เมื่อ 79 ระบบการศึกษาทั่วโลกเริ่มตั้งขอบเขตมือถือ: ข้อมูลล่าสุดจาก UNESCO และตัวอย่างนโยบายจากทั่วโลก

เมื่อ 79 ระบบการศึกษาทั่วโลกเริ่มตั้งขอบเขตมือถือ: ข้อมูลล่าสุดจาก UNESCO และตัวอย่างนโยบายจากทั่วโลก

ช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา หลายประเทศเริ่ม “จริงจัง” กับนโยบายโรงเรียน เพราะเห็นผลกระทบในห้องเรียนชัด: สมาธิลดลง การเรียนสะดุด ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนลดลง และความขัดแย้งจากโลกออนไลน์ที่ลามเข้าสู่โรงเรียน 

แนวโน้มระดับโลก: ประเทศที่จำกัดสมาร์ตโฟนในโรงเรียนเพิ่มขึ้นมาก 

UNESCO รายงานว่า ปลายปี 2023 มี 60 ระบบการศึกษา ที่มีข้อห้าม/ข้อจำกัดเรื่องสมาร์ตโฟนในโรงเรียน และ ปลายปี 2024 เพิ่มเป็น 79 ระบบการศึกษา 

สารหลักของ UNESCO คือ “ให้ใช้สมาร์ตโฟนในโรงเรียนเฉพาะเมื่อสนับสนุนการเรียนรู้อย่างชัดเจน” 

โรงเรียนควรทำอย่างไรให้ได้ผลให้แน่ใจว่านักเรียนทุกคน ได้รับการเรียนรู้เรื่องทักษะดิจิทัล (Digital Literacy)

  1. กำหนดขอบเขตชัด: ห้ามใช้ช่วงไหน พกได้ไหม เก็บที่ไหน ใครรับผิดชอบ 
  2. มีระบบเก็บโทรศัพท์: ล็อกเกอร์/ซอง/กล่องกลางห้อง ลดการต่อรองรายวัน 
  3. ออกแบบข้อยกเว้นที่สมเหตุสมผล: สุขภาพ การเข้าถึง (accessibility) ภารกิจการเรียนที่จำเป็น
  4. สื่อสารกับผู้ปกครองเป็นทีมเดียวกัน: โรงเรียนทำฝ่ายเดียวมักไม่รอด 
  5. สอนทักษะดิจิทัลควบคู่: การรู้เท่าทันสื่อ การตั้งค่าความเป็นส่วนตัว การรับมือการกลั่นแกล้งออนไลน์ และ การจัดการสิ่งรบกวน นโยบายอย่างเดียวไม่พอ ถ้าเด็กยังไม่มีทักษะ 

ประเด็นสำคัญไม่ใช่ ให้ใช้หรือไม่ให้ใช้ แต่คือ ใช้เมื่อไร ใช้เพื่ออะไร และใช้ภายใต้ความสัมพันธ์แบบใด 

โรงเรียนทั่วโลกกำลังขยับจาก ปล่อยใช้แบบอิสระ ไปสู่ ออกแบบสภาพแวดล้อม ให้เด็กมีสมาธิและมีปฏิสัมพันธ์จริงมากขึ้น นอกจากการควบคุมมือถือในโรงเรียน หลายประเทศเริ่มขยับไปสู่การกำกับการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเยาวชนโดยตรง เพราะกังวลผลกระทบด้านสุขภาพจิต การนอน และการกลั่นแกล้งออนไลน์ 

ออสเตรเลีย: ยกระดับทั้ง “แพลตฟอร์ม” และ “โรงเรียน” 

1. ระดับแพลตฟอร์ม (โซเชียลมีเดีย) 

ออสเตรเลียผ่านกฎหมายความปลอดภัยออนไลน์ (Online Safety Act) และให้อำนาจ eSafety Commissioner กำกับแพลตฟอร์มให้จัดการเนื้อหาที่เป็นอันตรายต่อเด็กอย่างรวดเร็ว มีเครื่องมือสั่งลบ เนื้อหา การกลั่นแกล้งออนไลน์ และเนื้อหาทางเพศที่ผิดกฎหมาย รวมถึงผลักดันมาตรฐานด้าน age assurance/age-appropriate design เพื่อจำกัดการเข้าถึงของเด็กตามวัย 

แม้จะไม่ได้ “แบนโซเชียลมีเดียทั้งระบบ” แต่แนวทางคือ **ยกระดับความรับผิดชอบของแพลตฟอร์ม** และเพิ่มกลไกปกป้องเด็กอย่างเป็นระบบ 

2. ระดับโรงเรียน (การกำกับโทรศัพท์มือถือ) 

รัฐและดินแดนของออสเตรเลียหลายแห่งออกนโยบาย ห้ามใช้โทรศัพท์มือถือระหว่างวันเรียน (phone-free school day) โดยมีรูปแบบคล้ายกัน เช่น 

