Starfish Future Labz แนะแนวทักษะชีวิต 5 สุดยอดวิธีช่วยลูกสร้างทักษะการเข้าสังคม

Starfish Academy
Starfish Academy 259 views • 2 เดือนที่แล้ว
Starfish Future Labz แนะแนวทักษะชีวิต 5 สุดยอดวิธีช่วยลูกสร้างทักษะการเข้าสังคม

สำหรับคุณพ่อคุณแม่หลายๆ คน การช่วยลูกฝึกฝนและสร้างทักษะชีวิตอย่างทักษะการเข้าสังคมอาจเป็นเรื่องยาก ยิ่งลูกอาจชอบอยู่คนเดียวหรือเก็บตัวด้วยแล้ว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหลายๆ ครั้ง คนเป็นพ่อแม่เองนั้นก็ไม่รู้ว่าจะเข้าหาลูกหรือจะค่อยๆ เริ่มสอนและสร้างการภาวะและทักษะการเข้าสังคมให้กับลูกอย่างไร ยิ่งเด็กๆ เริ่มเติบโต การสอนทักษะนี้เหล่านี้ ก็ยิ่งดูเหมือนจะยากขึ้น 

ในความเป็นจริงแล้ว การบ่มเพาะและสอนทักษะชีวิตอย่างทักษะการเข้าสังคมให้กับลูกนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ยากและเกินความสามารถของคุณพ่อคุณแม่เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กหรือเด็กโตนั้น คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถค่อยๆ เริ่มสอนและบ่มเพาะให้กับเขาได้ แต่การจะสอนให้เกิดประสิทธิภาพที่สุดอย่างแท้จริง นอกจากความมุมานะ ความใส่ใจ และเวลาจากคุณพ่อคุณแม่แล้ว แน่นอนว่าอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญก็คือ วิธีการ หรือ เทคนิค ในการค่อยๆ บ่มเพาะเจ้าทักษะนี้ให้กับลูก 

อาจฟังดูเหมือนยากอีกแล้ว แต่บอกเลยว่าเป็นเทคนิค เคล็ดลับที่ง่ายกว่าที่คิดค่ะ จะมีวิธีการใดหรือเทคนิคใดกันบ้าง ตาม Starfish Labz มาดูและเรียนรู้กันในบทความนี้กันเลยค่ะ

1. สร้างทักษะการเข้าสังคมให้ลูกตามความสนใจของลูก (Children’s Interests) เป็นหลัก

เทคนิคแรก หากคุณพ่อคุณแม่อยากลองเริ่มฝึกให้ลูกเข้าสังคมและมีทักษะชีวิตการเข้าสังคมที่ดี เคล็ดลับแรกที่สำคัญคือการค่อยๆ ให้เขาเริ่มจากสิ่งที่เขาสนใจก่อน จากกลุ่มคนที่เขาอยากเป็นส่วนหนึ่งหรือจากแวดวงที่เขาอยากทำความรู้จักหรือปรารถนาที่จะสร้างความสัมพันธ์นั่นเองค่ะ การเริ่มจากฐานความสนใจของเด็กๆ จะช่วยให้พวกเขาเกิดแรงกระตุ้นในการเรียนรู้และการทำความรู้จักอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นกีฬาที่ชื่นชอบ, ดนตรีที่อยากเล่น, ชมรมที่พวกเขาอยากเป็นส่วนหนึ่ง หรือไปจนถึงกิจกรรมอันหลากหลายต่างๆ ที่ตรงตามความสนใจและความชื่นชอบของเขา

ลองจินตนาการว่าหากเด็กๆ ชื่นชอบการเขียนมากๆ หรือเป็นเด็กที่อาจจะมีหัวใจทางศิลปะมากกว่าแนวทางอื่นๆ แต่เราดันจับเขาไปอยู่ในอีกแวดวงหนึ่งที่ไม่ใช่ตัวเขา ต่อให้เราพยายามอย่างไรหรือต่อให้ตัวเขาพยายามอย่างไร ความสัมพันธ์กับผู้คนที่เขาพยายามสร้างก็ไม่มีทางที่จะมีคุณค่าหรือในกรณีที่แย่ที่สุดก็คืออาจไม่เกิดขึ้นเลย เพราะเด็กๆ ไม่ได้อยากเรียนรู้ ไม่ได้อยากทำความรู้จัก ไม่ได้อยากเป็นส่วนหนึ่งกับผู้คน, สังคม หรือแวดวงนี้

