อุปสรรคขวากหนาม จับมือลูกข้ามไปด้วยกัน (Resilience)

Starfish Academy
Starfish Academy 2199 views • 1 ปีที่แล้ว
อุปสรรคขวากหนาม จับมือลูกข้ามไปด้วยกัน (Resilience)

คุณพ่อคุณแม่ทุกคน ก็คงอยากให้ลูกอยู่ในโลกที่มีความสุข แต่สถานการณ์ปัญหาของสังคมในปัจจุบัน มีมากมาย ยกตัวอย่างเช่น ไฟป่า ฝุ่นควัน PM 2.5 และล่าสุดคือ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ซึ่งสถานการณ์ที่กล่าวมาเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ยิ่งไปกว่านั้นคือ เรากำลังใช้ชีวิตอยู่ในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นยุคของดิจิตอล หรือ The Internet of Things ที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และจะเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นอีกในยุคของลูก ๆ ที่จะต้องเติบโตไปในวันข้างหน้า จะเห็นได้ว่าสถานการณ์เหล่านี้ เป็นปัจจัยภายนอกซึ่งคุณพ่อคุณแม่อย่างเราควบคุมไม่ได้ และไม่สามารถใช้ความเชื่อ หรือความรู้ในยุคของคุณพ่อคุณแม่ ในการแก้ไขปัญหาบางเรื่องได้อีกต่อไป เพราะฉะนั้นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่จะสามารถให้ลูกได้ก็คือ “การสร้างความเข้มแข็งความจากภายใน เพื่อให้ลูกของเราไปเผชิญกับโลก และก้าวข้ามอุปสรรคต่าง ๆ ได้” ดั่งประโยคที่ว่า “เราทำให้ลูกอยู่ในสังคมที่มีความสุขไม่ได้ แต่เราทำให้ลูกเป็นเด็กที่มีความสุขได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างจากภายใน” 

1. Resilience ความเข้มแข็งจากภายใน หนึ่งในทักษะที่จะช่วยให้ลูก ๆ ก้าวข้ามอุปสรรค ซึ่งสร้างได้ด้วยการเลี้ยงดูเชิงบวก 

ข้อค้นพบจากการสอบวัดความรู้ระดับนานาชาติ (PISA) พบว่ามีเด็กกลุ่มหนึ่ง คิดเป็น 30% สามารถสอบได้คะแนนดี ทั้ง ๆ ที่เขาอยู่ในกลุ่มที่มีคุณพ่อคุณแม่ยากจน และอยู่ในพื้นที่ที่ห่างไกลความเจริญ เราเรียกเด็กกลุ่มนี้ว่า Resilient Students และเมื่อนักวิจัยเข้าไปศึกษาเด็กกลุ่มนี้ พบว่าเด็กกลุ่มนี้รู้สึกพึงพอใจกับตัวเอง พึงพอใจกับชีวิต ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่าหรือด้อยกว่าผู้อื่น (Being Satisfied with their life) ซึ่งมีเหตุมาจากคุณพ่อคุณแม่อ่านหนังสือกับเขา และใส่ใจเขาตั้งแต่เด็ก ถึงแม้ในทางวิทยาศาสตร์ Resilience จะมีความเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมที่เฉพาะเจาะจง และเกี่ยวข้องกับการรับมือกับอุปสรรค เพราะพันธุกรรมเป็นเหมือนกับรากฐานที่มีมาแต่กำเนิด เช่น เด็กบางคนมีความรู้สึกเร็วกับเรื่องเชิงลบมากกว่าเชิงบวก แต่ได้รับกำลังใจจากครอบครัว มีความปลอดภัยทางกาย เป็นต้น เด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูแบบนี้ สามารถนำไปสู่ผลลัพธ์เชิงบวก (Positive Outcomes) ที่สร้างให้เด็กมี Resilience ได้ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เด็กไม่มีความปลอดภัยทางกาย ป่วยตลอดเวลา หรือเกิดความรุนแรงในครอบครัว เด็กก็จะเกิด Resilience ได้ยาก เพราะฉะนั้น ถึงแม้ว่า Resilience เกิดจากความเกี่ยวข้องกันระหว่างพันธุกรรม และการเลี้ยงลูก แต่เมื่อเด็กเกิดมาแล้ว สิ่งเดียวที่คุณพ่อคุณแม่จะสร้างให้ลูกมีจิตใจที่เข้มแข็งจากภายใน มีความสามารถในการยืดหยุ่น ปรับตัวเก่ง ล้มแล้วลุกได้เร็ว มีเหตุสำคัญมาจากการเลี้ยงลูก (Parenting) เป็นหัวใจหลัก

2. วิธีการเลี้ยงลูกให้เป็น Resilient Kids 

ข้อมูลจาก Center on the Developing Child ของ Harvard พบว่า Resilience มีหัวใจอยู่ 4 ข้อ

