เสริมทักษะสำคัญที่ครูรุ่นใหม่ต้องมีคือสอนสนุก กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน พร้อมยกระดับ การออกแบบการสอน ให้ดูเป็นมืออาชีพตั้งแต่วันแรก
ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้ทำงานในฝันและเต็มเปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์ โดยเฉพาะอาชีพครูที่ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่วาง แผนการสอน และผู้สอนหนังสือเท่านั้น แต่ยังต้อง การออกแบบหน่วยการเรียนรู้ ที่ดูซับซ้อนและเต็มไปด้วยการวัดผล ทำให้ครูมือใหม่ที่ไม่ได้เตรียมความพร้อมถึงกับหาจุดเริ่มต้นไม่ถูกหรือจะสร้างเนื้อหาอย่างไรให้ครบถ้วนตามหลักสูตรที่ผู้บริหารกำหนดเพื่อให้สอดคล้องกับกระทรวงฯ
แต่เชื่อมั่นได้ว่าด้วยความมุ่งมั่นและเข้าใจในโครงสร้างที่ถูกต้อง การออกแบบหน่วยการเรียนรู้ จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นเข็มทิศที่ช่วยชี้นำการสอนของครูรุ่นใหม่ให้ไหลลื่นตลอดทั้งเทอม
1. วางโครงสร้างแบบ Backward Design เพื่อลดความหลงทาง
Backward Design คือ การจัดการเรียนรู้แบบย้อนกลับ เป็นแนวคิดของ Grant Wiggins และ Jay McTighe นักศึกษาชาวอเมริกัน ที่เขียนและลงตีพิมพ์ในหนังสือ Understanding by Design ในปี ค.ศ.1998 เป็นแนวคิดที่เริ่มจากการนำผลลัพธ์ที่ต้องการ มากำหนดทิศทางในการออกแบบหลักสูตรหรือแผนการสอน โดยประกอบไปด้วย 3 ขั้นตอนสำคัญดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 กำหนดผลลัพธ์หรือ เด็กต้องรู้อะไรและทำอะไรได้
ขั้นตอนที่ 2 การประเมินระหว่างเรียน หรือ จะรู้ได้อย่างไรว่าเด็กทำได้ตามเป้าหมาย
ขั้นตอนที่ 3 วิธีการ หรือ ครูจะสอนนักเรียนอย่างไร (บรรยาย, ทดลอง, เล่นเกม, การเลือกใช้ สื่อการสอน และใช้ จิตวิทยา อย่างไรในการสอน
เมื่อกำหนดขั้นตอนและทำความเข้าใจในหัวข้อการวางโครงสร้างแบบ Backward Design จนลึกซึ้งก็จะช่วยให้ครูไม่หลงทางและจัดลำดับความสำคัญได้อย่างถูกต้อง
2. เจาะลึกองค์ประกอบสำคัญของหน่วยการเรียนรู้ที่ครูมือใหม่ต้องมีให้ครบ
สิ่งสำคัญภายหลังจากการออกแบบ แผนการสอน เป็นที่เรียบร้อย นั่นคือการกำหนดโครงสร้างและองค์ประกอบหลักสำคัญที่ต้องปรากฏในหน่วยการเรียนรู้ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดที่จะต้องสอดคล้องกับโครงสร้าง Backward Design ที่กำหนดเอาไว้ตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งประกอบไปด้วย 5 หัวข้อหลัก ได้แก่
- ชื่อหน่วยการเรียนรู้บ่งบอกให้รู้ว่าเด็กจะเรียนเกี่ยวกับอะไร เช่น เรียนเรื่องระบบนิเวศของป่าชายเลน ชื่อหน่วยการเรียนรู้ คือ ความลับมหัศจรรย์ของป่าชายเลน
- มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด นี่คือ หัวใจของแผนการสอน ที่ครูต้องระบุให้ชัดเจนว่า หน่วยการเรียนนี้ตอบโจทย์ตัวชี้วัดใดของหลักสูตร เพื่อให้มั่นใจว่าครูสอนในสิ่งที่เด็กต้องรู้จริง ๆ เพราะหมายถึง เป้าหมายการเรียนรู้ ในขั้นตอนที่ 1 ของ Backward Design
- สาระสำคัญหรือความคิดรวบยอดคือการสรุปใจความสำคัญ ถ้าเด็กเรียนจบหน่วยการเรียนนี้แล้ว เด็กจะมีความรู้ใดติดตัวไปบ้าง ซึ่งควรเป็นความรู้ที่เด็กจดจำได้ถาวร
- ชิ้นงานหรือภาระงาน เป็นสิ่งที่จะยืนยันว่าเด็กนักเรียนได้บรรลุเป้าหมาย เช่น การนำเสนอหน้าชั้นเรียน สิ่งประดิษฐ์ที่ทำขึ้น ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับแนวคิด Backward Design ที่วางไว้
- เกณฑ์การให้คะแนน เป็นส่วนประกอบที่ครูมือใหม่มักจะลืม หรือไม่สามารถบ่งบอกให้ชัดเจนว่า ผลงานที่นักเรียนนำเสนอและได้คะแนนนั้นมีที่มาอย่างไร การกำหนด สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ในการให้คะแนนเป็นสิ่งสำคัญและยุติธรรมกับเด็กมาก เพื่อที่จะช่วยนักเรียนได้พัฒนาตนเองได้ตรงจุด
3. การจัดการหน่วยการเรียนรู้ แบบ Active Learning
หัวใจสำคัญของ การจัดการเรียนรู้เชิงรุก คือ การเรียนรู้แบบ Active Learning ที่ไม่ใช่แค่การสอนแต่ทฤษฎีในหนังสือเพียงอย่างเดียว แต่ต้องนำสิ่งที่สอนนั้นมาเปลี่ยนให้เป็นจริงและสัมผัสได้ เพื่อให้การเรียนรู้นั้นไม่น่าเบื่อ หรืออาจจะใช้ สื่อการสอนฟรี ที่ดูแปลกใหม่และน่าสนใจมากกว่าแค่ดูผ่านหนังสือแบบเล่น เช่น การดูคลิปวิดีโอ, การเล่นเกมตอบคำถาม การจำลองสถานการณ์ หรือการไปทัศนศึกษาในสถานที่จริง เป็นต้น จากนั้นให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้รับมานำเสนอในรูปแบบต่าง ๆ ที่ครูกำหนด เช่น การอภิปรายหน้าชั้นเรียน, การสมมุติบทบาท หรือการสร้างเกมเพื่อให้ทุกคนได้รู้จักกับการตั้งคำถามโดยที่ครูมีหน้าที่แค่สนับสนุน
4. การประเมินระหว่างเรียน
เพื่อให้แผนการเรียนของครูสัมฤทธิ์ผล มิใช่เป็นเพียงรายงานในหน้ากระดาษที่ส่งให้ผู้บริหารได้รับทราบ จำเป็นที่จะต้องมี การประเมินระหว่างเรียน ในขณะที่เด็ก ๆ กำลังทำกิจกรรม อย่าปล่อยให้เด็กสงสัยจนจบกิจกรรม แต่ควรเข้าไปปรับจูนและอธิบายให้เข้าใจอย่างท่องแท้ เพื่อจะได้มั่นใจว่าเด็ก ๆ จะได้รับความรู้และเข้าใจ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน จริง
สำหรับครูมือใหม่ที่รู้สึกว่า การออกแบบหน่วยการเรียนรู้ เป็นเรื่องซับซ้อน ลองไปเรียนรู้ที่ Starfish Labz แหล่งรวมไอเดียและเทคนิคการจัดการเรียนรู้อันดับต้น ๆ ของไทย ที่นี่มี สื่อการสอนฟรี และหลักสูตรอบรมออนไลน์ที่ช่วยให้ครูมือใหม่จัดการงานวิชาการได้อย่างมืออาชีพ
ที่มาของข้อมูล