ทำความเข้าใจ การจัดการเรียนรู้เชิงรุก ดีอย่างไรกับพัฒนาการของเด็ก
ปัจจุบัน การจัดการเรียนรู้เชิงรุก เป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่ช่วยให้คุณครูกับนักเรียนมีปฏิสัมพันธ์กัน ทั้งยังเป็นนโยบายสำคัญของภาครัฐและเป็นประโยชน์ต่อพัฒนาการของเด็กอีกด้วย ส่วนจะมีความหมายและดีอย่างไรต่อพัฒนาการของเด็ก ๆ มีคำตอบมาฝาก
การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) คืออะไร
ความหมายของคำว่า การจัดการเรียนรู้เชิงรุก หรือ Active Learning คือ แผนการสอน ที่กำหนดให้เด็ก ๆ เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งการฟัง พูด อ่าน และเขียน เพราะฉะนั้นการจัดการเรียนการสอนรูปแบบ Active Learning นี้จึงแตกต่างจากรูปแบบการเรียนการเรียนแบบเดิม ๆ ที่ให้เพียงนั่งฟังการบรรยายจากผู้สอน แต่เน้นให้ การจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ ของเด็ก ๆ ผ่านกระบวนการเรียนรู้ต่าง ๆ ดังนี้
- การเรียนผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์ โดยครูจะเป็นผู้ตั้งคำถามหรือปัญหาให้เด็ก ๆ ได้เกิดคำถามและวิเคราะห์หาคำตอบด้วยตัวเอง
- การเรียนรู้ผ่านการสืบค้นข้อมูล ซึ่งเกิดจากการที่ครูกระตุ้นด้วยคำถามหรือปัญหาเพื่อให้เด็ก ๆ ไปสืบค้นข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ มาสรุปหาคำตอบ
- การเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติด้วยตัวเอง เป็นการกระตุ้นประสบการณ์การเรียนรู้โดยตรงโดยการกำหนดกิจกรรมจำลองให้ได้ลงมือทำ หรือการเรียนรู้ยังสถานที่จริง เพื่อให้เด็ก ๆ ได้มีโอกาสได้ลงมือทำด้วยตัวเอง
- การเรียนรู้ผ่านการทำงานร่วมกับผู้อื่น โดยการสร้างคำถามถามหรือปัญหาให้เด็กได้ตอบตามความเข้าใจ ระดมความคิดหาคำตอบ หรือโต้แย้งเหตุผลภายในห้องเรียน ซึ่งไม่เพียงช่วยกระตุ้นกระบวนการคิดแล้ว ยังทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนด้วย
ประโยชน์ของการจัดการเรียนรู้เชิงรุกต่อพัฒนาการของเด็ก
จากรูปแบบของ การจัดการเรียนรู้เชิงรุก แน่นอนว่าย่อมเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้เรียนมากกว่าการนั่งเรียนฟังบรรยายหรือท่องจำแบบเดิม ๆ เพราะไม่เพียงกระตุ้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้และกระตือรือร้นมากขึ้นแล้ว ยังช่วยเสริมพัฒนาการของเด็กหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น
- พัฒนาการด้านสติปัญญาและการคิดวิเคราะห์
เพราะ การจัดการเรียนรู้เชิงรุก ทำให้ผู้เรียนสามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่ ช่วยฝึกกระบวนการวิเคราะห์และจินตนาการ นอกจากนั้นการให้เด็ก ๆ ได้แสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่หรือลงมือปฏิบัติจริงยังเป็นการกระตุ้นการเรียนรู้และทักษะความคิดขั้นสูง ซึ่งเป็นผลดีต่อการพัฒนาด้านกระบวนการคิดวิเคราะห์มากกว่าการเรียนรู้ในรูปแบบการท่องจำ
- พัฒนาการทางการสื่อสาร
เพราะกิจกรรมส่วนใหญ่ของ การจัดการเรียนรู้เชิงรุก เป็นการให้เด็กได้แสดงความคิดเห็นผ่านการอภิปรายหรือโต้แย้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันบนพื้นฐานของข้อมูลที่สืบค้น ทำให้ต้องสื่อสารกับผู้สอนและเพื่อนร่วมชั้นอยู่ตลอดเวลา จึงเป็นการช่วยเสริมพัฒนาการทางการสื่อสาร เพิ่มความกล้าแสดงออก และการทำงานร่วมกับผู้อื่นมากขึ้น
- พัฒนาการเข้าสังคม
เพราะการจัดการเรียนรู้รูปแบบนี้เน้นให้เด็ก ๆ ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมด้วยกันผ่านกิจกรรมที่ทำร่วมกัน ซึ่งไม่เพียงเป็นการกระตุ้นปฏิสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับผู้สอนและเพื่อนร่วมชั้นในระหว่างเรียนแล้ว ยังเป็นการฝึกการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นอีกด้วย