1. เด็กจะต้องมีสายสัมพันธ์ที่มั่นคง อย่างน้อยกับคน 1 คน ซึ่งอาจจะหมายถึงคนที่เลี้ยงดู ใครก็ได้ ไม่จำเป็นจะต้องเป็น คุณแม่ ยกตัวอย่างเช่น คุณย่า คุณยาย เป็นต้น เพราะสายสัมพันธ์ที่มั่นคง จะเป็นเหมือนโซ่ที่มองไม่เห็นที่จะช่วยให้เด็กตระหนัก คิดก่อนที่จะทำ มีความอดทน ยับยั้งชั่งใจตัวเองได้ เมื่อนึกถึงความสัมพันธ์นั้น

2. เด็กจะต้องรู้สึกว่าตัวเองมีตัวตนที่เกิดจากการได้รับความรักจากคนที่เลี้ยงลูก

3. เด็กต้องถูกฝึกวินัยเชิงบวก (Positive Stress) คือการที่เด็กจะต้องรู้ถึงผลลัพธ์ของการกระทำ ถ้าเขาทำผิดกฎกติกา

4. เด็กจะต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง จากประสบการณ์ของตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก 

3. บทบาทของคุณพ่อคุณแม่ในการเลี้ยงดูลูก ให้รับมือกับอุปสรรคได้

1. เป็นแบบอย่างที่ดี เพราะลูกสามารถรับรู้สิ่งต่าง ๆ จากประสาทสัมผัสทั้ง 5 (การเห็นผ่านดวงตา การได้ยินผ่านหู การได้ลิ้มรสผ่านลิ้น การได้สัมผัสผ่านมือ และการได้กลิ่นผ่านจมูก) ซึ่งลูกจะรับรู้ผ่านดวงตามากที่สุด เพราะฉะนั้นอย่าเพียงแค่บอกลูก แต่ต้องทำให้ลูกเห็นด้วย

2. ใช้คำพูดเชิงบวกกับลูก ยกตัวอย่างเช่น ชื่นชมที่ความพยายามที่พฤติกรรมอย่างเฉพาะเจาะจง เพราะจะทำให้ลูกมี Growth Mindset แต่อย่าพูดคำพูดเชิงลบที่กระทบจิตใจของลูก เช่น ‘ทำผิดแล้วแม่จะไม่รัก’ คำ ๆ นี้ทำร้ายจิตใจลูกมากที่สุด

3. เล่นกับลูก เพราะการเล่นเป็นสิ่งสำคัญมาก สามารถสร้างสายใยของความสัมพันธ์ที่ดีได้

4. อ่านหนังสือกับลูก

5. แสดงออกความรักให้ลูกรู้ว่ารักอย่างตรงไปตรงมา อย่าพูดเพียงคำพูด แต่ต้องแสดงออก

6. ใช้วิธีเลี้ยงลูกเชิงบวก (Positive Parenting) คือการเลี้ยงดูตามพัฒนาการและการเติบโตของเด็ก ดังนี้

  • 0 – 3 เดือน: เด็กจะมีสัญชาตญาณการเอาตัวรอด เขาตื่นและจะร้องตลอดเพื่อต้องการอยู่รอด
  •  4 - 6 เดือน: ใยประสาททางสมองจะแตกเร็ว เริ่มเคลื่อนตัวได้ สายตาเริ่มปกติแล้ว ชอบจ้องมอง ชอบทำเสียง
  • หลัง 6 เดือน: เด็กจะเคลื่อนที่ได้ และจะรู้สึกสนุกกับการเคลื่อนที่ ซึ่งทำให้พ่อแม่เริ่มรู้สึกว่าการเลี้ยงดูเป็นเรื่องที่ยากขึ้น
  • 2 ขวบ: เดินได้ วิ่งได้ อยากทำทุกอย่างเอง แต่สมองส่วน EF (Executive Function) ยังไม่ได้พัฒนา ซึ่งเป็นสมองขั้นสูง มีหน้าที่วางแผนไปถึงเป้าหมาย มีเหตุมีผล มีจริยธรรม และการควบคุมตัวเอง เพราะฉะนั้น
  • คุณพ่อคุณแม่ยังไม่จำเป็นที่จะต้องหาเหตุผลกับลูกในวัยนี้
  • 4 – 6 ขวบ: จะสร้างตัวตน จะทำทุกอย่างได้เหมือนผู้ใหญ่ จะสังเกตบุคลิก คำพูด และจะเคลื่อนไหวเร็วมาก 

ซึ่งหากคุณพ่อคุณแม่สามารถเข้าใจพัฒนาการของลูกได้ คุณพ่อคุณแม่ก็จะไม่โกรธลูก และจะหาวิธีเลี้ยงลูกแบบถูกต้อง 

