Verbal Abuse ระวังความรุนแรงทางคำพูด สร้างแผลในใจลูกตลอดกาล

Verbal Abuse ระวังความรุนแรงทางคำพูด สร้างแผลในใจลูกตลอดกาล

เมื่อพูดถึงความรุนแรง หลายคนจะนึกถึงการทำร้ายร่างกาย ทำให้ร่างกายได้รับบาดเจ็บ เกิดบาดแผลหรือถึงแก่ชีวิต แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังมีความรุนแรงอีกชนิดหนึ่ง นั่นก็คือ ความรุนแรงทางคำพูด ที่แม้จะมองไม่เห็น แต่หากเกิดขึ้นกับเด็ก ๆ หรือเยาวชนแล้ว ก็อาจสร้างบาดแผลในใจพวกเขาได้ตลอดกาล

Verbal Abuse คือ การใช้ถ้อยคำเชิงลบในการตำหนิ วิพากษ์วิจารณ์ การกระทำหรือพฤติกรรมของอีกฝ่าย ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ผู้ฟังมักรู้สึกว่าถูกด้อยค่า รู้สึกว่าตนเองเป็นคนไม่ได้เรื่อง เป็นผู้ต้องแบกรับความผิดไว้คนเดียว สิ่งที่น่าตกใจก็คือ ความรุนแรงทางวาจานั้นส่วนใหญ่เกิดขึ้นในครอบครัว และบ่อยครั้งผู้ที่กระทำความรุนแรงนั้นกลับไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองกำลังใช้คำพูดทำให้เด็ก ๆ มีบาดแผลที่มองไม่เห็นติดตัวพวกเขาไปจนโต

ความรุนแรงทางคำพูดในครอบครัว ใกล้ตัวกว่าที่คิด

“ทำตัวแบบนี้ แม่ไม่รักหรอก”

“วุ่นวาย ! สร้างแต่ปัญหาตลอด”

“สอนไม่รู้จักจำ โง่จริง ๆ”

“รู้ว่าโตมาแล้วเป็นแบบนี้ ตอนเล็ก ๆ น่าจะเอาไปทิ้งถังขยะ”

คุ้น ๆ กับคำพูดเหล่านี้ไหมคะ ฟังผ่าน ๆ อาจรู้สึกว่าก็เป็นแค่คำพูดตำหนิเด็กธรรมดา ไม่ได้มีคำหยาบคาย ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่คำพูดเหล่านี้ หากได้ยินได้ฟังบ่อย ๆ เข้า ผู้ฟังก็จะคิดว่าเขาเป็นอย่างนั้นจริง ๆ แม่ไม่รักเขาจริง ๆ เขาเป็นตัวปัญหา เขาเป็นเด็กโง่ เขาไม่มีค่าพอจะเติบโตขึ้นมา ซึ่งทั้งหมดนี้เอง คือความรุนแรงทางคำพูดที่เกิดขึ้นได้บ่อย ๆ ในครอบครัว คำพูดเหล่านี้อาจกลายเป็นปมในใจเด็ก ๆ ทำให้พวกเขาไม่สามารถพัฒนาตัวเองได้อย่างเต็มที่ เพราะสิ่งที่เขาได้ยินบ่อย ๆ จากคนในครอบครัว ทำให้พวกเขารู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอที่จะประสบความสำเร็จ

นอกจากนี้ คำพูดเปรียบเทียบ หรือวิจารณ์รูปลักษณ์ เช่น “ไม่เห็นเก่งเหมือนน้องเลย” “อ้วนยังกับตุ่มยังอยากจะเต้นโชว์” หรือประชดประชัน เช่น “ถ้าไม่เชื่อก็อย่ามาเรียกฉันว่าแม่” ก็เป็นความรุนแรงทางวาจาที่นอกจากไม่มีประโยชน์แล้ว ก็ยังบั่นทอนจิตใจ และทำร้ายความเชื่อมั่นของผู้ฟังด้วย ถึงแม้ว่าจะพูดในเชิงติดตลก หรือลงท้ายด้วยการบอกว่าล้อเล่น ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำค่ะ ยิ่งหากคำพูดเหล่านั้นมาจากคนใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็น พ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูหลักของเด็ก ๆ ความรุนแรงของคำพูดที่กระทำต่อจิตใจของเด็ก ๆ ก็อาจเพิ่มขึ้นทวีคูณ

