ต้อนรับปีใหม่ไปกับกิจกรรมที่จะสอนให้ลูกรู้จัก ‘การแบ่งปัน’

ต้อนรับปีใหม่ไปกับกิจกรรมที่จะสอนให้ลูกรู้จัก ‘การแบ่งปัน’

เทศกาลปีใหม่เป็นช่วงเวลาอันแสนอบอุ่นที่หลายครอบครัวจะได้กลับมาใช้เวลาร่วมกัน แถมยังเรียกได้ว่าเป็นเทศกาลแห่งการให้และการแบ่งปันอีกด้วย พอพูดถึงการแบ่งปันหลายคนอาจจะนึกถึงของขวัญหรือการบริจาคสิ่งของต่าง ๆ แต่จริง ๆ แล้ว ‘การให้’ เป็นเรื่องง่ายกว่าที่คิด แถมเรายังสามารถถือโอกาสที่ลูกหลานจะได้มาพบปะสังสรรค์และทำกิจกรรมร่วมกันในวันปีใหม่นี้ ปลูกฝังให้พวกเขารู้จักการแบ่งปันได้อีกด้วย วันนี้เราเลยไม่พลาดที่จะรวบรวมกิจกรรมที่จะสอนให้ลูกรู้จักการให้และการแบ่งปันมาฝากพ่อแม่ผู้ปกครองกันค่ะ

1. กล่องแห่งการแบ่งปัน

แม้เด็ก ๆ อยู่ในช่วงวัยที่ยังไม่ได้มีกำลังทรัพย์หรือสามารถลงทุนลงแรงได้มากเท่าผู้ใหญ่ แต่ใช่ว่าการให้จะเป็นเรื่องไกลตัวของพวกเขา เพราะเด็ก ๆ สามารถเริ่มต้นได้ด้วยวิธีง่าย ๆ  อย่างการแชร์ของเล่น หรือแบ่งปันของใช้ร่วมกัน ซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองอาจจะลองใช้ ‘กล่องแห่งการแบ่งปัน’ โดยให้เด็กแต่ละคนนำของเล่นที่มีหลาย ๆ ชิ้น และสามารถใช้ร่วมกันได้ เช่น ดินน้ำมัน ดินสอสี เลโก้ ตัวต่อ ฯลฯ มาวางไว้ในกล่อง (อาจจะแปะชื่อเด็ก ๆ ไว้ด้วยเพื่อไม่ให้หยิบสลับกันและช่วยให้จัดเก็บได้ง่าย) แล้วให้เด็ก ๆ หยิบไปใช้วาดภาพระบายสี สร้างสรรค์หรือประดิษฐ์สิ่งของต่าง ๆ ได้ตามใจชอบ แม้จะเป็นวิธีที่ดูเรียบง่าย แต่ก็ช่วยให้พวกเขาได้เรียนรู้และเห็นประโยชน์ของการแบ่งปัน ไม่ว่าจะเป็นการทำให้เขามีของเล่นที่หลากหลายโดยไม่ต้องซื้อทีละเยอะ ๆ หรือฝึกความรับผิดชอบเมื่อใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่นนั่นเอง

