วิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูงที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการหล่อหลอมและพัฒนาเยาวชนให้เติบโตขึ้นเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพของชาติ การจะปฏิบัติหน้าที่อันทรงเกียรตินี้ให้สมบูรณ์แบบได้นั้น ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาทุกคนจำเป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และปฏิบัติตาม มาตรฐานวิชาชีพครู อย่างเคร่งครัด เพราะสิ่งนี้ไม่ใช่เพียงแค่ข้อบังคับทางกฎหมาย แต่เป็นเสมือนเข็มทิศนำทางที่ช่วยยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาไทยให้ก้าวหน้าและเป็นที่ยอมรับ
บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกและทำความเข้าใจถึงแก่นแท้ของมาตรฐานวิชาชีพ ตามข้อบังคับของคุรุสภา พร้อมอัปเดตข้อมูลสำคัญที่แบ่งออกเป็น 3 ด้านหลัก รวมถึงเคล็ดลับในการนำไปประยุกต์ใช้เพื่อความก้าวหน้าในสายอาชีพอย่างยั่งยืน
มาตรฐานวิชาชีพครู คืออะไร ทำไมจึงมีความสำคัญ
ตามข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ พ.ศ. 2556 ได้ให้ความหมายของคำว่า "มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา" ไว้ว่า หมายถึง ข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะ และคุณภาพที่พึงประสงค์ในการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา (ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และศึกษานิเทศก์) ต้องประพฤติและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
ความสำคัญของการมีมาตรฐานวิชาชีพ คือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมและผู้รับบริการว่า บุคคลที่ทำหน้าที่เป็นครูนั้น มีทั้งความรู้ความสามารถ มีทักษะการสอนที่ยอดเยี่ยม และมีคุณธรรมจริยธรรมที่เหมาะสม ซึ่งข้อกำหนดเหล่านี้ถูกแบ่งออกเป็น 3 มาตรฐานหลัก ได้แก่ มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ มาตรฐานการปฏิบัติงาน และมาตรฐานการปฏิบัติตน
เจาะลึก 3 ด้านของ มาตรฐานวิชาชีพครู มีอะไรบ้าง
เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เรามาแยกย่อยรายละเอียดของมาตรฐานทั้ง 3 ด้าน ที่ผู้ประกอบวิชาชีพครูต้องมี ดังต่อไปนี้
1. มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ
มาตรฐานในด้านนี้ เป็นข้อกำหนดเกี่ยวกับความรู้และประสบการณ์ในการจัดการเรียนรู้ หรือการจัดการศึกษา ซึ่งผู้ที่ต้องการประกอบวิชาชีพครูต้องมีอย่างเพียงพอ โดยแบ่งออกเป็น
ด้านมาตรฐานความรู้ 11 มาตรฐาน ได้แก่
- ความเป็นครู
- ปรัชญาการศึกษา
- ภาษาและวัฒนธรรม
- จิตวิทยาสำหรับครู
- หลักสูตร
- การจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน
- การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้
- นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา
- การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้
- การประกันคุณภาพการศึกษา
- คุณธรรม จริยธรรมและจรรยาบรรณ
ด้านมาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพ 2 มาตรฐาน ได้แก่:
การฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน
1. การปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาในสาขาวิชาเฉพาะ
2. มาตรฐานการปฏิบัติงาน
มาตรฐานการปฏิบัติงาน หมายถึง ข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะหรือพฤติกรรมการปฏิบัติงานและการพัฒนางาน เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายการเรียนรู้ ครูผู้สอนต้องฝึกฝนให้มีทักษะความชำนาญสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมี 12 มาตรฐานการปฏิบัติงาน ดังนี้
- ปฏิบัติกิจกรรมทางวิชาการเพื่อพัฒนาวิชาชีพครูให้ก้าวหน้าอยู่เสมอ
- ตัดสินใจปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ โดยคำนึงถึงผลที่จะเกิดแก่ผู้เรียนเป็นหลัก
- มุ่งมั่นพัฒนาผู้เรียนให้เติบโตเต็มตามศักยภาพ และส่งเสริมพัฒนาการเด็ก อย่างรอบด้าน
- พัฒนาแผนการสอน ให้สามารถปฏิบัติได้จริงและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในชั้นเรียน
- พัฒนาสื่อการสอน ให้มีความทันสมัยและตอบโจทย์กระบวนการเรียนรู้
- จัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ผู้เรียนรู้จักคิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ โดยเน้นผลถาวรที่เกิดแก่ผู้เรียน
- รายงานผลการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนได้อย่างมีระบบ
- ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน
- ร่วมมือกับผู้อื่นในสถานศึกษาอย่างสร้างสรรค์
- ร่วมมือกับผู้อื่นในชุมชนอย่างสร้างสรรค์
