ทำความรู้จักกับ “โรคสมาธิสั้น” หรือ “ADHD”
โรคสมาธิสั้นเป็นกลุ่มความผิดปกติของพฤติกรรมที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน เช่น ขาดสมาธิ ซุกซน อยู่ไม่นิ่ง ตัดสินใจหุนหันพลันแล่น หรือขาดการยับยั้งใจตนเองโดยอาการดังกล่าวจะแสดงออกต่อเนื่องยาวนาน จนทำให้เกิดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและการเรียน ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับอายุและระดับพัฒนาการตามช่วงวัย โดยที่ความผิดปกติมักจะเกิดขึ้นก่อนอายุ 7 ปี และมีอาการต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
โดยอาการของโรคสมาธิสั้นนั้นแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มอาการใหญ่ ได้แก่
1. กลุ่มอาการขาดสมาธิ
กลุ่มนี้จะมีพฤติกรรมไม่สามารถจดจำรายละเอียดของสิ่งที่ทำได้ เนื่องจากขาดความรอบคอบ ไม่มีสมาธิในการทำงานหรือการเล่น ไม่สนใจและไม่ปฏิบัติตามคำสั่งจนทำให้ไม่สำเร็จ หลีกเลี่ยงในการทำงานที่จะต้องใช้ความคิด ปล่อยปละละเลยสิ่งของที่จำเป็นสำหรับการทำงาน วอกแวกง่ายและเสียสมาธิง่ายแม้จะมีเสียงรบกวนเพียงเล็กน้อย
2. กลุ่มอาการซน/หุนหันพลันแล่น
กลุ่มนี้จะมีพฤติกรรม ไม่สามารถอยู่นิ่งได้ มือและเท้าขยับไปมาตลอดเวลา มักวิ่งไปมาแม้จะอยู่ในสถานที่ที่ไม่ควรทำ ไม่สามารถเล่นหรือพักผ่อนเงียบ ๆ ได้ พูดมากและพูดสวนทันทีก่อนผู้ถามจะพูดจบ รอคอยตามกฎระเบียบไม่ได้ จนสุดท้ายแสดงความก้าวร้าวต่อผู้อื่น
กลยุทธ์การจัดการเรียนรู้ให้เด็กกลุ่ม ADHD สนใจ
เนื่องจากเด็ก ๆ ในกลุ่มอาการสมาธิสั้นมักจะมีความสนใจในช่วงเวลาหนึ่งและยึดตามความสนใจของตนเองเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น คุณครูในฐานะผู้ที่ต้องส่งเสริมการเรียนรู้โดยเฉพาะในด้านวิชาการและทักษะชีวิตจึงต้องมีการจัดกิจกรรมให้กับเด็กกลุ่มนี้ด้วยกลยุทธ์ที่มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น เช่น
1.การจัดกิจกรรมประจำวัน
กิจกรรมในแต่ละวันต้องมีความแน่นอนและคงที่ ปฏิบัติเหมือนเดิมเป็นประจำ ที่สำคัญ อย่าลืมที่จะบอกเด็ก ๆ ล่วงหน้าและเตือนความจำ ผ่านการทำข้อความ ป้าย หรือสัญลักษณ์ เช่น การเขียนวันที่ลงไปทุกครั้งที่มีการจดบันทึกลงในสมุด, ส่งสัญญาเตือน 5 นาทีก่อนหมดชั่วโมงเรียนและเตือนอีกครั้งเมื่อหมดชั่วโมงเรียน
2. เทคนิคช่วยจำผ่านสี
การใช้ปากกาสี หรือติดแถบสีใต้ข้อความสำคัญ คำศัพท์ สูตรคูณให้เป็นการกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นจนก่อให้เกิดความสนใจ แล้วจึงนำมาพัฒนาเป็นเกมสร้างสรรค์ที่ก่อให้เกิดความสนุกในการเรียนรู้ในรูปแบบ Active learning ปฏิบัติด้วยตนเอง
3. จัดทำการแจ้งเตือนเวลา
จัดแบ่งงานเป็นส่วน ๆ และทำให้เด็กนั้นสามารถลงมือทำจนสำเร็จในช่วงเวลาสั้น ๆ เช่น การให้เด็กได้วาดรูปวงกลมตามจินตนาการภายในเวลา 5 นาที เมื่อเด็กทำเสร็จเด็กจะเกิดความภูมิใจในตนเองที่มีความพยายามและเสริมแรงทางบวกด้วยการให้คำชมหรือการให้ดาว คะแนนเพิ่มเติม
4. ปฏิบัติด้วยความยุติธรรม
สังเกตพฤติกรรมของเด็ก ๆ เบื้องต้นหากพบเห็นว่าเล่นกับเพื่อน ๆ แล้วไม่สนใจในกติกาภายในห้องเรียน ในฐานครูหรือผู้ปกครองควรมีส่วนช่วยหลักคือการพูดคุยให้ชัดเจนว่าต้องการให้เด็กทำอะไร พฤติกรรมแบบใดเป็นที่ต้องการหรือไม่ต้องกาต่อสังคม และปฏิบัติกับเด็กให้เหมือนกับเพื่อน ๆ อย่างยุติธรรมตามข้อตกลงที่ทำให้เด็กดูเป็นตัวอย่างว่าเท่าเทียมและสม่ำเสมอในการประพฤติให้เด็กดูเป็นต้นแบบ
Key Takeaway:
เด็กกลุ่ม ADHD โดยส่วนมากมักจะชินกับคำที่ถูกตำหนิ มากกว่าคำชม ดังนั้นหากได้จัดการเรียนรู้ให้กับเด็ก ๆ แล้ว จึงควรเสริมแรงทางบวกให้กับเด็ก ๆ เพื่อเสริมความมั่นใจในเรื่องที่ตรงไปตรงมา เช่น หากเด็กคัดลายมือได้สวย ก็มอบคำชมว่า “ครูชอบมากที่คัดลายมือจนเสร็จ ” ซึ่งการให้กำลังใจตรงประเด็นและสม่ำเสมอจะเป็นส่วนนึงที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ดีขึ้นนั้นเอง
แหล่งอ้างอิง (Sources) :
- สถาบันราชานุกูล. (2558). เด็กสมาธิสั้น คู่มือสำหรับครู. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด