ทำอย่างไรให้บันทึกการอ่านไม่น่าเบื่อ?

ทำอย่างไรให้บันทึกการอ่านไม่น่าเบื่อ?

ย้อนไปในช่วงที่เราเป็นนักเรียน หลาย ๆ คนคงเคยทำบันทึกการอ่าน อาจจะมีอ่านจริงจังบ้าง หรืออ่านผ่าน ๆ บ้าง หรือบางครั้ง ก็ไม่อ่านเลย บ้างก็เป็นคะแนน บ้างก็เป็นเพียงกิจกรรมเล็ก ๆ ไม่ได้จริงจังอะไร

แต่ถ้าหากกลับมาที่ปัจจุบัน หลายๆ อย่างได้เปลี่ยนไป การให้นักเรียนจดจ่อ หรือมีทักษะการอ่านที่ดีนั้นเป็นเรื่องที่ยาก พวกเขามีทั้งมือถือ แท็บเล็ต ที่เป็นตัวเบนความสนใจให้กับหนังสือ การสั่งบันทึกการอ่านแบบปกติอาจไม่มีประสิทธิภาพ และ ไม่ช่วยอะไรพวกเขาเลยก็ได้

จากผลวิจัยในปี 2012 พบว่า การทำบันทึกการอ่านแบบที่เป็นการบังคับให้เด็กอ่าน กลับส่งผลให้นักเรียนไม่มีความกะตือรือร้น และ การสร้างเดดไลน์ การตรวจเช็ค หรือการทำประเมิณ ทำลายความต้องการที่อ่านของพวกเขา

ดังนั้นเราควรทำอย่างไร?

นี่คือ 3 เทคนิคท ี่จะทำให้การอ่านของเด็ก ๆ ไม่ตึงเครียด และผลักดันให้พวกเขารักการอ่านแบบไม่ส่งผลแบบเชิงลบ

1. ให้อิสระในการอ่าน

ให้เด็กๆ ได้เป็นคนเลือกหนังสือเองในบางครั้ง จะทำให้พวกเขามีความสนใจในการอ่านที่มากขึ้น หรือบางครั้งก็ปล่อยให้พวกเขาได้ใช้เวลากับมันแบบไม่ต้องรีบตาม (หากมีวินัยมากพอ)

2. จับคู่

ให้พวกเขาได้จับคู่และได้คุยกับสิ่งที่ได้อ่านไป สอนการเป็นคู่หูที่ดีต่อกัน และ แนะนำตัวอย่างการพูดคุย อย่างเช่น “รู้สึกว่าตัวเองเหมือนตัวละครไหนในหนังสือ?” หรือ “พออ่านแล้วรู้สึกอย่างไร” การทำแบบนี้ช่วยหลีกเลี่ยงความน่าเบื่อจากการให้คะแนนแบบจริงจัง ที่จะสร้างความตึงเครียดและลดความน่าสนใจในการอ่าน รวมถึงการจับคู่ จะช่วยให้พวกเขาผลักดันกันเอง และ เหมือนเป็นการสร้างความท้าทาย

3. กระดาน Graffiti

ลองหาที่ว่างในห้องเรียน หรือให้เขาลองหาคำคมที่ชื่นชอบจากหนังสือมาแบ่งปัน อาจจะเขียนบนกระดาน หรือเขียนใส่กระดาษแล้วตกแต่ง โดยเริ่มจากบอกนักเรียนว่าคำคมหรือคำพูดที่ดีที่น่าสนใจนั้นเป็นประมาณไหนให้เขาได้เข้าใจคร่าวๆ หลังจากนั้นเมื่อเด็กๆ ได้นำคำคม หรือ คำพูดที่สร้างแรงบันดาลใจจากหนังสือมาเขียนในกระดานแล้วคำพวกนี้ก็สามารถนำมาถกเถียง พูดคุยกันในห้องเรียนได้ เป็นการสร้างแรงบันดาลใจ และ ทำให้ห้องเรียนไม่น่าเบื่ออีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก

www.edutopia.org/video/3-alternatives-reading-logs

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

แนวทางการสอนแบบ “ฟินแลนด์” ที่ครูไทยก็ทำได้

แนวทางการสอนแบบ “ฟินแลนด์” ที่ครูไทยก็ทำได้

Starfish Academy
Starfish Academy

เมื่อกล่าวคำว่า “การศึกษาฟินแลนด์” หลายคนคงได้ยินกันมาบ้างแล้วว่านั่นคือการศึกษาที่ดีที่สุดในโลก Pasi Sahlberg นักการศึกษาชั้นนำของฟินแลนด์และของโลก ผู้เขียนหนังสือ Finnish Lessons 2.0 เกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษาในฟินแลนด์ ได้แนะนำวิธีที่จะทำให้เกิด ...

1098 views 06.05.20
แนวทางการสอนแบบ “ฟินแลนด์” ที่ครูไทยก็ทำได้
"เทคนิคพ่อแม่ในการค้นหาสมรรถนะของลูก" ตอนที่ 3 โดย Starfish Education

"เทคนิคพ่อแม่ในการค้นหาสมรรถนะของลูก" ตอนที่ 3 โดย Starfish Education

Starfish Academy
Starfish Academy

บทบาทของคุณพ่อคุณแม่...ผู้เชื่อมโยงการเรียนรู้จากโรงเรียนสู่โลกของความเป็นจริงการเชื่อมโยงจากโรงเรียนไปถึงพ่อแม่เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าหากโรงเรียนเซ็ตระบบหลักสูตรการเรียนรู้ที่ดี มีมาตรฐานการเรียนการสอน คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถเข้าไปสังเกตว่าเขาเรียนรู้อะ ...

1096 views 11.11.20
"เทคนิคพ่อแม่ในการค้นหาสมรรถนะของลูก" ตอนที่ 3 โดย Starfish Education
เคล็ดลับการพัฒนาทักษะเด็กออทิสติก

เคล็ดลับการพัฒนาทักษะเด็กออทิสติก

Starfish Academy
Starfish Academy

ออทิสติก (Autistic) หรือที่รู้จักกันในชื่อกลุ่มอาการออทิสติก (Autism Spectrum Disorders: ASD) คือ ภาวะระบบประสาททำงานซับซ้อน ผู้ที่เป็นออทิสติกจะมีความสามารถเกี่ยวกับการปฏิสัมพันธ์กับผู้คนในสังคม พัฒนาการทางภาษา และทักษะการสื่อสารด้อยกว่าคน ...

1053 views 03.10.20
เคล็ดลับการพัฒนาทักษะเด็กออทิสติก