- แสวงหาและใช้ข้อมูลข่าวสารในการพัฒนา
- สร้างโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ในทุกสถานการณ์
3. มาตรฐานการปฏิบัติตน
จรรยาบรรณวิชาชีพครู คือมาตรฐานการปฏิบัติตนที่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อเป็นแบบแผนให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาใช้เป็นหลักในการประพฤติตน เพื่อรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณ ชื่อเสียง และความน่าเชื่อถือ ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 จรรยาบรรณหลัก ได้แก่
- จรรยาบรรณต่อตนเอง: ต้องมีวินัย พัฒนาตนเองด้านวิชาชีพ บุคลิกภาพ และวิสัยทัศน์ให้ก้าวทันวิทยาการและสังคมโลกอยู่เสมอ
- จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ: ต้องรัก ศรัทธา ซื่อสัตย์สุจริต และมีความรับผิดชอบต่อวิชาชีพ รวมถึงเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กร
- จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ: ต้องมีความรัก ความเมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือ และส่งเสริมกำลังใจแก่ศิษย์และผู้รับบริการอย่างเสมอภาค
- จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ: พึงช่วยเหลือเกื้อกูลกันอย่างสร้างสรรค์ ยึดมั่นในระบบคุณธรรม และสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ
- จรรยาบรรณต่อสังคม: พึงเป็นผู้นำในการอนุรักษ์และพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
หากมีการประพฤติผิดจรรยาบรรณ สามารถถูกตรวจสอบโดยคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ซึ่งบทลงโทษมีตั้งแต่ ยกข้อกล่าวหา ตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใช้ใบอนุญาต ไปจนถึงเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้เลยทีเดียว
การประยุกต์ใช้เพื่อความก้าวหน้าและการพัฒนาวิชาชีพ
การทำความเข้าใจและปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างครบถ้วน ไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อตัวผู้เรียน แต่ยังเป็นผลดีต่อตัวคุณครูเองด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการประเมินเพื่อขอเลื่อนวิทยฐานะ เกณฑ์ประเมินวิทยฐานะครู ในปัจจุบันล้วนสอดแทรกและอ้างอิงมาจากมาตรฐานการปฏิบัติงานแทบทั้งสิ้น การสะสมผลงาน การทำวิจัยในชั้นเรียน หรือการใช้นวัตกรรมใหม่ ๆ ล้วนเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่แสดงให้เห็นถึง การพัฒนาวิชาชีพครู อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ การเสริมสร้าง สมรรถนะครูยุคดิจิทัล ก็เป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญ คุณครูสามารถมองหาแหล่งข้อมูลหรือ สื่อการสอนฟรี ตามแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการสอน ลดภาระงานเอกสาร และมีเวลาไปโฟกัสกับการดูแลเอาใจใส่นักเรียนได้อย่างเต็มที่ การเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา จะช่วยเพิ่มพูน สมรรถนะครู ให้แข็งแกร่ง พร้อมรับมือกับความท้าทายในห้องเรียนยุคใหม่ได้อย่างมั่นใจ
สรุป
มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา เป็นหัวใจสำคัญที่เปรียบเสมือนเสาหลักของความเป็นครู การผสมผสานทั้งด้านความรู้ การปฏิบัติงาน และการปฏิบัติตนเข้าด้วยกัน จะช่วยสร้างสรรค์ครูมืออาชีพที่พร้อมจะส่งมอบความรู้และทัศนคติที่ดีให้กับเยาวชนได้อย่างสมบูรณ์แบบ
สำหรับบุคลากรทางการศึกษาที่ต้องการพัฒนาตนเอง สะสมความรู้ใหม่ ๆ และเก็บรวบรวม เกียรติบัตร ผ่านหลักสูตรออนไลน์คุณภาพ สามารถเข้าไปค้นหาแรงบันดาลใจและคอร์สเรียนที่น่าสนใจได้ฟรีที่ Starfish Labz ชุมชนแห่งการเรียนรู้ที่พร้อมยืนหยัดเคียงข้างครูไทยทุกคน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ มาตรฐานวิชาชีพครู
Q1: มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษามีผลบังคับใช้กับใครบ้าง?
มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา ครอบคลุมผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ได้แก่ ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และศึกษานิเทศก์ ซึ่งแต่ละตำแหน่งจะมีรายละเอียดของมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพที่แตกต่างกันออกไปตามบทบาทหน้าที่
Q2: หากใบอนุญาตประกอบวิชาชีพขาดต่ออายุ จะส่งผลต่อการทำงานหรือไม่?
ส่งผลอย่างแน่นอน ผู้ที่ใบอนุญาตหมดอายุจะไม่สามารถใช้สิทธิในการประกอบวิชาชีพตามประเภทใบอนุญาตนั้นได้ต่อไป หากประสงค์จะต่ออายุหลังจากหมดเขต จะต้องมีหนังสือชี้แจงเหตุผลและชำระค่าดำเนินการกรณีล่าช้า ดังนั้นจึงควรยื่นคำขอต่ออายุภายใน 180 วันก่อนที่ใบอนุญาตเดิมจะหมดอายุ
แหล่งอ้างอิง