  • นักเรียนต้องปิดเครื่องและเก็บในล็อกเกอร์/กระเป๋า ตลอดวันเรียน 
  • อนุญาตใช้เฉพาะกรณีการเรียนที่ครูออกแบบไว้ชัดเจน หรือเหตุผลด้านสุขภาพ/การเข้าถึงโรงเรียนต้องมีขั้นตอนจัดการการฝ่าฝืนที่โปร่งใส

สิ่งสำคัญคือ ลดสิ่งรบกวนในห้องเรียน เพิ่มสมาธิ และลดความขัดแย้งจากโซเชียลที่ลามเข้ามาในโรงเรียน ควบคู่กับการสอนทักษะดิจิทัลและความปลอดภัยออนไลน์ 

ฝรั่งเศส: กฎหมายจำกัดมือถือในโรงเรียน 

ฝรั่งเศสมีกฎหมายตั้งแต่ปี 2018 จำกัดการใช้โทรศัพท์ในโรงเรียนระดับประถม–มัธยมต้น และมีการผลักดันให้เข้มขึ้นในบางระดับ เพื่อให้ “ทั้งวันเรียนเป็นพื้นที่ปลอดมือถือ” (ยกเว้นการใช้เพื่อการเรียนที่ครูออกแบบ) 

อังกฤษ: แนวปฏิบัติให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ phone-free 

รัฐบาลอังกฤษออกแนวทางให้โรงเรียนกำหนดสภาพแวดล้อมปลอดมือถือทั้งวันเรียน รวมช่วงพักและกลางวัน พร้อมตัวอย่างมาตรการจัดเก็บและการบังคับใช้ 

เนเธอร์แลนด์: ห้ามสมาร์ตโฟนในห้องเรียน (เริ่ม 2024) 

เนเธอร์แลนด์มีแนวทางระดับชาติเริ่มปี 2024 ให้ห้ามใช้สมาร์ตโฟนในห้องเรียน (ยกเว้นเพื่อการเรียนหรือความจำเป็นเฉพาะ) เพื่อฟื้นสมาธิและปฏิสัมพันธ์ในชั้นเรียน 

บราซิล: มีกฎหมายระดับประเทศจำกัดการใช้อุปกรณ์พกพาในโรงเรียน โดยเปิดช่องให้ใช้เพื่อการเรียน/ เหตุฉุกเฉิน/การเข้าถึงสำหรับนักเรียนบางกลุ่ม 

ชิลี: ผ่านกฎหมายห้ามสมาร์ตดีไวซ์ระหว่างเรียนในระดับประถมและมัธยมต้น และจะมีผลใช้ในปีการศึกษา 2026 

บทเรียนจากต่างประเทศ 

  1. ไม่ได้ห้ามเทคโนโลยีทั้งหมด แต่จำกัดการใช้ที่ไร้เป้าหมาย เทคโนโลยีที่ใช้ในการเรียนการสอนอย่างมีความจำเป็นเพื่อให้เด็กมีทักษะที่จำเป็นต่ออนาคต 
  2. ปิดช่องให้ใช้เพื่อการเรียนอย่างมีโครงสร้าง เพื่อการเรียนรู้ที่มีความหมาย 
  3. มีระบบจัดเก็บที่ชัดเจน มีวิธีปฏิบัติและกติกา 
  4. สอนทักษะดิจิทัลควบคู่ ไม่ใช่แค่ประกาศห้าม 
  5. นโยบายเรื่องความปลอดภัยของนักเรียนเป็นเรื่องสำคัญที่ทางโรงเรียนต้องมีนโยบายที่ชัดเจน 

ท้ายที่สุด เป้าหมายไม่ใช่ ตัดเด็กออกจากโลกดิจิทัล แต่คือ ช่วยให้เขาเติบโตในโลกดิจิทัลอย่างปลอดภัย มี สมาธิ และมีสุขภาพจิตที่มั่นคง 

ถึงเวลาที่โรงเรียนไทยต้องคิดเรื่องนี้กันอย่างจริงจังแล้วหรือยัง? 


References:

https://www.unesco.org/en/articles/smartphones-school-only-when-they-clearly-support-learning

https://www.theguardian.com/world/2025/apr/10/france-mobile-phone-ban-middle-schools

https://www.theguardian.com/world/2025/apr/10/france-mobile-phone-ban-middle-schools

https://www.gov.uk/government/publications/mobile-phones-in-schools/mobile-phones-in-schools?utm_source=chatgpt.com

https://www.theguardian.com/world/2025/jul/04/dutch-schools-phone-ban-has-improved-learning-study-finds

https://www.theguardian.com/education/2025/apr/10/majority-of-schools-in-england-ban-mobile-phone-use-survey-shows

https://www.nsw.gov.au/education-and-training/digital-citizenship/teaching-and-learning/digital-devices-nsw-schools

https://www.loc.gov/item/global-legal-monitor/2025-02-13/brazil-new-law-prohibits-cell-phone-use-in-schools

https://apnews.com/article/chile-cellphone-ban-social-media-president-boric-06468ac5bb1d4c546e081d29cb16ad84