- พัฒนาการด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ถือเป็นข้อดีในระยะยาวของ การจัดการเรียนรู้เชิงรุก เพราะการให้เด็ก ๆ ได้ค้นหาคำตอบด้วยตัวเองทำให้เกิดความสนใจและทุ่มเทในการหาความรู้มากกว่าการให้ความรู้โดยตรงแบบเดิม ซึ่งวิธีนี้จะช่วยบ่มเพาะความรับผิดชอบต่อการเรียนและการทำงานในอนาคต
รูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก
เนื่องด้วย การจัดการเรียนรู้เชิงรุก เน้นการเรียนการสอนแบบเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ จึงทำให้ปัจจุบันมีหลากหลายกิจกรรมให้เลือกนำไปปรับใช้กับเด็ก ๆ แต่ละช่วงวัยได้อย่างเหมาะสม ซึ่งตัวอย่างกิจกรรมที่ได้รับความนิยม ได้แก่
- กิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่ม โดยให้เด็ก ๆ ทำงานร่วมกันเป็นคู่หรือกลุ่มย่อยไม่เกิน 6 คน เพื่อสืบหาข้อมูลในหัวข้อที่กำหนดก่อนให้ออกมาอภิปรายหรือนำเสนอความคิดเห็น ซึ่งนอกจากจะช่วยฝึกการทำงานร่วมกันแล้ว ยังช่วยให้กล้าแสดงออกและเสริมทักษะการสื่อสารด้วย
- กิจกรรมการเรียนรู้ผ่านเกม โดยเป็นการนำเกมมาใช้ในการเรียนการสอน อย่างเกมคณิตศาสตร์ เกมจับคู่ภาษาอังกฤษ หรือบอร์ดเกม มีข้อดีตรงช่วยกระตุ้นความสนใจและความเข้าใจของเด็ก ๆ ง่ายกว่า
- กิจกรรมการแสดงบทบาทสมมติ โดยให้เด็ก ๆ สวมบทบาทเป็นตัวละครสมมติในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่กำหนด ช่วยทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ กล้าแสดงออก และทักษะในการสื่อสาร
- กิจกรรมการโต้วาที โดยแบ่งกลุ่มเป็น 2 ฝ่าย เพื่อให้แสดงความคิดเห็นจากข้อมูลหรือประสบการณ์ตรง ช่วยฝึกทั้งไหวพริบ การฟัง และการตั้งคำถามไปพร้อม ๆ กัน
เป็นอย่างไรบ้างสำหรับข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับ การจัดการเรียนรู้เชิงรุก จะเห็นว่าเป็นอีกหนึ่งรูปแบบการเรียนการสอนที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตามควรเลือกกิจกรรมที่เหมาะสมเพื่อเสริมพัฒนาการอย่างตรงจุด แต่ถ้าไม่แน่ใจแนะนำ Starfish Labz แหล่งรวมสื่อการสอนรูปแบบออนไลน์มาเป็นตัวช่วย เพราะ Starfish Labz เน้นการเสริมทักษะแห่งอนาคต คอร์สเรียนหลากหลาย และมีชุมชนออนไลน์ให้คุยกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพิ่มความรู้กันได้ตลอดเวลา
Related Courses
เริ่มต้นทำ Visual Note อย่างง่ายใครๆ ก็ทำได้
หากคุณเป็นคนชอบวาดรูป ชอบการขีดเขียน หรือการจดบันทึก อยากลองทำ Visual Note แต่ไม่รู้จะสื่อสารออกมาอย่างไรดี คอร์สเ ...
เริ่มต้นทำ Visual Note อย่างง่ายใครๆ ก็ทำได้
ต้องใช้ 100 เหรียญ
การนำไปใช้จริงในห้องเรียน (Practice Teaching Week)
ฝึกนำแผนการสอนไปใช้จริงในห้องเรียน สังเกตผู้เรียน และปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับบริบทจริง
Sensory Integration (SI) กระบวนการบูรณาการประสาท และสมองของเด็ก
SI เป็นกระบวนการทำงานของสมองเพื่อจัดการกับข้อมูลที่ได้รับจากการรับความรู้สึกจากร่างกาย การใช้ชีวิตประจำวันต้องอาศัยการปร ...
Sensory Integration (SI) กระบวนการบูรณาการประสาท และสมองของเด็ก
Lateral Thinking for Problem Solving
Lateral Thinking เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับผู้สอนและผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 เป็นทักษะที่ช่วยหาทางออกของปัญหาและพัฒนานวั ...
Related Videos
PA กับ DPA ต่างกันอย่างไร เข้าใจระบบวิทยฐานะใหม่แบบไม่หลงทาง