คิดเป็นระบบ สร้างคอนเทนต์สไตล์ Youtuber

คิดเป็นระบบ สร้างคอนเทนต์สไตล์ Youtuber

ช่องทางหารายได้ของเด็กยุคใหม่มีอยู่มากมาย และหนึ่งในช่องทางยอดนิยม นั่นก็คือ การผลิตเนื้อหาออนไลน์ให้กับ YouTube หรือที่เรียกว่าการเป็น youtuber นั่นเองค่ะ และเนื่องจาก YouTube เป็นช่องทางยอดนิยมของคนทั่วโลก จึงมีการแข่งขันกันค่อนข้างสูง youtuber ที่ประสบความสำเร็จได้ ต้องเริ่มจากอะไรบ้าง เรามีคำตอบมาฝากค่ะ

พ่อแม่ต้องรู้ เมื่อลูกวัยรุ่นอยากเป็น Youtuber 

สำหรับพ่อแม่เจนเอ๊กส์และเจนวาย อาจรู้สึกไม่คุ้ยเคยกับการแชร์ข้อมูลในรูปของวิดีโอ แต่สำหรับเด็กยุคใหม่ คลิปวีดีโอถือเป็นการสื่อสารรูปแบบหนึ่ง ที่พวกเขารู้จักเป็นอย่างดี เด็กๆ มองว่าการอัพโหลดคลิปวีดีโอชีวิตประจำวัน หรือเรื่องราวต่างๆ เป็นการแสดงตัวตนรูปแบบหนึ่ง ในทางกลับกัน พ่อแม่อาจกังวลเรื่องความปลอดภัย และการละเมิดความเป็นส่วนตัวของลูก หากลูกต้องการสร้างช่อง YouTube ของตัวเอง พ่อแม่ผู้ปกครองควรชวนลูกมาพูดคุยทำความเข้าใจเรื่องการใช้สื่อออนไลน์อย่างปลอดภัย ถามลูกถึงวัตถุประสงค์การทำคลิป รูปแบบการนำเสนอ รวมถึงการวางแผนวิธีการทำงานและแบ่งเวลาของลูก แล้วสร้างข้อตกลงการใช้งาน YouTube ของลูกให้ชัดเจน

สำหรับเด็กๆ ที่อายุ 13 ปีขึ้นไป สามารถสมัครบัญชี YouTube ได้เอง กรณีที่อายุต่ำกว่า 13 ปี อาจใช้บัญชี YouTube ของพ่อแม่ หรือเพื่อความปลอดภัยยิ่งขึ้น พ่อแม่ผู้ปกครองอาจสร้าง Family link account เป็นบัญชีการใช้งาน YouTube ร่วมกันภายในครอบครัว ทำให้พ่อแม่ติดตามการอัพโหลด และการใช้งาน YouTube ของลูกได้ 

คิดให้เป็น สร้างคอนเทนต์สุดปัง

การสร้างคอนเทนต์สำหรับ YouTube สำหรับเด็กๆ นอกจากความสนุก การได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ปล่อยพลังและแสดงตัวตนของพวกเขาออกมาแล้ว อีกด้านหนึ่งก็ยังเป็นการฝึกคิด วางแผน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำหรับของการทำงานต่อไปในอนาคตด้วย พ่อแม่อาจช่วยแนะนำวิธีคิดสู่การสร้างคอนเทนต์ให้ประสบความสำเร็จได้ ดังนี้

1. เขียนโครงงาน  

วิธีนี้จะทำให้ลูกชัดเจนในแนวทาง และวัตถุประสงค์ของการทำคลิปมากขึ้น อาจเขียนในแผ่นกระดาษ ไม่ถึงขั้นต้องเย็บเล่มรายงาน แต่อย่างน้อยควรระบุว่า ได้แนวคิดเริ่มต้นจากไหน มีวัตถุประสงค์อะไร ใครเป็นกลุ่มเป้าหมาย วิธีการทำงาน เช่น แต่ละคลิปคาดว่าจะมีความยาวเท่าไร ความถี่ในการอัพโหลดคลิปเดือนละกี่ครั้ง และสุดท้ายสิ่งที่คาดว่าจะได้รับคืออะไร การเขียนโครงงาน ไม่เพียงมีข้อดีที่ช่วยทำให้ความคิดกระจ่างขึ้นเท่านั้น แต่เมื่อเริ่มดำเนินงานไปแล้วก็ยังกลับมาทบทวนได้ว่าทำงานอยู่ในแนวทางเดิมที่ตั้งใจหรือไม่

2. จัดตารางการทำงาน

การสร้างคอนเทนต์ที่ดี จำเป็นต้องดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอน เริ่มจาก ก่อนถ่ายทำ ระหว่างถ่ายทำ และหลังถ่ายทำ และในแต่ละขั้นตอนต้องใช้เวลา กว่าจะได้เป็นคลิปวีดีโอที่อัพโหลดลงสู่โลกออนไลน์ ลองแนะนำให้เด็กๆ จัดตารางการทำงาน เริ่มจากคิดเนื้อหาคอนเทนต์ที่ต้องการนำเสนอ รูปแบบการนำเสนอ เช่น แสดงเป็นละคร หาภาพสต๊อกมา แล้วใส่เสียงประกอบ หรือหากเป็นคลิปสอน how to หรือ tutorials ต่างๆ อาจวางแผนเรื่องมุมกล้อง เช่น คลิปทำอาหาร จะถ่ายให้เห็นแต่มือที่กำลังทำอาหาร หรือถ่ายให้เห็นทั้งตัว ฯลฯ เมื่อคิดเนื้อหาคอนเทนต์ได้แล้ว ลองให้เด็กๆ จดออกมาว่ามีสิ่งใดต้องเตรียมก่อนการถ่ายทำ และใช้เวลาเตรียมการเท่านั้น พร้อมกำหนดวัน เวลา สถานที่ถ่ายทำ หลังจากถ่ายทำเสร็จแล้ว จะตัดต่อด้วยโปรแกรมอะไร ใช้เวลานานแค่ไหน การจัดตารางการทำงาน ช่วยให้เด็กๆ คิดเป็นระบบมากขึ้น