2. ดูแลและใส่ใจความต้องการทางอารมณ์ (Emotional Needs) ของลูก 

อาจฟังดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องกับทักษะการเข้าสังคม แต่ในเทคนิคที่สองนี้ หลายๆ ครั้งผู้ใหญ่อย่างเราๆ ก็อาจหลงลืมไปว่าหัวใจสำคัญของการทักษะการเข้าสังคมก็คือการสร้างความสัมพันธ์ (connection) การเชื่อมต่อ เชื่อมโยง หรือต่อติดกันระหว่างคนสองคนหรือคนหลายคนในกลุ่ม และหนึ่งในสะพานสำคัญในการสร้างการเชื่อมโยงดังกล่าวก็คือทักษะทางอารมณ์และสภาพจิตใจของผู้สื่อสาร

การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและเป็นทางบวกอย่างแท้จริงระหว่างเด็กสองคนหรือเด็กหลายคนในกลุ่มไม่มีทางที่จะเป็นไปได้เลยหากสภาพจิตใจ หรืออารมณ์โดยพื้นฐานของเด็กๆเองมีคลื่นแห่งความคับข้องหรือภูเขาลูกใหญ่แห่งอารมณ์กดทับหรือรั้งเขาไว้อยู่ ความโกรธ, ความเสียใจ, ความรู้สึกถูกเอารัดเอาเปรียบ ฯลฯ หลายๆ ครั้ง เด็กๆ ก็รับเอาความรู้สึกเหล่านี้มาโดยที่ไม่รู้ตัวและไม่รู้จะจัดการมันอย่างไร เมื่ออยู่ในยามที่ต้องเข้าสังคม ต้องทำความรู้จักใคร หรือสร้างความสัมพันธ์ แทนที่จะสามารถเปิดหัวใจของเขาได้อย่างเต็มที่ ดำรงอยู่ในชั่วขณะปัจจุบัน และเรียนรู้วิธีการสานสัมพันธ์กับอีกฝ่าย พวกเขาอาจแสดงมันออกมาอย่างผิดวิธี รู้สึกไม่เป็นที่ต้องการ รู้สึกว่าไม่สามารถต่อกับอีกฝ่ายติดได้อย่างแท้จริง

การคอยดูแลความต้องการทางอารมณ์ (emotional needs) ของลูกจึงเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างสุขภาวะทางจิตใจและอารมณ์ที่ดี และยังเป็นสะพานสำคัญในการเรียนรู้การมีภาวะการมีความเข้าอกเข้าใจ (empath) ต่อผู้อื่น ซึ่งถือเป็นทักษะที่ช่วยให้เด็กๆ สามารถสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายกำลังรู้สึกอย่างไร เศร้า โกรธ เสียใจ ฯลฯ และเขาต้องสื่อสารอย่างไรหรือควรต้องพักการพยายามสื่อสารเอาไว้ก่อนในช่วงเวลาดังกล่าว

 3. ใช้เทคนิค กิจกรรม หรือเครื่องมือที่หลากหลาย ในการช่วยบ่มเพาะและสร้างทักษะการเข้าสังคมให้กับลูก

นอกเหนือจากการพาลูกเข้าร่วมกิจกรรม อีกหนึ่งเทคนิคที่คุณพ่อคุณแม่ที่อาจจะไม่มีเวลามากนักสามารถทำได้ที่บ้านก็คือการใช้เทคนิค สื่อ หรือเครื่องมือการสอนง่ายๆ ในการช่วยลูกพัฒนาทักษะการเข้าสังคมนั่นเองค่ะ หนึ่งในวิธีที่ที่ได้ผลดีคือการฝึกสนทนากับลูกในรูปแบบการสวมบทบาท (Role Playing) ตามสถานการณ์ต่างๆ หากยังไม่มีเวลาหรือโอกาสพาลูกไปพบเจอคนที่เขาสนใจหรือชื่นชอบ ก็เป็นโอกาสของคุณพ่อคุณแม่แล้วในการลองสวมบทบาทเป็นบุคคลดังกล่าวให้กับเขา เคล็ดลับตามข้อหนึ่งเลยคือ เริ่มจากความสนใจของเขาเป็นหลักก่อนแล้วค่อยๆ ขยายไปตามสถานการณ์ ตามระดับความยากของทักษะการเข้าสังคมที่คุณพ่อคุณแม่อยากสอน