ผลกระทบระยะสั้นจากความรุนแรงทางวาจา

ถึงแม้ว่าความเจ็บปวดอันเกิดจากความรุนแรงทางวาจา มองไม่เห็นได้ด้วยตา แต่ก็ส่งผลต่อสภาพจิตใจ บ่อยครั้งทำให้เด็ก ๆ ไม่อาจหลุดพ้นจากคำพูดตีตราเหล่านั้นได้ ซึ่งผลกระทบระยะสั้นที่สามารถเห็นได้ทันที มีดังนี้

  • ซึมเศร้า เก็บตัว หากพ่อแม่ผู้เลี้ยงดู ตะโกน ตะคอกใส่เด็ก ๆ ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม อาจสังเกตเห็นได้ว่าเด็ก ๆ มีอาการซึม ไม่ร่าเริง และอาจเก็บตัวออกห่างจากสังคม หากมีอาการนานเข้าควรพาลูกพบจิตแพทย์
  • ไม่มั่นใจในตนเอง ไม่ชอบร่วมกิจกรรม เด็ก ๆ ที่พ่อแม่คอยให้กำลังใจและอยู่เสมอว่า “ลูกทำได้” หรือแม้จะทำไม่สำเร็จพ่อแม่ก็ปลอบใจ และสนับสนุนให้พยายามต่อไป จะมีความมั่นใจในตัวเอง ไม่กลัวที่จะล้มเหลว พวกเขาจะชอบเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ในทางกลับกัน เด็ก ๆ ที่พ่อแม่ผู้ปกครองแสดงท่าทีสงสัยในความสามารถของพวกเขา เช่น “จะทำได้เหรอ” “แม่ว่าลูกต้องแพ้แน่เลย” คำพูดที่อาจเอ่ยมาโดยไม่ตั้งใจเหล่านี้ ทำลายความมั่นใจในตัวเองของเด็ก ๆ ได้มาก ทำให้เด็ก ๆ มักไม่ค่อยอยากมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ
  • เกิดปมด้อย เด็ก ๆ ที่พ่อแม่ตวาด ตะโกนใส่ด้วยถ้อยคำเชิงลบเป็นประจำ จะเกิดความรู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ เมื่อไปโรงเรียน เข้าสังคมกับกลุ่มเพื่อนก็จะเกิดปมในจิตใจว่าตนเองด้อยกว่าคนอื่น ดีไม่พอสำหรับสิ่งต่าง ๆ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของโรคซึมเศร้า หรือพฤติกรรมความรุนแรงอื่น ๆ ตามมาได้

ผลกระทบระยะยาวจากความรุนแรงทางวาจา

เด็ก ๆ ที่ต้องอยู่กับผู้ใช้ความรุนแรงทางวาจาตั้งแต่เล็กจนโต เป็นระยะเวลานาน จะได้รับผลกระทบทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต กลายเป็นปัญหาระยะยาวในชีวิตด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น

