Internet of Things เทคโนโลยียุคใหม่สร้างทักษะการเรียนรู้สำหรับเด็ก

Internet of Things เทคโนโลยียุคใหม่สร้างทักษะการเรียนรู้สำหรับเด็ก

ในปัจจุบันเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาต่อเนื่อง ทำให้ผู้คนในยุคดิจิทัลนี้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น หนึ่งในเทคโนโลยีที่เป็นที่นิยมและเข้ามามีบทบาทมากขึ้นคือเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) หรือ อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง หมายถึงการที่ “สิ่ง” หรืออุปกรณ์ต่างๆ ถูกเชื่อมโยงสู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ต มีการทำงานผ่านเซ็นเซอร์ต่างๆ ทำให้สามารถส่งหรือควบคุมการใช้งาน โดยไม่ต้องป้อนข้อมูล และยังสามารถรวบรวมข้อมูล รวมถึงแบ่งปันข้อมูลกับสิ่งอื่นได้โดยการเขียนคำสั่งหรือโปรแกรมเพื่อควบคุมการทำงานของอุปกรณ์หรือเซ็นเซอร์ต่างๆ ให้ทำงานร่วมกันได้ เช่น การเปิด-ปิดอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้สำนักงาน รถยนต์ โทรศัพท์มือถือ เครื่องมือสื่อสาร เครื่องมือทางการเกษตร อาคาร บ้านเรือน เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน แนวคิดนี้ถูกคิดค้นขึ้นโดย Kevin Ashton ในปี ค.ศ. 1999 ซึ่งเริ่มต้นจากโครงการ “Auto-ID Center” ในมหาวิทยาลัย Massachusetts Institute of Technology จากเทคโนโลยี RFID เป็นระบบที่นำเอาคลื่นวิทยุมาใช้ในการสื่อสารข้อมูลระหว่างอุปกรณ์สองชนิด ซึ่งเป็นการสื่อสารแบบไร้สาย ต่อมาในยุคหลังปี ค.ศ. 2000 เทคโนโลยีต่างๆ ได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็ว เริ่มมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ออกมาเป็นจำนวนมาก และยังมีการใช้คำว่า Smart เกิดขึ้น เช่น Smart farming, Smart home, Smart device, Smart network เป็นต้น

ในการเรียนรู้เรื่อง Internet of Things สำหรับเด็กและเยาวชนนั้น การได้ลงมือปฏิบัติจริงและการสร้างโครงงานจาการโค้ดดิ้ง (Coding) เพื่อสั่งงานอุปกรณ์ต่างๆ ทำให้ผู้เรียนเกิดการเข้าใจดีขึ้น ดังนั้นทางศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) จึงได้พัฒนา KidBright ซึ่งเป็นบอร์ดสมองกลฝังตัว ประกอบด้วย เซ็นเซอร์พื้นฐาน จอแสดงผล real-time clock ลำโพง สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย ช่วยกระตุ้นศักยภาพการคิดเชิงระบบและการคิดเชิงสร้างสรรค์ในเด็กวัยเรียนผ่านการเรียนรู้แบบ Learn and Play โดยผู้เรียนสามารถสร้างชุดคำสั่งผ่านโปรแกรมบนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานง่ายเพียงใช้การนำบล็อคคำสั่งมาวางต่อกัน เป็นการสร้างชุดคำสั่งแบบ block-structured programming ช่วยลดความกังวลเรื่องการผิดพิมพ์ชุดคำสั่งผิด ชุดคำสั่งที่ถูกนำมาสร้างจะถูกส่งไปที่บอร์ด KidBright เพื่อทำการประมวลผลและทำงานตามที่โปรแกรมได้กำหนดไว้ เช่น การลดต้นไม้ตามระดับความชื้นที่กำหนด หรือการปิดเปิดไฟตามเวลาที่กำหนด เป็นต้น สามารถดูตัวอย่างผลงานอื่นๆ ได้ที่ www.kid-bright.org/kidbright/category/ผลงานตัวอย่าง/