7. ให้ความรักกับลูกก่อน และเมื่อเขาได้รับจากคุณพ่อคุณแม่ ลูกจะเริ่มรักตัวเอง และจะรักผู้อื่นเป็น

อุปสรรคเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่สามารถควบคุมไม่ให้เกิดขึ้นได้ แต่สิ่งเดียวที่คุณพ่อคุณแม่จะช่วยให้ลูกก้าวข้ามอุปสรรคขวากหนามต่าง ๆ เหล่านั้นก็คือ การเลี้ยงดูลูกแบบให้ความรักที่แท้จริง (Positive Parenting) ซึ่งจะทำให้ลูก ๆ เกิดความเข้มแข็งจากภายใน หรือที่เรียกว่า Resilience เป็นทักษะแห่งปรับตัวต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ เห็นคุณค่าในตัวเอง รักและเคารพตัวเอง และสุดท้ายเขาจะเกิดความสัมพันธ์ที่ดีต่อคนรอบข้าง และต่อโลก

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

Related Courses

การส่งเสริมทักษะเด็กออทิสติก

Starfish Academy
Starfish Academy
2:00 ชั่วโมง
Basic
การรู้จักตนเอง
การบริหารจัดการตนเอง

เรียนรู้เกี่ยวกับพัฒนาการด้านต่างๆของเด็กออทิสติก เพื่อให้เป็นตัวช่วยในการออกแบบกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับเด็กกลุ่มนี้

บทบาทผู้ปกครอง บทบาทครู พฤติกรรม
การส่งเสริมทักษะเด็กออทิสติก
เกริกเกรียงไกร ทองคล้าย
เกริกเกรียงไกร ทองคล้าย

การส่งเสริมทักษะเด็กออทิสติก

Starfish Academy
Starfish Academy
820 ผู้เรียน

ทักษะชีวิตสำหรับเด็กออทิสติก

Starfish Academy
Starfish Academy
2:00 ชั่วโมง
เกร็ดความรู้และเคล็ดลับเพื่อพ่อแม่ • Basic
ด้านความสัมพันธ์
การรู้จักตนเอง
การบริหารจัดการตนเอง
การรู้จักสังคม

ออทิสติก เป็นความผิดปกติของพัฒนาการเด็กรูปแบบหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะเฉพาะตัว โดยเด็กไม่สามารถพัฒนาทักษะทางสังคมและการสื่อคว ...

บทบาทผู้ปกครอง การเลี้ยงลูก Parent
ทักษะชีวิตสำหรับเด็กออทิสติก
นางสาวไพลิน ปุกมะ
นางสาวไพลิน ปุกมะ

ทักษะชีวิตสำหรับเด็กออทิสติก

Starfish Academy
Starfish Academy
2222 ผู้เรียน

สอนคุณธรรมให้ลูก พ่อแม่ก็ทำได้

ดร.วรวุฒิ แสงเฟือง
ดร.วรวุฒิ แสงเฟือง
2:00 ชั่วโมง
Basic
ด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ
ด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม
ด้านความสัมพันธ์
การรู้จักสังคม

คุณธรรมเป็นพื้นฐานทางจิตใจ นำไปสู่การกระทำที่ดีและถูกต้อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสร้างให้เด็กพร้อมที่จะเผชิญโลก และสังคมปัจจุ ...

ปฐมวัย ประถมศึกษา บทบาทผู้ปกครอง
สอนคุณธรรมให้ลูก พ่อแม่ก็ทำได้

สอนคุณธรรมให้ลูก พ่อแม่ก็ทำได้

ดร.วรวุฒิ แสงเฟือง
ดร.วรวุฒิ แสงเฟือง
146 ผู้เรียน

Related Videos

สอนลูกรู้จักรักและเคารพสิทธิของตนเอง
08:32

สอนลูกรู้จักรักและเคารพสิทธิของตนเอง

สิทธิในร่างกายแบบไหนที่เรียกว่าอยู่ในขอบเขต
05:59

สิทธิในร่างกายแบบไหนที่เรียกว่าอยู่ในขอบเขต

ตอนที่ 3 สัมพันธภาพ ความรัก & ความผูกพัน
11:57

ตอนที่ 3 สัมพันธภาพ ความรัก & ความผูกพัน

สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล
สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล
91 views 1 ปีที่แล้ว
ตอนที่ 3 สัมพันธภาพ ความรัก & ความผูกพัน
ตอนที่ 2 ก้าวแรก   เมื่อลูกเป็นเด็กพิเศษ
16:40

ตอนที่ 2 ก้าวแรก เมื่อลูกเป็นเด็กพิเศษ

สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล
สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล
220 views 1 ปีที่แล้ว
ตอนที่ 2 ก้าวแรก เมื่อลูกเป็นเด็กพิเศษ