ขอบคุณภาพจาก jcomp

2. การลดจำนวนอุปกรณ์

ช่วงปีใหม่ถ้าพ่อแม่ผู้ปกครองคนไหนอยากจะพาลูกหลานตัดกระดาษ ประดิษฐ์งานคราฟต์ ก็สามารถสอนเด็ก ๆ ให้รู้จักการแบ่งปันผ่านกิจกรรมเหล่านี้ได้เช่นกัน โดยเปลี่ยนจากการซื้อกรรไกร กาว หรืออุปกรณ์หลาย ๆ ชิ้น มาเป็นการซื้อไว้อย่างละ 1-2 ชิ้น เพื่อให้เด็ก ๆ รู้จักการอดทนรอคอย การนึกถึงคนอื่น ๆ ที่ต้องรอใช้อุปกรณ์ต่อจากพวกเขา และได้เรียนรู้การเสียสละให้คนที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์นั้น ๆ ก่อน หรืออาจจะเสนอไอเดียเสริมเข้าไปว่าให้เด็ก ๆ แลกเปลี่ยนกันทำหน้าที่ที่ตัวเองชอบ เช่น คนที่ชอบตัดกระดาษ ก็รับผิดชอบตัดกระดาษให้เพื่อนคนอื่น ๆ คนที่ชอบทากาวก็อาจจะอาสาทำหน้าที่ติดกาวให้เพื่อนคนอื่น ๆ ด้วย เป็นต้น การที่เด็ก ๆ ได้เวียนกันใช้อุปกรณ์เหล่านี้ จะช่วยฝึกทักษะการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม รวมทั้งการแบ่งปันช่วยเหลือซึ่งกันและกันอีกด้วย

ขอบคุณภาพจาก pressfoto

3. เกมแอปเปิลแห่งความโชคดี

นอกจากการประดิษฐ์สิ่งของต่าง ๆ การเล่นเกมก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้เรื่องการให้แบบสนุกยิ่งขึ้น ซึ่ง ‘เกมแอปเปิลแห่งความโชคดี’ นี้ จะคล้าย ๆ กับเกม Hot Potato หรือเกมกะหล่ำปลี ที่บางคนน่าจะคุ้นเคยกัน โดยกิจกรรมนี้เริ่มต้นจากการเปิดเพลงแล้วส่งต่อแอปเปิลไปเรื่อย ๆ เมื่อเพลงจบแล้วแอปเปิลไปอยู่ที่ใคร ก็จะไม่ได้ลงโทษคน ๆ นั้นเหมือนกับเกม Hot Potato หรือเกมกะหล่ำปลี แต่เปลี่ยนเป็นการให้แอปเปิลลูกนั้นเป็นรางวัลแทน 

เมื่อเล่นเกมรอบถัดไปก็นำแอปเปิลลูกใหม่มาใช้เป็นของรางวัลต่อไปเรื่อย ๆ จนจบรอบสุดท้าย ซึ่งใครที่ได้แอปเปิลไปมากที่สุด คน ๆ นั้นก็จะเป็นผู้ชนะ จากนั้นก็จะเฉลิมฉลองด้วยการนำแอปเปิลที่ได้ทั้งหมดมาวางรวมกัน แล้วหั่นแอปเปิลทานไปด้วยกันนั่นเอง การจัดกิจกรรมในรูปแบบนี้จะช่วยให้พวกเขาได้ฝึกการหักห้ามใจ คือส่งต่อแอปเปิลไปเรื่อย ๆ โดยไม่เก็บไว้กับตัวเองคนเดียว แม้จะอยากเป็นผู้ชนะก็ตาม รวมทั้งได้ฝึกการแบ่งปันรางวัลที่ได้รับในตอนท้ายให้กับเพื่อน ๆ และคนรอบตัวอีกด้วย ซึ่งผู้ปกครองสามารถใช้ขนมหรือของเล่นอื่น ๆ แทนแอปเปิลได้ แต่อาจจะต้องใช้สิ่งที่เด็ก ๆ สามารถแบ่งปันกันได้ในตอนท้ายกิจกรรม

4. เกมล่าสมบัติ

เกมนี้ให้เริ่มจากการแบ่งเด็ก ๆ ออกเป็น 2 ทีมขึ้นไป แล้วคิดคำใบ้ประมาณ 3-5 คำใบ้ให้แต่ละทีมทำภารกิจบางอย่าง เช่น การตั้งโจทย์อะไรเอ่ย... ถ้าตอบถูกจะได้คำใบ้ของข้อถัดไป โดยคำใบ้สุดท้ายให้ลองตั้งโจทย์ที่เด็ก ๆ ทุกทีมจะต้องขอความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เช่น 

