นอกเหนือจากเป็นพื้นที่ในการเชื่อมต่อระหว่างเพื่อนหรือคนรู้จักแล้วเหล่า Social Media หรือชุมชนออนไลน์ต่างๆ ยังถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ดีเลยทีเดียวที่เราสามารถนำมาใช้ในการเรียนการสอน ไม่ว่าจะในวิชาอะไร รูปแบบไหน Social Media ก็สามารถเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่เราสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างมากมาย แถมยังเป็นเครื่องมือที่สามารถเชื่อมต่อกับเด็กๆ โดยเฉพาะ แต่เอ้ . . . จะใช้อย่างไรหรือมีรูปแบบไหนกันบ้างนะที่เราสามารถนำ Social Media มาใช้ในห้องเรียนของเรากันได้บ้าง ตาม Starfish Labz มาดูกันในบทความนี้เลยค่ะ
5 Ideas ใช้ประโยชน์จากชุมชนออนไลน์ในการสอน
1.ใช้ Social Media รุ่นใหม่เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและการมีส่วนร่วมจากเด็กๆ
โดยปกติเมื่อเราพูดถึง ‘การมีส่วนร่วม’ บน Social Media เราอาจหมายถึงการถูกใจ ความคิดเห็น และการแชร์ในโพสต์บน Social Media แต่ในกรณีของการใช้ Social Media เพื่อการศึกษา ‘การมีส่วนร่วม’ ที่ว่าแน่นอนว่าแตกต่างออกไปสักหน่อยและหมายถึงการที่เด็กๆ รู้สึกชอบ สนใจและอยากเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม หรือในที่นี้ เราอาจจะใช้คำว่าเราสามารถใช้พื้นที่บน Social Media ในการโปรโมทวิชาของเราให้น่าสนใจ ไม่เพียงแค่ตอนช่วงต้นของการเรียนรู้ แต่ยังสามารถเป็นตลอดการเรียนโดยเฉพาะการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการเข้าถึงเด็กๆ ผ่าน Social Media ใหม่ ๆ เช่น YouTube หรือ TikTok ยิ่งแหวกแนวเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสเข้าถึงพวกเขาได้มากเท่านั้น
2.ใช้ Social Media ใหญ่ๆ เพื่อเป็นพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนและทำงานร่วมกัน
นักเรียนส่วนใหญ่รู้สึกสบายใจและมักใช้ Social Media ในการสื่อสารการนำวิธีการสื่อสารในรูปแบบดังกล่าวมาใช้จึงถือเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับที่เราสามารถใช้เพื่อเชื่อมต่อและสร้างพื้นที่ในการแลกเปลี่ยน รวมถึงทำงานร่วมกับพวกเขาได้อย่างดี Social Media ในหลากหลายแพลตฟอร์มยังประกอบด้วยฟีเจอร์มากมายที่เราสามารถใช้เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วม เพิ่มความน่าสนใจและการแลกเปลี่ยนร่วมกันในการเรียน เรียกว่าเป็นหนึ่งในข้อดีของชุมชนออนไลน์ที่ผู้ใช้งานเพื่อการสอนอย่างเราไม่ควรพลาด
3.ใช้ Social Media หลักๆ ในการเป็นพื้นที่แจ้งข้อมูล ข่าวสาร และเอกสารการเรียนรู้ต่างๆ