4. สอนให้ลูกรู้จักศิลปะของวัจนาภาษา (Verbal Language) และอวัจนภาษา (Non-Verbal Language)

คำใดที่เขาควรใช้ ประโยคแบบใดที่เขาควรกล่าว หากอีกฝ่ายหนึ่งนิ่งเงียบไป เขาควรทำอย่างไร ตลอดจนเมื่อเขาไม่อยากใช้คำพูดในการสื่อสาร เขาสามารถใช้ร่างกายในการกล่าวออกมาแทนได้ไหม สิ่งเหล่านี้คือศิลปะของการสื่อสาร เด็กๆ อาจจะยังไม่สามารถเรียนรู้หรือมีไหวพริบ เท่าทันแต่ละสถานการณ์ที่เขาต้องตอบโต้ได้อย่างเต็มที่ แต่การค่อยๆ เรียนรู้รายละเอียดอันละเอียดอ่อนเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้จะยิ่งเพิ่มพูนทักษะการเข้าสังคมของเขาได้อย่างดียิ่งขึ้น เช่น ในช่วงเวลาที่เพื่อนกำลังเสียใจ ไม่พร้อมที่จะพูดคุย หรือตัวเด็กๆ เองไม่รู้จะกล่าวอย่างไรให้เพื่อนรู้สึกดีขึ้น การนั่งอยู่ข้างๆ ปลอบประโลมด้วยการกอดหรือการจับมือให้กำลังใจก็ถือเป็นการสื่อสารหรือคำกล่าวอย่างหนึ่งนั่นเอง

5. เป็นตัวอย่างในการมีทักษะการเข้าสังคมที่ดีให้กับลูก

เทคนิคสุดท้ายคือบทบาทของผู้ปกครอง คุณพ่อคุณแม่เองในการเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูก ครอบครัวคือพื้นที่แรกที่เด็กๆ จะลืมตาขึ้นมาเรียนรู้วิธีการสานสัมพันธ์และการอยู่ร่วมกับผู้อื่น เราสื่อสารกับลูกอย่างไร ใช้คำกับลูกอย่างไร เขาก็จะเรียนรู้และสื่อสารกับผู้อื่นอย่างนั้น อิทธิพลรอบข้างอาจมีส่วน แต่ปัจจัยใหญ่ เสาหลักที่สำคัญของทักษะการเข้าสังคมของลูกยังคงกลับมาอยู่ที่พ่อแม่หรือครอบครัวเสมอ

สรุป (Key Takeaway)

การพัฒนาทักษะชีวิตอย่างทักษะการเข้าสังคมให้กับลูกอาจดูเหมือนเป็นภารกิจที่ยาก แต่ด้วยความรัก ความเอาใจใส่  และเทคนิคด้านบนนั้น Starfish Labz กล่าวได้เลยว่าคุณพ่อคุณแม่จะต้อง

สามารถค่อยๆ เห็นพัฒนาการที่ดีของเขาขึ้นมาได้แน่นอนค่ะ ลองเริ่มที่ความสนใจของเขาก่อนแล้วจึงค่อยๆ ขยายไปยังสถานการณ์อื่นๆ ตามระดับความยากง่ายในการเข้าสังคม เมื่อมีฐานในการเข้าสังคมและการสื่อสารที่ดีแล้ว จึงค่อยขยายไปยังองค์ประกอบอื่นๆ ที่อาจซับซ้อนขึ้นมา เช่น การจัดการกับความขัดแย้ง (conflicts), การจัดกับการความสัมพันธ์ที่ไม่ดีหรือที่บั่นทอนจิตใจของลูก ฯลฯ

และนอกเหนือจากเทคนิคต่างๆ ที่ว่ามา วิธีการที่สำคัญและอาจกล่าวได้ว่ามีอิทธิพลต่อลูกที่สุดก็คือลักษณะความสัมพันธ์ การสื่อสาร หรือการเข้าสังคมระหว่างสมาชิกในครอบครัวเอง เราเลี้ยงลูกอย่างไร พูดคุย สื่อสาร หรือปฏิสัมพันธ์อย่างไรกับเขา ลูกก็มีแนวโน้มที่จะมีพฤติกรรมการสื่อสารออกมาเช่นนั้น หากเราอยากให้ลูกมีทักษะชีวิตอย่างทักษะการเข้าสังคมที่ดี จุดเริ่มต้นที่ยั่งยืนที่สุดจึงคือการเริ่มสร้างสภาพแวดล้อมสังคมที่ดีให้กับลูกภายในบ้าน การพูดคุยกันอย่างเข้าอกเข้าใจ ลดการใช้กำลังและอารมณ์นั่นเอง