นอกจากนี้ยังมีบอร์ด BBC micro:bit ซึ่งเป็นบอร์ดไมโครคอนโทรเลอร์สำหรับการศึกษาจากโครงการของ BBC (British Broadcasting Company) หรือบริษัทแพร่ภาพกระจายเสียงของประเทศอังกฤษ ที่ร่วมมือกับหลายบริษัท พัฒนาโดย Micro:bit Educational Foundation โดยการเรียนรู้ micro:bit ผู้เรียนสามารถเขียนคำสั่งเพื่อให้บอร์ดทำงานอย่างที่ต้องการ เช่น การสร้างเกมเป่ายิงฉุบ การทำข้อความ การทำเข็มทิศอิเล็กทรอนิกส์อย่างง่าย หรือทำเทอร์โมมิเตอร์เพื่ออ่านค่าอุณหภูมิจากเซ็นเซอร์ในห้อง ด้วยความสามารถของบอร์ดที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายผ่านทางคลื่นวิทยุหรือบลูทูธ ในการเขียนโปรแกรมสำหรับ micro:bit นั้นสามารถใช้ภาษา python หรือ C/C++ หรืออาจใช้ JavaScript Blocks Editor หรือ Microsoft’s MakeCode editor หรือเรียกย่อๆ ว่า MakeCode ซึ่งเป็นเครื่องมือในการเริ่มเขียนโปรแกรมควบคุมการทำงานของ micro:bit แบบบล็อคคำสั่ง คล้ายกับภาษา Scratch โดยไม่ต้องมีการดาวน์โหลดหรือติดตั้งใดๆ MakeCode นั้นใช้งานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ใช้งานได้กับแพลตฟอร์มและเบราว์เซอร์ทุกชนิดแบบออนไลน์โดยเข้าไปที่ makecode.microbit.org การเขียนโปรแกรมสำหรับบอร์ด micro:bit ยังสามารถใช้ในอุปกรณ์มือถือ เช่น โทรศัพท์ หรือ แท็บเล็ต ทั้งบนระบบปฏิบัติการ iOS และ Android โดยติดตั้งแอป MakeCode for micro:bit และใช้ MakeCode ในการเขียนคำสั่ง โดยคำสั่งก็จะถูกถ่ายโอนจากอุปกรณ์มือถือไปยังบอร์ด micro: bit ผ่านทางคลื่นวิทยุหรือบลูทูธ โดยไม่จำเป็นต้องใช้สายเคเบิลข้อมูล สามารถดูตัวอย่างโครงงานอื่นๆ ได้ที่microbit.org/projects/

จะเห็นได้ว่าการเรียนรู้เรื่อง IoT ไม่ว่าจะเป็นการใช้ KidBright หรือ micro:bit ทำให้เกิดกิจกรรมที่ผู้เรียนสามารถฝึกฝนและพัฒนาความรู้ด้านเทคโนโลยี อีกทั้งยังเป็นการได้ทดลองเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อให้เกิดทักษะการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือวิทยาการคำนวณ เป็นการฝึกทักษะการแก้ปัญหา และ ยังเป็นการสนับสนุนการเรียนรู้แบบ

สเต็มศึกษา ทำให้ผู้เรียนได้ทำโครงงานที่ท้าทาย เสริมสร้างทักษะความคิดสร้างสรรค์ การคิดด้านการประมวลผล และการทำงานร่วมกัน ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญสำหรับผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเริ่มต้นศึกษาเพิ่มเติมได้จากคอร์ส Coding ทักษะแห่งโลกอนาคต (www.starfishlabz.com/คอร์ส/90-coding-ทักษะแห่งโลกอนาคต

แหล่งการเรียนรู้เพิมเติม

inex.co.th/store/manual/microbit-EdKitBeta-s.pdf

microbit.org

www.iot.eng.kmutnb.ac.th/pub/microbit-book/chapter-1_draft_2019-06-06.pdf

www.kid-bright.org/kidbright/

www.microsoft.com/th-th/makecode/about

www.thaieasyelec.com/article-wiki/review-product-article/getting-started-with-the-microbit.html

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

อาณาจักรการเรียนรู้ดิจิทัลของนักเรียนในสถานศึกษา

อาณาจักรการเรียนรู้ดิจิทัลของนักเรียนในสถานศึกษา

รศ.ดร.ธันยวิช วิเชียรพันธ์
รศ.ดร.ธันยวิช วิเชียรพันธ์

ปัจจุบันทั่วทุกมุมโลกได้ก้าวเข้าสู่ยุคศตวรรษที่ 21 ซึ่งหมายถึงยุคที่ครอบคลุมช่วงเวลาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2001-2100 กล่าวได้ว่าเป็นยุคของการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีอย่างเป็นพลวัตร ครูผู้สอนจึงมีความจำเป็นจะต้องปรับรูปแบบการสอน และเ ...

1416 views 09.06.20
อาณาจักรการเรียนรู้ดิจิทัลของนักเรียนในสถานศึกษา
คิดเป็นระบบ สร้างคอนเทนต์สไตล์ Youtuber

คิดเป็นระบบ สร้างคอนเทนต์สไตล์ Youtuber

Starfish Academy
Starfish Academy

ช่องทางหารายได้ของเด็กยุคใหม่มีอยู่มากมาย และหนึ่งในช่องทางยอดนิยม นั่นก็คือ การผลิตเนื้อหาออนไลน์ให้กับ YouTube หรือที่เรียกว่าการเป็น youtuber นั่นเองค่ะ และเนื่องจาก YouTube เป็นช่องทางยอดนิยมของคนทั่วโลก จึงมีการแข่งขันกันค่อนข้างสูง yout ...

2636 views 22.07.21
คิดเป็นระบบ สร้างคอนเทนต์สไตล์ Youtuber
บทบาทของพ่อแม่กับ New Normal Education

บทบาทของพ่อแม่กับ New Normal Education

Starfish Academy
Starfish Academy

ถึงแม้จะผ่านช่วงการระบาดใหญ่ของโควิด-19 มาได้สักระยะแล้ว โรงเรียนหลาย ๆ แห่งก็เริ่มเปิดเรียนตามปกติ แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ตราบเท่าที่ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค การใช้ชีวิตของเราก็ยังไม่อาจเหมือนเดิมได้ 100% โดยเฉพาะเด็ก ๆ ในโรงเรียน ที่พ่อแม่ไม่อ ...

4500 views 23.11.20
บทบาทของพ่อแม่กับ New Normal Education