หรือการเข้าข้างแบบเกินพอดี สามารถส่งผลให้เด็กมีนิสัยที่ไม่ดีได้

หากลูกไม่เข้าใจ คุณพ่อคุณแม่ต้องอธิบายให้ลูกเข้าใจก่อนว่านี่เป็นเรื่องที่ผิด ถ้าเขาสำนึกผิดแล้ว เราต้องลองมาหาทางในการแก้ปัญหากันต่อไป แน่นอนว่าต้องยอมรับผิด และจัดการพูดคุยกับคู่กรณีให้เรียบร้อย หากเรื่องอยู่ในแค่โรงเรียน ไม่ถึงฝ่ายกฎหมาย ก็ควรพูดคุย และชดใช้ตามเหมาะสม 

ในฐานะที่ลูกเราเป็นผู้กระทำ ไม่ใช่เหยื่อ ขอให้คุณพ่อคุณแม่เตรียมใจไว้ก่อนได้เลยค่ะ เพราะในฐานะผู้ปกครองคุณพ่อคุณแม่จะต้องตั้งรับกับความรุนแรงทั้งทางวาจา และใน social รวมถึงกระแสสังคมแรงๆแน่นอน จุดนี้เราได้แต่เอาใจช่วยให้ผ่านไปให้ได้ค่ะ 

ยอมรับความผิดพลาด

การถูกลงโทษไม่ใช่เรื่องแปลกค่ะ ในฐานะผู้กระทำย่อมต้องรับบทลงโทษนั้นอยู่แล้ว แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องอธิบายลูกด้วยว่า นี่เป็นสิ่งที่เขาต้องเจอเพราะเขาไปแกล้งเพื่อน และการลงโทษนั้นจะรุนแรงขึ้นเรื่องๆ หากเขาทำอีก 

หากลูกยังสงสัยว่าทำไมแค่ขอโทษเพื่อนถึงไม่เพียงพอ ลองอธิบายด้วยการยกกระดาษขึ้นมา 1 ใบ จากนั้นให้ลูกด่าว่าใส่กระดาษมาเรื่อยๆ ทุกครั้งที่เขาด่าให้ขยำกระดาษ 1 ครั้ง จนกระดาษนั้นยับจนไม่ไม่สามารถขยำได้อีก จากนั้นให้เขาขอโทษกระดาษ และคุณก็คลี่กระดาษออก ให้ลูกเห็นรอยยับที่มีอยู่บนกระดาษ แล้วอธิบายเขาว่า นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับจิตใจและร่างกายของเพื่อนคนที่ลูกแกล้ง เขายังคงเป็นเพื่อนคนนั้น เหมือนที่กระดาษมันยังคงเป็นกระดาษ แต่รอยยับบนนั้นจะทำให้กระดาษแผ่นนั้นไม่มีวันเหมือนเดิม

กลับมามองที่บ้าน

ก่อนอื่นเราต้องยอมรับกันก่อนว่า เมื่อเกิดปัญหาเรื่องพฤติกรรมของลูก จะไม่โทษเรื่องการเลี้ยงดูเลยก็คงจะไม่ได้ค่ะ คุณพ่อคุณแม่รู้ดีที่สุดว่าครอบครัวของตัวเองมีปัญหาอะไร ความรุนแรงในครอบครัว? เวลาที่ไม่มีให้ลูก? การไม่ได้ใกล้ชิดกับลูก? ความสัมพันธ์ในครอบครัวนั้นเป็นเรื่องใหญ่ค่ะ โดยเพราะกับการเลี้ยงลูกวัยรุ่นหรือเด็กที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่น ที่บางครั้งเหตุผลก็อาจจะใช้ไม่ได้ทุกครั้ง

บางทีนี่อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ดี ที่เราจะกลับมาทบทวนกันใหม่ค่ะ ว่าบทบาทของทั้งลูก และคุณพ่อคุณแม่นั้นห่างเหินกันเกินไปหรือเปล่า เป็นช่วงเวลาที่เราจะลองมาตั้งต้นใหม่กันอีกสักตั้ง ก่อนที่ปัญหามันจะแย่ลง เราแนะนำว่าหาช่วงเวลาสบายๆ แล้วจับเข่าคุยกันเลยค่ะ ลดการทะเลาะ เอาชนะกันลงก่อน ที่สำคัญอย่าเอาแต่ตั้งคำถามกับลูก เพราะนั่นจะทำให้เขาอึดอัด และรู้สึกเหมือนถูกรุม ถูกรังแก และไม่ให้ความร่วมมือได้

แก้ปัญหา จากต้นตอของปัญหา

กลับมาถามคำถามใหญ่กันอีกครั้งค่ะว่า “ทำไมลูกถึงต้องแกล้งเพื่อน?” ในทางจิตวิทยามีการอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้อย่างน่าสนใจค่ะ

