Emotional Intelligence : ความฉลาดนอกตำราที่สร้างได้ตั้งแต่วัยเด็ก

Emotional Intelligence : ความฉลาดนอกตำราที่สร้างได้ตั้งแต่วัยเด็ก

“ความฉลาดทางอารมณ์” หรือ “Emotional Intelligence” เป็นทักษะนอกตำราที่เด็ก ๆ ต้องเรียนรู้ ควบคู่ไปกับความรู้ทางวิชาการ โดยเฉพาะในยุคสมัยที่เรียกว่าเป็นโลกไร้พรมแดน ซึ่งเปิดโอกาสให้เราได้พบเจอผู้คนที่แตกต่าง หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ ศาสนา ความคิด ความเชื่อและเรื่องอื่น ๆ พ่อแม่ผู้ปกครองจึงต้องเตรียมพร้อมให้ลูกมีความฉลาดทางอารมณ์ตั้งแต่ยังเล็ก ไปพร้อมกับการเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับพวกเขา

ขอบคุณภาพจาก pixabay

รู้จักความฉลาดทางอารมณ์

ความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence) คือ ความสามารถที่จะรับรู้ และเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกทั้งของตนเอง และผู้อื่น พร้อมทั้งรู้จักการจัดการอารมณ์ของตนเอง ถ้าพ่อแม่ผู้ปกครองยังไม่แน่ใจว่าตัวเอง หรือเด็ก ๆ มีความฉลาดทางอารมณ์มากน้อยแค่ไหน เราอยากชวนมาดูเช็คลิสต์ 5 ข้อ ที่คุณ Daniel Goleman ได้เขียนไว้ในนิตยสาร Harvard Business Review ว่า 5 ข้อต่อไปนี้เป็นองค์ประกอบสำคัญของความฉลาดทางอารมณ์ ซึ่งได้แก่

  1. การตระหนักรู้ในตนเอง (Self-awareness) คือ ความสามารถในการรับรู้ และเข้าใจอารมณ์ ความคิด ความรู้สึก คุณค่าที่ตัวเองยึดถือ และแรงผลักดันภายใน (Drive) ที่ทำให้เกิดพฤติกรรมต่าง ๆ รวมทั้งการประเมินตนเองตามความเป็นจริง
  2. การควบคุมตัวเอง (Self-regulation) ในที่นี้ คือ การควบคุมอารมณ์ของตนเอง รู้จักยับยั้งชั่งใจ คิดก่อนพูดหรือทำสิ่งต่าง ๆ 
  3. แรงจูงใจ (Motivation) คือ ความรู้สึกที่อยากจะทำสิ่งต่าง ๆ ให้เกิดผลลัพธ์ที่ดี หรือไปให้ถึงเป้าหมายจากภายในตัวเองโดยไม่ได้มีปัจจัยภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้อง พร้อมที่จะเผชิญหน้าทั้งความสำเร็จ และความล้มเหลว
  4. ความเข้าอกเข้าใจ (Empathy) คือ ความเข้าอก เข้าใจ นึกถึงความรู้สึกของคนอื่น 
  5. ทักษะทางสังคม (Social skill) คือ ทักษะการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี สามารถปรับตัว และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้

เทคนิคการเสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ให้กับลูก

องค์ประกอบทั้งห้าข้อข้างต้น สามารถเกิดขึ้นได้กับเด็กทุกคน เพียงแต่ใช้เวลา และการพัฒนาในรูปแบบที่แตกต่างกัน ซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครอง สามารถเสริมสร้างความฉลาดทางอารณ์ให้กับลูกได้หลากหลายวิธี เช่น