Social Media อาจเป็นเครื่องมือสำหรับการสื่อสารแบบ Two-Way Communication หรือการสื่อสารแบบสองทางสำหรับใครหลายๆ คน แต่นอกเหนือจากในรูปแบบ Two-Way แล้วอีกหนึ่งรูปแบบที่มีคุณประโยชน์ไม่แพ้กันก็คือในรูปของ One-Way หรือการสื่อสารแบบทางเดียว เช่น การแจ้งข้อมูล ข่าวสาร รวมถึงการโพสต์เอกสารการเรียนรู้ต่างๆ ที่จำเป็นก่อนการมาเรียนหรือในการเตรียมสอบ ด้วยการใช้ Social Media แทนที่จะเป็น Email นอกเหนือจากการเข้าถึงเด็กๆ ได้อย่างง่าย รวดเร็วกว่า และเป็นวงกว้าง คุณครูยังอาจพบด้วยว่าง่ายและสะดวกต่อตนเองกว่าในรูปแบบอื่นๆ แถมยังมีฟีเจอร์หลากหลายมากมายทั้งในรูปแบบการโพสต์แบบวิดีโอ หรือหากอยากจะลองทำแบบคอนเทนต์กราฟิกสวยๆ เพื่อให้การประกาศน่าสนใจก็สามารถทำได้เช่นกัน ช่วยเพิ่มทั้งความน่าสนใจและความรู้สึกดึงดูดใจในการเรียนรู้ด้วยนะคะ
4.ใช้ Social Media แบบใหม่ ๆ ในการจัดการสนทนา พูดคุย หรือส่งการบ้าน
นอกเหนือจาก Social Media ที่เราคุ้นเคยกันในการสอนวิชาหนึ่งๆ คุณครูสมัยใหม่อย่างเรายังสามารถขยายขอบเขตของคำว่าชุมชนออนไลน์ออกไปอย่างชุมชนออนไลน์คืออะไรในแบบเดิมๆ ให้รวมถึงเหล่าเครื่องมือการเชื่อมต่อใหม่ๆ หรือ EdTech ทางการศึกษาเชิงชุมชนหรือการเชื่อมต่อมากมายที่สามารถหยิบจับมาใช้ได้เพื่อให้เกิดประโยชน์รวมถึงเพื่อให้เกิดความสร้างสรรค์ในการเรียนรู้และการนำเสนอช่องทางการเรียนรู้แบบใหม่ๆ อาทิ การใช้ Clubhouse แพลตฟอร์มการเชื่อมต่อและพูดคุยผ่านเสียงยอดนิยมในการจัดการสนทนาหรือแลกเปลี่ยนสิ่งต่างๆ แบบ Online หากไม่จัดด้วยตนเอง จะลองสั่งให้เด็กๆ จัดการสนทนาขึ้นมาเป็นการบ้านและส่งให้เราประเมินก็ยังได้ รวมถึงการใช้งานอีกหลากหลายแอปพลิเคชันมากมาย อาทิ TikTok หรือ YouTube
การใช้งานเครื่องมือเชิงการแสดงออกเหล่านี้เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับคลาสที่ต้องการฝึกการสนทนาหรือทักษะการแสดงต่างๆ รวมถึงการสร้างโอกาสในการสามารถประเมินความสามารถหรือทักษะต่างๆ ของเด็กๆ อย่างเป็นธรรมชาติ ยิ่งพวกเขาอยู่ในพื้นที่ที่ชอบมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสที่เขาจะผ่อนคลายและเป็นตัวเองมากเท่านั้น ช่วยให้เรามองเห็นตัวเขาอย่างที่เป็นจริงๆ รวมถึงความสามารถและความก้าวหน้าในการเรียนรู้ต่างๆ นั่นเองค่ะ
5.สร้างบัญชี Social Media สำหรับคลาสหนึ่งๆ โดยเฉพาะ