  1. การมองไม่เห็นคุณค่าตัวเอง (Self Esteem) ที่โรงเรียนนั้นคุณค่าในตัวเองของเด็กไทยมักถูกผูกกับการศึกษา เด็กที่เรียนเก่งมักจะถูกชมเชยชื่นชม​ เด็กที่เรียนไม่เก่งมักจะถูกตำหนิ พบว่าเด็กที่มีปัญหาการเรียน หรือมีปัญหาพฤติกรรมจนถูกต่อว่า ทำให้เขาไม่เห็นคุณค่าของตนเอง และจะมีแนวโน้มที่จะคิดว่าตนเองไม่ดี​ และพยายามหาคุณค่า หรือตัวตน​จากวิธีการที่ผิด เช่น ตั้งตัวเป็นหัวหน้ากลุ่ม หรือไปร่วมกับเพื่อนเพื่อ​รังแกคนอื่น​ เพื่อให้ได้รับการยอมรับจากเพื่อน
  2. อยากได้รับความสนใจ เด็กบางคนอยากเป็นที่สนใจรู้สึกว่าทำแบบนี้ได้รับความสนใจดี​ และไม่รู้ว่าเป็นการเรียกร้องความสนใจในวิธีที่ผิด
  3. ความผิดปกติทางร่างกาย เด็กบางคนมีปัญหาซน หรือมีภาวะสมาธิสั้นทำให้ควบคุมตัวเองไม่ได้เด็กกลุ่มนี้อาจจะเล่นสนุกมากจนเกินไป จนแกล้งเพื่อนโดยไม่ได้ตั้งใจ
  4. ทำตามเพื่อน เด็กในวัยเรียน เขาก็อยากได้รับการยอมรับจากกลุ่มเพื่อน จึงไม่แปลกที่เด็กบางคนอาจจะไม่ได้อยากเริ่มต้นแกล้งคนอื่น แต่อาจจะทำเพราะทำตามเพื่อน​ หรือ โดนกดดันให้ทำ

เราชี้ให้เห็นว่าเด็กที่แกล้งเพื่อน ที่สังคมมองว่าเป็นเด็กร้ายๆนั้น ก็มีที่มา และเป็นปัญหาที่สามารถแก้ได้ เพราะถึงจะร้ายแค่ไหน เขาก็เป็นลูกของเรา จริงไหมคะ?

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

หมดปัญหา เรียนมาไม่ตรงสาย แค่เข้าใจความถนัดลูก

หมดปัญหา เรียนมาไม่ตรงสาย แค่เข้าใจความถนัดลูก

Starfish Academy
Starfish Academy

พูดถึงเรื่อง “ความถนัด” สมัยก่อนคุณพ่อคุณแม่คงคุ้นกับคำว่า “พรสวรรค์” ใช่ไหมคะ และสิ่งนี้เองที่ถ้าพัฒนาอย่างถูกทาง ก็จะทำให้ลูกได้มองเห็นอนาคต มองเห็นหนทางของชีวิตได้ไวและเร็วกว่า วันนี้เราจึงมีไอเดียง่าย ๆ มาช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ได้หา “ความถนัด” ให้กับลูก ...

1618 views 30.11.20
หมดปัญหา เรียนมาไม่ตรงสาย แค่เข้าใจความถนัดลูก
ชวนลูกฝึกสมาธิไปกับ “โคริงกะ” การจัดดอกไม้สไตล์ญี่ปุ่น

ชวนลูกฝึกสมาธิไปกับ “โคริงกะ” การจัดดอกไม้สไตล์ญี่ปุ่น

Starfish Academy
Starfish Academy

พอได้ยินคำว่า “สมาธิ” เราคงจะนึกถึงการนั่งหลับตา สังเกตลมหายใจเข้า-ออก แต่การฝึกสมาธินั้นไม่จำเป็นต้องอยู่นิ่ง ๆ เสมอไป ซึ่ง “การจัดดอกไม้” ก็นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้ขยับร่างกายไปพร้อมกับการฝึกสมาธิ แถมได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากยิ่งขึ้น บทความนี้จะชวนม ...

1238 views 13.10.20
ชวนลูกฝึกสมาธิไปกับ “โคริงกะ” การจัดดอกไม้สไตล์ญี่ปุ่น
ฝึกสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่พลาดทุกองค์ความรู้

ฝึกสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่พลาดทุกองค์ความรู้

Starfish Academy
Starfish Academy

เคยร่วมงานกับคนที่เก่งมาก ๆ แต่เราฟังเขาไม่เข้าใจไหมคะ? หรือเคยเจอคนที่ไม่ว่าเราจะสื่อสารอย่างไร อีกฝ่ายก็ไม่เข้าใจสักที เหล่านี้เป็นปัญหาเกี่ยวกับการสื่อสารระหว่างบุคคล ที่เป็นมากกว่าแค่การฟัง และการพูด แต่การสื่อสารที่ดียังต้องทำให้เกิดผลสำเร็จตามสิ่งที่ ...

5573 views 18.11.20
ฝึกสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่พลาดทุกองค์ความรู้