ขอบคุณภาพจาก pixabay

  • ทำให้อารมณ์มีชื่อเรียก เด็กบางคนไม่รู้ว่าจะสื่อสารความรู้สึกออกมาได้อย่างไร ซึ่งการมีคลังคำจะช่วยให้เขาสื่อสารทั้งกับตัวเอง และคนอื่นได้ชัดเจนขึ้น  โดยเฉพาะเด็กเล็ก ๆ ที่ยังไม่ค่อยรู้คำศัพท์มากนัก เช่น เมื่อเห็นลูกทำหน้าบึ้งเดินหนี ไม่ยอมคุยใคร ถ้าถามลูกว่า “หนูเป็นอะไร”เด็กบางคนอาจจะยังไม่รู้ว่าควรใช้คำไหนมาอธิบายความรู้สึกนั้น ซึ่งพ่อแม่อาจจะไกด์ให้ลูกด้วยการถามว่า “ดูเหมือนว่าหนูกำลังรู้สึกโกรธอยู่หรือเปล่า หรือว่ารู้สึกน้อยใจที่...” แต่ต้องควบคุมน้ำเสียง ท่าทางไม่ให้เป็นไปในเชิงถามเพื่อตัดสิน หรือเค้นคำตอบ แต่เปิดช่องให้เด็ก ๆ ได้อธิบาย และแก้ไขถ้าเราเข้าใจผิด ซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองจะต้องสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เด็ก ๆ รู้สึกว่า “ไม่เป็นไรนะที่จะรู้สึก” ขอแค่เท่าทันอารมณ์ของตนเอง และรู้สาเหตุว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น เพื่อให้จัดการกับอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองได้ต่อไป
  • แสดงออกถึงความเข้าอกเข้าใจ (Empathy) โดยเฉพาะเวลาที่เด็ก ๆ มีความรู้สึกทางลบ เช่น เมื่อลูกร้องไห้เพราะของเล่นชิ้นโปรดพัง พ่อแม่อาจจะบอกว่า “ตอนพ่อเด็ก ๆ เสื้อตัวเก่งขาด ตอนนั้นพ่อก็เสียใจมากเลยเหมือนกัน” แล้วค่อยเริ่มปลอบใจลูก ซึ่งการพูดกับลูกในลักษณะนี้จะช่วยให้เขารู้สึกว่ามีคนที่เคยเผชิญสถานการณ์ใกล้เคียงกัน กำลังรับรู้ และเข้าใจความรู้สึกของเขาอยู่ รวมทั้งเด็ก ๆ จะได้เรียนรู้การเข้าอกเข้าใจผู้อื่น และการแสดงออกอย่างเหมาะสมจากการกระทำพ่อแม่
  • สอนวิธีแสดงอารมณ์ ไม่ใช่แค่อารมณ์ทางลบเท่านั้น แต่อารมณ์ทางบวกก็ต้องมีวิธีการแสดงออกเช่นกัน อย่างเวลาที่ลูกกำลังดีใจ แต่เพื่อนข้าง ๆ กำลังผิดหวังอยู่ พ่อแม่ก็ต้องสอนให้ลูกรู้จักควบคุมอารมณ์ในสถานการณ์แบบนี้ ไม่ให้ลูกพูดถึงแต่เรื่องที่ตัวเองกำลังดีใจ จนลืมปลอบใจเพื่อนที่กำลังผิดหวัง ซึ่งการสอนวิธีแสดงอารมณ์สามารถทำได้ทั้งในชีวิตประจำวัน เหตุการณ์สมมุติ หรือชวนลูกคุยถึงเรื่องนี้
  • สอนวิธีจัดการอารมณ์ของตนเอง เริ่มจากการสังเกตตัวเองว่า อะไรทำให้ใจเย็นขึ้น อะไรทำให้มีความสุข เพื่อให้หาวิธีจัดการกับความโกรธ ความเศร้า หรืออารมณ์ทางลบอื่น ๆ ได้อย่างเหมาะสม เช่น เมื่อรู้สึกโกรธให้ลองสูดหายใจเข้าลึก ๆ พร้อมกับนับ 1-20 ในใจก่อนจะพูดออกมา หรือการไปออกไปวิ่ง พาน้องหมาไปเดินเล่น งีบสั้น ๆ หรือทำกิจกรรมที่ชอบเมื่อรู้สึกเครียด เป็นต้น
  • สอนให้รู้จักวิธีการแก้ปัญหาที่หลากหลาย เมื่อเกิดปัญหาขึ้น เช่น ลูกลืมสมุดการบ้านไว้ที่โรงเรียน จากเดิมที่เคยแนะนำวิธีแก้ไขให้กับเขาโดยตรง ก็อาจจะลองปรับมาเป็นการตั้งคำถามว่า “หนูคิดว่าทำยังไงดี” หรือ “มีวิธีอื่น ๆ อีกไหม” แล้วชวนคุยถึงข้อดี ข้อเสีย ของวิธีนั้น ๆ เพื่อให้เด็ก ๆ ได้ลองฝึกคิดแก้ปัญหามากกว่าหนึ่งวิธี และสามารถนำวิธีการคิดในรูปแบบนี้ไปใช้แก้ปัญหาในสถานการณ์อื่น ๆ ได้

การเสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์นั้น เป็นเรื่องง่าย ๆ ที่เริ่มต้นได้จากครอบครัว แต่สำคัญต่อการอยู่ร่วมกับคนในสังคมที่หลากหลาย ดังนั้น นอกจากการส่งเสริมให้เด็ก ๆ เรียนพิเศษ หรือเสริมทักษะด้านดนตรี กีฬาแล้ว ก็ต้องไม่ลืมที่จะเสริมสร้างทักษะทางอารมณ์ให้กับลูก เพื่อให้เขามีพื้นฐานทางอารมณ์ที่ดี สามารถต่อยอดทักษะอื่น ๆ  ต่อไปได้ และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

ขอบคุณข้อมูลจาก

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

4 วิธีการสอนให้ลูกรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

4 วิธีการสอนให้ลูกรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

Starfish Academy
Starfish Academy

ปัจจุบัน เทคโนโลยีและสังคมแบบดิจิทัลกำลังเข้ามามีอิทธิพลต่อโลกมากขึ้น ดังนั้นพ่อแม่ควรเตรียมพร้อมให้ลูก ๆ ให้เข้าใจ และมีภูมิคุ้มกันเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต เพื่อให้เขาสามารถใช้ชีวิตอยู่ในยุคศตวรรษที่ 21 ได้อย่างเท่าทันโลก ซึ่งนอกจากการเตรียมพร้อม ...

870 views 22.12.20
4 วิธีการสอนให้ลูกรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
Time Management ทักษะจำเป็นของเด็กยุคใหม่

Time Management ทักษะจำเป็นของเด็กยุคใหม่

Starfish Academy
Starfish Academy

ถึงแม้ว่าทุกคนจะมีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่ก็ใช่ว่าแต่ละคนจะใช้ประโยชน์จากเวลาที่มีได้เหมือนกัน โดยเฉพาะในสังคมยุคใหม่ ที่มีสิ่งล่อตาล่อใจให้เราหลุดโฟกัสจากสิ่งที่ต้องทำได้ง่าย ๆ การจัดสรรเวลาหรือ Time management จึงเป็นอีกหนึ่งทักษะที่เด็ก ๆ ยุคนี้จำเป็ ...

2499 views 23.11.20
Time Management ทักษะจำเป็นของเด็กยุคใหม่
เด็กออทิสติก เรียนได้ถึงระดับไหน

เด็กออทิสติก เรียนได้ถึงระดับไหน

เบญจรัตน์ จงจำรัสพันธ์
เบญจรัตน์ จงจำรัสพันธ์

ต้องอุตสาหะขนาดไหน ถึงจะเรียนจบเมื่อเรามีลูกเป็นเด็กพิเศษ แน่นอนค่ะว่า เราคงมีสิ่งมีคาใจเราว่า “แล้วลูกเราจะเรียนได้ถึงระดับไหนกันนะ”สำหรับเรื่องราวของน้องชายนีท ตอนแรกๆ เราก็สงสัยค่ะ ว่าเขาจะเรียนได้ถึงระดับไหน เพื่อให้เรามาวางแผนชีวิตกันว่า ...

1033 views 09.10.20
เด็กออทิสติก เรียนได้ถึงระดับไหน