คำใบ้ของทีมที่ 1 : “ตู้… ถ้าอยากรู้ต้องถามอีกทีม” 

คำใบ้ของทีมที่ 2 : “เย็น… ถ้าอยากรู้ต้องถามอีกทีม” 

เมื่อทั้งสองทีมนำคำใบ้มารวมกันก็จะรู้เฉลยว่า สมบัติอยู่ที่ “ตู้เย็น” นั่นเอง กิจกรรมนี้จะช่วยให้พวกเขาได้ตื่นเต้นไปกับการแก้ไขปริศนา รวมทั้งได้ช่วยเหลือร่วมมือกันทั้งในทีม และระหว่างทีม โดยไม่เน้นการเอาชนะหรือมองว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามที่ต้องแข่งขันกันเพียงอย่างเดียว 

การพาเด็ก ๆ ทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการให้และการแบ่งปัน โดยเฉพาะช่วงส่งท้ายปีที่ลูกหลานจะได้มีโอกาสกลับมาอยู่ร่วมกันนั้น จะยิ่งสร้างความสัมพันธ์ที่ดีของสมาชิกในครอบครัว รวมทั้งได้ใช้เวลาเหล่านี้ฝึกฝนและขัดเกลาให้พวกเขาได้เป็นทั้งผู้ให้และผู้รับที่ดีในอนาคตอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

บอกลูกอย่างไร เมื่อต่อไปจะไม่มีพ่อหรือแม่

บอกลูกอย่างไร เมื่อต่อไปจะไม่มีพ่อหรือแม่

Starfish Academy
Starfish Academy

เมื่อหลายครอบครัวที่ความรักจบลง ปัญหาไม่ได้ตามมาแค่การดำเนินชีวิตที่จะต้องแตกต่างออกไป แต่มีอีกเรื่องใหญ่ที่หนีไม่ก็ไม่พ้นเรื่องของลูก จึงมีคำถามมากมายในหัวว่าจะบอกเรื่องนี้กับลูกอย่างไร? ต้องโกหกไหม? หรือปล่อยผ่านไปดี? วันนี้เราจึงมีคำแนะนำเล็กๆ ฝากไว้เพื่อ ...

2238 views 23.11.20
บอกลูกอย่างไร เมื่อต่อไปจะไม่มีพ่อหรือแม่
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกของคุณดีขึ้น

คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกของคุณดีขึ้น

Starfish Academy
Starfish Academy

แน่นอนว่าคนที่เป็นพ่อและแม่ ย่อมเข้าใจว่า เรารู้จักลูกของเรามากพอแล้ว แต่เอาเข้าจริงๆ โลกของเด็กยังมีเรื่องราวอีกมากมาย และสิ่งต่างๆที่พ่อแม่อย่างเรา อาจจะยังเข้าไม่ถึง หรือไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้แต่เราก็มีวิธีที่จะทำให้คุณพ่อคุณแม่ทำความรู้จักลูกข ...

1133 views 23.11.20
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกของคุณดีขึ้น
วิธีฝึกลูกพูด 3 ภาษาได้ง่ายๆ ที่พ่อแม่ก็ทำได้

วิธีฝึกลูกพูด 3 ภาษาได้ง่ายๆ ที่พ่อแม่ก็ทำได้

Starfish Academy
Starfish Academy

ภาษาถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นอย่างมากสำหรับเด็กๆ ยุคนี้ เด็กๆ สมัยนี้จะเห็นได้ว่าพูดได้มากกว่า 2 ภาษาเลยทีเดียว ทำให้คุณพ่อคุณแม่ก็หันมาสนใจและพลักดันให้เจ้าตัวเล็กที่บ้านได้ลองฝึก ลองพูดกัน แต่ก็มีหลายอย่างหลายสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่อาจจะได้ยินมาแบบผิดๆ เกี่ยวกั ...

1679 views 23.11.20
วิธีฝึกลูกพูด 3 ภาษาได้ง่ายๆ ที่พ่อแม่ก็ทำได้