การสร้างห้องเรียนเชิงบวก เป็นอีกแนวทางการเรียนการสอนที่กำลังได้รับความนิยม แต่สำหรับคุณครูมือใหม่ที่กำลังวางแผนสร้างห้องเรียนเชิงบวก เรามีความรู้ดี ๆ และแนวทางง่าย ๆ มาฝาก
ความหมายของห้องเรียนเชิงบวก
ก่อนไปดูวิธีการสร้างห้องเรียนเชิงบวก มาทำความเข้าใจก่อนว่า ‘ห้องเรียนเชิงบวก’ หรือ Positive Classroom หมายถึง การจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ภายในห้องเรียนทั้งทางกายภาพ รูปแบบการเรียนการสอนที่เหมาะสม รวมไปถึงการเพิ่มบรรยากาศให้น่าเรียนด้วยการชมเชยหรือการให้รางวัล ทำให้นักเรียนรู้สึกปลอดภัยและมีความสุขในการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น ตามแนวคิดว่า บรรยากาศการเรียนรู้ที่ดีจะสนับสนุนพัฒนาการด้านการเรียนรู้ และจูงใจให้นักเรียนกล้าแสดงออกทางความคิดเห็นได้ดีและเต็มที่มากยิ่งขึ้น
ประโยชน์ของการจัดห้องเรียนเชิงบวก
อย่างที่รู้กันแล้วว่าการสร้างห้องเรียนเชิงบวกมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มบรรยากาศการเรียนรู้ แต่ในความจริงแล้วการสร้างห้องเรียนเชิงบวกยังเป็นการพัฒนาผู้เรียนแบบองค์รวม และมีประโยชน์อีกหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น
- ผลการเรียนที่ดียิ่งขึ้น
เมื่อบรรยากาศภายในห้องเรียนดี สะอาด มีความปลอดภัย รวมถึงใช้สื่อการสอนที่น่าสนใจและเหมาะสม ทำให้นักเรียนรู้สึกกระตือรือร้น เอื้อต่อกระบวนการเรียนรู้ และอยากมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ มากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าอาจส่งผลดีให้ผลการเรียนของนักเรียนดีขึ้น
- เสริมความมั่นใจ
ห้องเรียนเชิงบวกไม่เพียงเป็นเทคนิคจิตวิทยาที่ช่วยให้นักเรียนสนใจการเรียนมากขึ้นเท่านั้น แต่ความรู้สึกปลอดภัยจากทั้งบรรยากาศในห้องเรียนและความปลอดภัยทางอารมณ์ ยังช่วยกระตุ้นพัฒนาการทางอารมณ์ของนักเรียน ทำให้กล้าคิด กล้าแสดงออก และไม่กลัวที่จะแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ ยิ่งหากได้รับคำชมหรือรางวัลอย่างต่อเนื่องจากการตอบคำถาม เมื่อส่งงานตรงเวลา หรือการช่วยเหลือเพื่อนร่วมชั้น ยิ่งเพิ่มความมั่นใจและเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์ให้กับนักเรียนมากขึ้น เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันในตัวเด็ก
- เพิ่มทักษะทางสังคม
สภาพแวดล้อมที่ดีและสื่อการสอนที่เหมาะสม และการเพิ่มกิจกรรมที่ทำร่วมกันเป็นกลุ่ม ช่วยเพิ่มทักษะทางสังคมให้กับนักเรียน เพราะเด็ก ๆ มีโอกาสได้ทำงานร่วมกัน เพิ่มปฏิสัมพันธ์ความสามัคคีในหมู่นักเรียน ส่งเสริมการช่วยเหลือระหว่างห้อง และที่สำคัญลดโอกาสเกิดปัญหาการกลั่นแกล้งกันในอนาคต
- เพิ่มปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูและนักเรียน
การสร้างห้องเรียนเชิงบวกด้วยคำชมเชยหรือการให้รางวัล ถือเป็นการเพิ่มปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูและนักเรียน ทั้งยังทำให้นักเรียนรู้สึกเชิงบวกต่อการเรียนรู้ ช่วยเพิ่มความไว้วางใจต่อครูผู้สอน ทำให้สามารถเข้าใจศักยภาพของนักเรียนและนำมาปรับใช้ในการ
เตรียมแผนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
วิธีการสร้างห้องเรียนเชิงบวกสำหรับครูมือใหม่
สำหรับคุณครูมือใหม่ที่กำลังวางแผนสร้างห้องเรียนเชิงบวก แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นด้วยวิธีไหน แนะนำให้เริ่มต้นด้วยวิธีง่าย ๆ ดังต่อไปนี้
- สำรวจความต้องการของนักเรียนและผู้ปกครอง
การสำรวจความต้องการของนักเรียนและผู้ปกครอง เป็นเหมือนการเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนร่วมทุกฝ่ายได้แสดงความคิดเห็นหรือกำหนดบรรยากาศของห้องเรียน และทิศทางการเรียนการสอนที่ปลอดภัยร่วมกัน
- ใช้ข้อมูลด้านอื่น ๆ มาใช้ในการออกแบบการสอน หรือเลือกใช้สื่ออย่างเหมาะสม
นอกจากการสำรวจความต้องการแล้ว สามารถนำข้อมูลทางสถิติ ผลการเรียน การเข้าเรียน หรือการบันทึกพฤติกรรมมาใช้ในการวางแผนการสอนและสร้างห้องเรียนเชิงบวกได้เช่นกัน
- สร้างกฎระเบียบภายในห้องเรียน
การสร้างกฎระเบียบไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำมาบังคับให้นักเรียนปฏิบัติตาม
แต่เป็นการกำหนดระเบียบการอยู่ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ ทำให้เกิดความเคารพซึ่งกันและกัน รับผิดชอบหน้าที่ของตน รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น อย่างไรก็ตาม การสร้างกฎระเบียบควรมาจากความคิดเห็นของนักเรียน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มการส่วนร่วมมากยิ่งขึ้นด้วย
- การจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม
เพื่อเพิ่มบรรยากาศให้น่าเรียนรู้มากขึ้น ควรตกแต่งห้องเรียนด้วยสื่อการสอน หรือมุมการเรียนรู้ด้วยหนังสือที่น่าสนใจ หรือมุมแสดงผลงานของนักเรียน
- เสริมแรงบวกด้วยคำชมเชยและรางวัล
การกล่าวคำชมเชยหรือมอบรางวัลเมื่อนักเรียนทำความดีหรือตอบคำถามในระหว่างเรียนได้ ถือเป็นการสร้างวัฒนธรรมเชิงบวกและเพิ่มความอบอุ่นให้กับห้องเรียน
เป็นอย่างไรบ้างสำหรับการสร้างห้องเรียนเชิงบวกที่เรานำมาฝาก ซึ่งจะเห็นว่าการสร้างสรรค์ห้องเรียนเชิงบวกนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แค่จัดบรรยากาศห้องเรียน วางกฎระเบียบและเสริมแรงบวก จะทำให้นักเรียนรู้สึกปลอดภัยและส่งผลดีต่อการเรียนรู้ แต่สำหรับคุณครูมือใหม่ที่ยังไม่รู้ว่าควรเริ่มตรงไหน บอกเลยต้องไม่พลาด Starfish Labz แพลตฟอร์มแหล่งรวมสื่อการสอนฟรี แนวทางการเรียนรู้ด้านใน (Inner Education) และนวัตกรรมการศึกษาแนวใหม่ที่ใคร ๆ ก็สามารถเข้าไปเรียนรู้ได้ไม่ยาก
ที่มาข้อมูล