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

Related Courses

ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในโลก และสังคม
ด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา การรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตนเอง การบริหารจัดการตนเอง
basic
2:30 ชั่วโมง

โลกเปลี่ยนไป ปรับตัวกับภัยธรรมชาติอย่างไรให้อยู่รอด

"โลกเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่คิด” ภัยธรรมชาติเกิดขึ้นบ่อยครั้ง การเตรียมตัวล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด คอร์สนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจกา ...

ผศ.ดร.ปริเวท วรรณโกวิท
ผศ.ดร.ปริเวท วรรณโกวิท
โลกเปลี่ยนไป ปรับตัวกับภัยธรรมชาติอย่างไรให้อยู่รอด
ผศ.ดร.ปริเวท วรรณโกวิท

โลกเปลี่ยนไป ปรับตัวกับภัยธรรมชาติอย่างไรให้อยู่รอด

ผศ.ดร.ปริเวท วรรณโกวิท

ต้องใช้ 100 เหรียญ

การศึกษาในอนาคต
การรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตนเอง การรู้จักตนเอง การรู้จักสังคม
basic
2:00 ชั่วโมง

เรียนสายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมข้อมูลแล้วไม่ตกงานจริงไหม

การวางแผนการเรียนในสมัยนี้ต้องดูว่าเรียนจบออกมาแล้วจะมีงานทำหรือไม่นั้นคือประเด็นสำคัญคอร์สนี้จะมาแนะนำสาขาวิทยาศาสตร์เทค ...

Starfish Academy
Starfish Academy
เรียนสายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมข้อมูลแล้วไม่ตกงานจริงไหม
Starfish Academy

เรียนสายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมข้อมูลแล้วไม่ตกงานจริงไหม

Starfish Academy
4.7 (11 ratings)
การเรียนแบบบูรณาการ
ด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา
basic
2:00 ชั่วโมง

ออกแบบชุมชนปลอดภัย เสริมเมืองให้ยั่งยืนและน่าอยู่ด้วย Makerspace

ผู้เรียนในช่วงอายุ 13-18 ปีสามารถใช้กระบวนการ STEAM Design Process ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันอย่างมีค ...

กรุงเทพมหานคร
กรุงเทพมหานคร
ออกแบบชุมชนปลอดภัย เสริมเมืองให้ยั่งยืนและน่าอยู่ด้วย Makerspace
กรุงเทพมหานคร

ออกแบบชุมชนปลอดภัย เสริมเมืองให้ยั่งยืนและน่าอยู่ด้วย Makerspace

กรุงเทพมหานคร
4.8 (674 ratings)
3226 ผู้เรียน
การเรียนแบบบูรณาการ
ด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา
basic
2:00 ชั่วโมง

เสริมสร้างนวัตกรรุ่นใหม่ ร่วมกันแก้ไขสภาวะโลก

ผู้เรียนในช่วงอายุ 13-18 ปี เรียนรู้และเข้าใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อทุกคนทั่วโลก เรา ...

กรุงเทพมหานคร
กรุงเทพมหานคร
เสริมสร้างนวัตกรรุ่นใหม่ ร่วมกันแก้ไขสภาวะโลก
กรุงเทพมหานคร

เสริมสร้างนวัตกรรุ่นใหม่ ร่วมกันแก้ไขสภาวะโลก

กรุงเทพมหานคร
4.8 (891 ratings)
3592 ผู้เรียน

Related Videos

แบ่งปันไอเดียสร้างห้องเรียนสมรรถนะตามเกณฑ์ วPA สอนอย่างไรให้ผ่าน PA
01:03:03
Starfish Academy

แบ่งปันไอเดียสร้างห้องเรียนสมรรถนะตามเกณฑ์ วPA สอนอย่างไรให้ผ่าน PA

Starfish Academy
761 views • 2 ปีที่แล้ว
โรงเรียนประถม รุ่งอรุณ
04:34
โรงเรียนรุ่งอรุณ

โรงเรียนประถม รุ่งอรุณ

โรงเรียนรุ่งอรุณ
2129 views • 7 ปีที่แล้ว
Starfish Future Labz Celebration
04:16
Starfish Future Labz

Starfish Future Labz Celebration

Starfish Future Labz
144 views • 2 ปีที่แล้ว
ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้อย่างไรให้ครบ 8 องค์ประกอบ วPA
01:10:44
Starfish Academy

ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้อย่างไรให้ครบ 8 องค์ประกอบ วPA

Starfish Academy
1179 views • 2 ปีที่แล้ว