อ้างอิง:

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

Related Courses

ด้านความร่วมมือการ ทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ ด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ ด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา
basic
1:30 ชั่วโมง

Micro Learning การดูแลสุขภาพใจ ป.1-3

การที่เด็กอารมณ์ดี มีความร่าเริงแจ่มใสจะมีผลต่อพัฒนาการในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น สมอง จิตใจ และร่างกาย แต่หากอารมณ์ไม่ ...

Starfish Academy
Starfish Academy
Micro Learning การดูแลสุขภาพใจ ป.1-3
Starfish Academy

Micro Learning การดูแลสุขภาพใจ ป.1-3

Starfish Academy
ด้านความร่วมมือการ ทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ ด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ ด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา
basic
1:30 ชั่วโมง

Micro Learning เทคนิคการดูแลลูกที่มีความต้องการพิเศษ

เด็กทุกคนควรได้รับการศึกษาโดยไม่แบ่งแยกเพียงเพราะมีข้อจำกัด การจัดการเรียนรวมจึงเป็นแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่ ...

Starfish Academy
Starfish Academy
Micro Learning เทคนิคการดูแลลูกที่มีความต้องการพิเศษ
Starfish Academy

Micro Learning เทคนิคการดูแลลูกที่มีความต้องการพิเศษ

Starfish Academy
ด้านความร่วมมือการ ทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ ด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ ด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา
basic
1:30 ชั่วโมง

Micro Learning การดูแลสุขภาพใจ ป.4-6

เด็กระดับประถมศึกษาปีที่ 4-6 จะอยู่ในช่วงวัยที่เริ่มเรียนรู้จักพัฒนาตนเอง สนใจความรู้สึกตนเองและผู้อื่น เริ่มให้ความสนใจเพศตร ...

Starfish Academy
Starfish Academy
Micro Learning การดูแลสุขภาพใจ ป.4-6
Starfish Academy

Micro Learning การดูแลสุขภาพใจ ป.4-6

Starfish Academy
ด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ ด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม
basic
2:00 ชั่วโมง

Peer Learning วิธีฟื้นฟู Learning Loss

ในคอร์สนี้จะเป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับ Peer Learning คืออะไร 5 รูปแบบของกิจกรรม Peer to Peer Learning ตัวอย่างก ...

Starfish Academy
Starfish Academy
Peer Learning วิธีฟื้นฟู Learning Loss
Starfish Academy

Peer Learning วิธีฟื้นฟู Learning Loss

Starfish Academy

Related Videos

3 เรื่องราว 3 มุมมองกับการเลี้ยงลูกในยุคโควิด-19
04:09
Starfish Academy

3 เรื่องราว 3 มุมมองกับการเลี้ยงลูกในยุคโควิด-19

Starfish Academy
53 views • 1 ปีที่แล้ว
3 เรื่องราว 3 มุมมองกับการเลี้ยงลูกในยุคโควิด-19
พื้นที่แห่งการเรียนรู้สู่ศตวรรษที่ 21
04:37
Starfish Future Labz

พื้นที่แห่งการเรียนรู้สู่ศตวรรษที่ 21

Starfish Future Labz
2274 views • 1 ปีที่แล้ว
พื้นที่แห่งการเรียนรู้สู่ศตวรรษที่ 21
3 ข้อดี Starfish Class Website Version
02:55
Starfish Future Labz

3 ข้อดี Starfish Class Website Version

Starfish Future Labz
155 views • 1 ปีที่แล้ว
3 ข้อดี Starfish Class Website Version
ออนไลน์ ไม่อ่อนใจ พ่อแม่ลูกต้องเรียนรู้ไปด้วยกัน
23:01
Starfish Academy

ออนไลน์ ไม่อ่อนใจ พ่อแม่ลูกต้องเรียนรู้ไปด้วยกัน

Starfish Academy
79 views • 7 เดือนที่แล้ว
ออนไลน์ ไม่อ่อนใจ พ่อแม่ลูกต้องเรียนรู้ไปด้วยกัน