เราอาจเคยเห็นแต่บัญชีของสถาบันการศึกษา เช่น บัญชี IG โรงเรียน หรือแฟนเพจ Facebook โรงเรียนหนึ่งๆ แต่รู้ไหมคะว่านอกเหนือจากสถาบันแล้ว เรายังสามารถลองนำไอเดียตรงนี้มาดัดแปลงเป็นการสร้างบัญชีคลาสหนึ่งๆ ของเด็กหรือของเราในแต่ละภาคการศึกษาให้เกิดความน่าสนใจเป็นแหล่งรวบรวมความทรงจำ มีการถ่ายภาพรวมกัน มีการโพสต์รางวัลหรือผู้ที่ได้คะแนนดีต่างๆ รวมถึงการอัปเดตข่าวสารโดยเฉพาะ ซึ่งแตกต่างจากการอัปเดตในกลุ่มเนื่องจากเมื่อเป็นบัญชีหรือแฟนเพจ นอกจากเด็กๆ แล้วเรายังเปิดโอกาสให้คนอื่นๆ เข้ามาชื่นชมและสัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้ บรรยากาศ และความสามารถของพวกเขาได้อีกด้วย การออกแบบการเชื่อมต่อแบบนี้จึงไม่เพียงช่วยเรื่องการสร้างความกลมเกลียว แต่ยังช่วยกระตุ้นการอยากเรียนรู้และการอยากเป็นส่วนหนึ่งในห้องเรียน รวมถึงความสนุกและความสุขต่างๆ ที่สามารถแบ่งปันร่วมกัน
ยิ่งผู้สอนเลือกแพลตฟอร์มที่ตรงใจเด็กๆ รุ่นใหม่โดยเฉพาะก็ยิ่งมีโอกาสที่จะช่วยดึงดูดพวกเขา รวมถึงสร้างความรู้สึกที่ดีต่อการเรียนรู้ หรือหากใครที่ไม่ชินกับแพลตฟอร์มใหม่ ๆ หรืออยากลองแพลตฟอร์มแบบที่คุ้นเคยหรือง่ายๆ สำหรับคุณครูก่อนจะลองใช้เป็นเทคโนโลยีการศึกษาประเภทห้องเรียน อาทิ Microsoft Teams หรือ Starfish Class ที่มีฟีเจอร์สร้างห้องเรียนสำหรับเด็กๆ โดยเฉพาะหรือจะเริ่มต้นเรียนรู้วิธีการเชื่อมต่อแบบง่ายๆ ก่อนผ่านเว็บไซต์ชุมชนออนไลน์มากมาย อาทิ Starfish Labz เชื่อว่าจะช่วยให้รู้สึกกังวลน้อยลงเพราะมีหลากหลายฟีเจอร์ที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้อย่างง่ายแถมยังเป็นการเริ่มต้นแบบสบายๆ อีกด้วย
กล่าวได้ว่านี่คือ 5 ไอเดียที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานสังคมออนไลน์และการใช้เทคโนโลยีการศึกษาในการเชื่อมต่อ ใครที่กำลังมองหาวิธีการใหม่ ๆ ในการเชื่อมต่อกับผู้เรียน อย่าลืมนำวิธีเหล่านี้ไปลองใช้กันนะคะ
อ้างอิง:
บทความใกล้เคียง
Related Courses
การสอนคณิตศาสตร์ (3R)
คณิตศาสตร์จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แค่เรามีเทคนิคดีๆ มาเป็นตัวช่วยในการสอน คณิตศาสตร์ของเราก็จะเป็นเรื่องง่าย ไม่น่าเบื่ ...
เทคนิคการสร้าง AR Content อย่างง่ายด้วย MywebAR
ผู้ที่สนใจในการสร้างเนื้อหาดิจิทัล และต้องการใช้ AR เพื่อเพิ่มมิติใหม่กับผลงานของตัวเอง โดยเฉพาะคุณครูอาจารย์ที่ต้องการสร้าง ...
เทคนิคการสร้าง AR Content อย่างง่ายด้วย MywebAR
ต้องใช้ 100 เหรียญ
Professional Development
การพัฒนาวิชาชีพ (Professional Development) เป็นกระบวนการพัฒนาทักษะ ความรู้ และความสามารถที่จำเป็นในการทำงานแล ...
Micro Learning เทคนิคการจัดการเรียนการสอน 1
คุณภาพของผู้เรียนนอกจากจะเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบในตัวผู้เรียนเอง แล้วกระบวนการเรียนการสอนที่ครู จัดให้เป็นสิ่งสำคัญต่อผลสัม ...
Micro Learning เทคนิคการจัดการเรียนการสอน 1
Related Videos
พระสอนศีลธรรมแกนนำ 2562
เทคนิคการสอน สอนอย่างไรให้ได้ “สมรรถนะ”