3. คิดเพื่อ 15 วินาทีแรก

จากสถิติพบกว่า ผู้ชม YouTube จะใช้เวลาเพียง 15 วินาที ก่อนตัดสินใจว่าจะดูต่อ หรือเลื่อนไปคลิปอื่น ดังนั้น 15 วินาทีแรกของเนื้อหาจึงสำคัญที่สุด ลองให้เด็กๆ วางแผนว่า จะนำเสนออย่างไรให้ 15 วินาทีแรกของคลิปดึงดูดใจให้ผู้ชมดูต่อจนจบได้ ด้วยเหตุนี้ ทำให้เด็กๆ ต้องดึงความคิดสร้างสรรค์ออกมาใช้ คิดทางเลือกเผื่อหลายๆ ทาง และอาจทดลองถ่ายคลิปสั้นๆ ก่อนถ่ายทำจริง เพื่อประเมินว่า แต่ละทางเลือกที่คิดไว้ ทางเลือกใดดีที่สุด และทางเลือกที่คิดว่าไม่น่าสนใจเป็นเพราะอะไร เด็กๆ อาจขอความคิดเห็นจากครอบครัว เพื่อน นำไปสู่การระดมความคิด (Brainstorming) ซึ่งเป็นพื้นฐานของการทำงานเป็นทีมด้วย 

4. ประเมินการทำงาน

เมื่อทำคลิปสำเร็จ อาจลองประเมินเบื้องต้นว่าเนื้อหาที่ทำออกมา สื่อสารสิ่งที่ต้องการได้ตรงเพียงใด หลังจากอัพโหลดไปได้สักพัก อาจประเมินว่า ยอดวิวและกระแสตอบกลับเป็นอย่างไรบ้าง ในขั้นตอนนี้ พ่อแม่ควรพร้อมให้กำลังใจเด็กๆ เนื่องจาก YouTube มีการแข่งขันสูง การคาดหวังให้ได้ยอดวิวเยอะๆ ภายในไม่กี่เดือนอาจเป็นเรื่องยาก ควรให้ลูกโฟกัสที่ผลงานของตัวเองว่าพอใจเพียงใด และหมั่นพัฒนาตัวเอง มากกว่าวัดจากยอดไลค์หรือยอดวิว 

สุดท้ายแล้ว สิ่งที่เด็กๆ ได้จากการเป็น Youtuber อาจไม่ใช่ยอดวิวหลักล้าน แต่อาจเป็นพื้นฐานการคิดเป็นระบบ ที่สามารถพัฒนาเพื่อนำไปใช้สำหรับการทำงานในอนาคตได้

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

นักแสดง Extra ไม่ต้องมีความรู้ด้านการแสดง ก็ทำได้

นักแสดง Extra ไม่ต้องมีความรู้ด้านการแสดง ก็ทำได้

Starfish Academy
Starfish Academy

ใครที่ชื่นชอบเรื่องราวในวงการบันเทิง อยากใกล้ชิดศิลปินดารา หรือต้องการอัพ สกิล ความสามารถด้านการแสดง เผลอๆ อาจมีโอกาสได้รับบทในละครหรือภาพยนตร์เรื่องดัง น่าจะชื่นชอบอาชีพเสริมที่เราจะพูดถึงกันในบทความนี้แน่ๆ ค่ะ เพราะไม่เพียงมีโอกาสได้ใกล้ชิ ...

505 views 08.08.21
นักแสดง Extra ไม่ต้องมีความรู้ด้านการแสดง ก็ทำได้
ชวนลูกทำงาน DIY เป็นเจ้าของแบรนด์ง่ายๆในวัยเรียน

ชวนลูกทำงาน DIY เป็นเจ้าของแบรนด์ง่ายๆในวัยเรียน

Starfish Academy
Starfish Academy

เด็กยุคใหม่เรียนรู้ในห้องเรียนอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะประสบการณ์ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน ยิ่งหากใครสามารถต่อยอดงานอดิเรกให้เกิดเป็นรายได้ สร้างแบรนด์ของตนเองขึ้นมา ก็ถือเป็นประสบการณ์ชีวิตล้ำค่าที่นำหน้าคนอื่นๆ ไปหลายก้าว ลองมาดูกันค่ะว่า ...

957 views 18.04.21
ชวนลูกทำงาน DIY เป็นเจ้าของแบรนด์ง่ายๆในวัยเรียน
“สตรีมเมอร์” เตรียมตัวอย่างไร? สร้างรายได้หลักแสน

“สตรีมเมอร์” เตรียมตัวอย่างไร? สร้างรายได้หลักแสน

Starfish Academy
Starfish Academy

สตรีมเมอร์เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน เป็นการสตรีมถ่ายทอดสดการเล่นเกม ให้กับผู้ชมในโลกออนไลน์ได้รับชม หรือทำการ Live ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น Twitch.tv ใครที่มีเอกลักษณ์ และมีบุคลิกการนำเสนอตัวเองให้เป็นที่รู้จักมากเท่าไหร่ โอกาสในการ ...

24268 views 11.05.21
“สตรีมเมอร์” เตรียมตัวอย่างไร? สร้างรายได้หลักแสน