  • ปัญหาด้านสุขภาพ เด็ก ๆ ที่ถูกกระทำด้วยความรุนแรงทางวาจา มักมีอาการซึมเศร้า และใช้การกินเพื่อบำบัดความเศร้าของตัวเอง ไม่ว่าจะกินน้อยเกินไป จนเป็นโรคขาดสารอาหาร หรือ กินมากเกินไป จนกลายเป็นโรคอ้วน ส่งผลต่อพัฒนาการโดยรวม โดยเฉพาะการเติบโตของกระดูก และกล้ามเนื้อ ทำให้ร่างกายอ่อนแอ ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
  • ขาดความมั่นใจในตนเอง ความเชื่อมั่น และมั่นใจในตนเอง เป็นคุณสมบัติที่จะทำให้คน ๆ หนึ่งประสบความสำเร็จในชีวิตได้ การขาดความมั่นใจในตนเอง เนื่องจากถูกคุกคามทางคำพูด มีพ่อแม่ที่พูดบั่นทอนกำลังใจตลอดเวลา ส่งผลให้โอกาสที่เด็ก ๆ จะเติบโตไปประสบความสำเร็จในชีวิตลดลง เพราะเมื่อพ่อแม่ไม่มั่นใจในตัวพวกเขา พวกเขาก็ไม่สามารถที่จะมั่นใจในตนเองได้
  • มองโลกในแง่ร้าย เมื่อเด็ก ๆ ถูกกระทำให้ตัวเองรู้สึกด้อยค่าด้วยวาจาของพ่อแม่ผู้เลี้ยงดูอยู่เสมอ ๆ พวกเขาก็ไม่อาจที่จะมองโลกในแง่ดี หรือมองสิ่งต่าง ๆ ในแง่บวกเพื่อสร้างความหวังหรือกำลังใจให้ตัวเองได้ ส่งผลให้เมื่อเจอปัญหา พวกเขาจะมองไม่เห็นความหวังจนอาจซึมเศร้า และทำร้ายตัวเอง ในแง่ความสัมพันธ์ ก็อาจไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนหรือคนรักได้
  • ติดสารเสพติด ผู้ที่มีความมั่นใจในตนเอง ตั้งเป้าหมาย และมองหาความสำเร็จ จะมุ่งมั่นมองหาหนทางสู่ความสำเร็จนั้น ในทางกลับกัน ผู้ที่รู้สึกว่าโลกช่างโหดร้าย มืดมน และตนเองไม่มีค่ามากพอ ก็จะมองหาบางสิ่งที่ช่วยให้พวกเขาหลุดพ้นจากโลกแห่งความเป็นจริง และส่วนใหญ่สิ่งที่ทำให้พวกเขารู้สึกเช่นนั้นได้ ก็คือยาเสพติดนั่นเอง
  • กลายเป็นผู้สร้างความรุนแรง ผลกระทบที่น่ากังวลที่สุดของการเป็นเหยื่อความรุนแรงไม่ว่าจะทางกายหรือวาจาก็คือ เด็ก ๆ ที่เป็นเหยื่อของความรุนแรง เมื่อโตขึ้นพวกเขาก็จะเป็นผู้สร้างความรุนแรงเอง ไม่ว่าจะในรูปแบบอาชญากร หรือกลายเป็นพ่อแม่ผู้ปกครอง ที่ใช้ความรุนแรงกับลูก ๆ หรือคนในครอบครัว  

เมื่อรู้อย่างนี้แล้วในฐานะพ่อแม่ผู้ปกครอง การฝึกควบคุมสติ และอารมณ์ของตนเองจึงเป็นสิ่งสำคัญ จริงอยู่ว่าการดำรงชีวิตทุกวันนี้เต็มไปด้วยความเครียด คุณอาจเผลอตวาดหรือพูดแรง ๆ กับลูกโดยไม่ตั้งใจ การกระทำเหล่านี้หากเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แล้วพ่อแม่รู้สึกตัวควบคุมไม่ให้พลั้งเผลออีก ก็อาจไม่ส่งผลมากนัก แต่หากเกิดขึ้นประจำจนกลายเป็นกิจวัตร แน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบต่อจิตใจของเด็ก ๆ ค่ะ

ความรุนแรงทางวาจาอาจเกิดขึ้นในครอบครัวใดก็ได้ แต่ก็เป็นไปได้มากว่าครอบครัวที่เผชิญกับสถานการณ์ตึงเครียด เช่น ครอบครัวที่เผชิญกับปัญหาทางการเงิน ครอบครัวที่พ่อแม่กำลังจะหย่าร้าง หรือพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว ที่ต้องรับผิดชอบลูกลำพัง ก็อาจมีความเครียดมากกว่าจนเผลอใช้ความรุนแรงทางวาจา หรือมีการกระทำที่ทำให้ลูกรู้สึกถูกละเลยทอดทิ้งได้

