ผลการประเมิน PISA 2025 ที่ประกาศพร้อมกันทั่วโลก สะท้อนสัญญาณที่น่าสนใจของการศึกษาไทย
เมื่อผลการประเมินของนักเรียนไทยปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในทั้ง 3 ด้านหลัก ได้แก่
- วิทยาศาสตร์
- คณิตศาสตร์
- การอ่าน
ท่ามกลางบริบทการศึกษาทั่วโลกที่ยังเผชิญความท้าทาย ประเทศไทยเป็น 1 ในเพียง 8 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ จาก 91 แห่งที่เข้าร่วมการประเมิน ที่มีผลการประเมินดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติครบทั้งสามด้าน
ข้อมูลนี้จึงมีความหมายมากกว่าการดูว่า “ประเทศไทยอยู่อันดับที่เท่าไร” เพราะเมื่อมองลึกลงไป เราจะเห็นทั้งความก้าวหน้าที่กำลังเกิดขึ้น และโจทย์สำคัญที่ระบบการศึกษาไทยยังต้องเดินหน้าต่อ
คะแนน PISA 2025 ของไทยดีขึ้นทั้ง 3 ด้านหลัก
เมื่อเปรียบเทียบกับ PISA 2022 นักเรียนไทยมีผลการประเมินดังนี้
- วิทยาศาสตร์ 432 คะแนน เพิ่มขึ้น 23 คะแนน
- คณิตศาสตร์ 407 คะแนน เพิ่มขึ้น 13 คะแนน
- การอ่าน 392 คะแนน เพิ่มขึ้น 13 คะแนน
- Computational Problem Solving 476 คะแนน ซึ่งเป็นการประเมินที่เพิ่มเข้ามาในรอบนี้
การเพิ่มขึ้นของคะแนนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และการอ่านมีนัยสำคัญทางสถิติ และเกิดขึ้นในช่วงที่ค่าเฉลี่ยของ OECD ลดลงในด้านการอ่านและคณิตศาสตร์ จึงนับเป็นสัญญาณที่น่าจับตามองสำหรับการศึกษาไทย
โรงเรียนสังกัด กทม. มีพัฒนาการไปในทิศทางเดียวกัน
สำหรับโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร ผลการประเมิน PISA 2025 ก็สะท้อนพัฒนาการในทิศทางบวกเช่นกัน
- วิทยาศาสตร์ 420 คะแนน เพิ่มขึ้น 13 คะแนนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
- คณิตศาสตร์ 397 คะแนน เพิ่มขึ้น 13 คะแนนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
- การอ่าน 383 คะแนน เพิ่มขึ้น 8 คะแนน
- Computational Problem Solving 458 คะแนน
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจอาจอยู่ลึกกว่าคะแนนเฉลี่ย
เด็กจำนวนมากขึ้นกำลังข้าม “เส้นพื้นฐาน” ของการเรียนรู้
หนึ่งในข้อมูลสำคัญของ PISA คือสัดส่วนของนักเรียนที่สามารถผ่านระดับความสามารถพื้นฐาน หรือ Baseline Proficiency
ระดับดังกล่าวสะท้อนว่านักเรียนมีความรู้และทักษะพื้นฐานเพียงพอที่จะนำสิ่งที่เรียนไปใช้ในการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้
เมื่อเทียบกับปี 2022 สัดส่วนนักเรียนไทยที่มีความสามารถตั้งแต่ระดับพื้นฐานขึ้นไปเพิ่มขึ้น 12 จุดเปอร์เซ็นต์ในวิทยาศาสตร์และ 9 จุดเปอร์เซ็นต์ในคณิตศาสตร์
สำหรับโรงเรียนสังกัด กทม. สัดส่วนนักเรียนที่ผ่านระดับพื้นฐานด้านคณิตศาสตร์เพิ่มขึ้น 9 จุดเปอร์เซ็นต์
ตัวเลขนี้มีความสำคัญ เพราะการยกระดับคุณภาพการศึกษาเริ่มจากการทำให้เด็กจำนวนมากขึ้นมีพื้นฐานที่แข็งแรงเพียงพอสำหรับการเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้น
จาก “ยกระดับฐาน” สู่ “ยกระดับศักยภาพ”
แม้ผล PISA 2025 จะเป็นสัญญาณที่น่ายินดี ประเทศไทยยังมีระยะทางที่ต้องพัฒนาอีกมาก คะแนนเฉลี่ยของไทยยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD และการพัฒนาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มาจากนักเรียนกลุ่มที่เคยอยู่ต่ำกว่าระดับพื้นฐานขยับขึ้นมา ขณะที่สัดส่วนของนักเรียนที่มีผลการเรียนรู้ในระดับสูงยังไม่ได้เพิ่มขึ้นในระดับเดียวกัน
โจทย์ต่อไปของการศึกษาไทยจึงมีสองด้านที่ต้องเดินไปพร้อมกัน คือ การยกระดับฐานให้เด็กทุกคนมีทักษะพื้นฐานที่จำเป็น และการเปิดโอกาสให้เด็กที่มีศักยภาพสามารถพัฒนาไปสู่ระดับที่สูงขึ้น หรือกล่าวอีกอย่างได้ว่า เราต้อง Raise the Floor and Lift the Ceiling
คุณภาพการศึกษาเกิดขึ้นในห้องเรียนทุกวัน
ในช่วงที่ผ่านมา เราเห็นความพยายามจากหลายภาคส่วนในการพัฒนาการศึกษา ทั้งการพัฒนาครู การจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ การส่งเสริมทักษะการอ่านและการรู้เรื่อง (Literacy) การใช้ข้อมูลเพื่อพัฒนาผู้เรียน ตลอดจนการออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริง
PISA ไม่สามารถระบุได้ว่าโครงการหรือมาตรการใดเป็นสาเหตุโดยตรงของผลลัพธ์ที่ดีขึ้นครั้งนี้ แต่ข้อมูลสามารถช่วยให้เราเห็นว่า ระบบกำลังเคลื่อนไปในทิศทางใด กลุ่มผู้เรียนใดกำลังพัฒนา และจุดใดที่ยังต้องได้รับความสนใจ นี่คือเหตุผลที่ข้อมูลการประเมินควรถูกนำกลับมาใช้เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ มากกว่าหยุดอยู่ที่การรายงานคะแนนหรืออันดับ
ภารกิจของ Starfish Education: ร่วมยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย
ผล PISA 2025 สอดคล้องกับภารกิจที่ Starfish Education ทำงานมาอย่างต่อเนื่อง นั่นคือการร่วมยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย ผ่านการเสริมศักยภาพครู โรงเรียน และระบบการศึกษา เพื่อให้เด็กจำนวนมากขึ้นสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและมีความหมาย
การพัฒนาครู การสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ การส่งเสริม Literacy และทักษะแห่งอนาคต รวมถึงการทำงานร่วมกับโรงเรียนและภาคีในพื้นที่ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็ก
PISA 2025 จึงเป็นทั้ง สัญญาณของความก้าวหน้า และ ข้อมูลสำหรับออกแบบก้าวต่อไป เพื่อตอบคำถามว่า
- เด็กกลุ่มใดกำลังเรียนรู้ได้ดีขึ้น?
- เด็กกลุ่มใดยังต้องการการสนับสนุน?
- เราจะทำอย่างไรให้เด็กทุกคนมีพื้นฐานที่แข็งแรง?
และเราจะสร้างพื้นที่ให้เด็กแต่ละคนพัฒนาไปได้ไกลตามศักยภาพของตนเองอย่างไร?
ดร. นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร
ที่มา: OECD, PISA 2025 Results