ดังนั้น ไม่ว่ากำลังเผชิญสถานการณ์อะไร สิ่งที่ควรย้ำกับลูกอย่างสม่ำเสมอก็คือ คุณรักพวกเขามากแค่ไหน หากคุณกำลังอยู่ในช่วงที่ยากลำบาก อาจบอกเด็ก ๆ อย่างจริงใจว่า “แม่กำลังมีปัญหา ถ้าแม่หงุดหงิดใส่ลูก แม่ขอโทษนะ” พร้อมกับกอดลูก ไม่เพียงเด็ก ๆ จะได้รับความรัก แต่คุณอาจได้พลังจากการกอดด้วย 

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

คุณค่าของ "สัตว์เลี้ยง" ที่ให้ลูกได้มากกว่าความน่ารัก

คุณค่าของ "สัตว์เลี้ยง" ที่ให้ลูกได้มากกว่าความน่ารัก

Starfish Academy
Starfish Academy

เด็ก ๆ หลายคนชอบมาอ้อนคุณพ่อคุณแม่ขอเลี้ยงสัตว์ แต่คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆคนก็อาจจะยังไม่แน่ใจว่าลูกจะอยากเลี้ยงแค่ชั่วครู่ชั่วคราวหรือไม่ เพราะสัตว์เลี้ยงไม่ใช่ของเล่นที่ถ้าเบื่อก็ทิ้งหรือเก็บใส่กล่องได้ แต่นอกเหนือจากความน่ารักแล้วสัตว์เลี้ยงมีประโยชน์อะไรบ้างนั้น ...

880 views 25.09.20
คุณค่าของ "สัตว์เลี้ยง" ที่ให้ลูกได้มากกว่าความน่ารัก
"ลูกพูดคนเดียว" ปัญหาหรือว่าเป็นเรื่องปกติ?

"ลูกพูดคนเดียว" ปัญหาหรือว่าเป็นเรื่องปกติ?

Starfish Academy
Starfish Academy

ถ้าวันหนึ่งคุณตื่นขึ้นมาแล้วพบว่า ลูกกำลังพูดคุยกับตัวเอง หรือกับอะไรสักอย่างที่มองไม่เห็น เราว่าร้อยทั้งร้อยคุณพ่อคุณแม่ก็อาจจะสงสัย ไปถึงตกใจว่าทำไมลูกถึงพูดคนเดียวกันนะ? วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจถึงเรื่องนี้กันค่ะ พร้อมกับมาช่วยกันหาคำตอบ กันว่าลูกพูดกับตัวเอง ...

484 views 19.02.21
"ลูกพูดคนเดียว" ปัญหาหรือว่าเป็นเรื่องปกติ?
ชวนมารู้จักกับโรค Tics อาการยุกยิกที่น่ากลัวกว่าที่คิด

ชวนมารู้จักกับโรค Tics อาการยุกยิกที่น่ากลัวกว่าที่คิด

Starfish Academy
Starfish Academy

ชวนมารู้จักกับโรค Tics อาการยุกยิกที่น่ากลัวกว่าที่คิดถ้าพูดถึง โรคติกส์ (Tic disorder) คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจจะไม่คุ้นเคยกับโรคนี้เท่าโรคอื่น ๆ ที่เกิดในเด็ก เราจึงอยากจะชวนมารู้จักกันค่ะ เพราะนอกจะทำให้เด็ก ๆ มีพัฒนาการทางร่างกายไม่เต็มที่แล้ว โรคนี้ ...

1866 views 26.10.20
ชวนมารู้จักกับโรค Tics อาการยุกยิกที่น่ากลัวกว่าที่คิด