มือถือ...ให้ลูก “พึ่งพา” แต่ไม่ “เสพติด”

มือถือ...ให้ลูก “พึ่งพา” แต่ไม่ “เสพติด”

มีข้อดีมากมาย ในการให้ลูก ๆ ได้ใช้สมาร์ทโฟน ทั้งสะดวกในการเรียนรู้ และ ติดต่อสื่อสาร แต่อะไรที่มากไป บางครั้งก็ก็นำไปสู่ผลลัพธ์ที่กลับกัน และ เราอาจจะไม่รู้ตัวเลยก็ได้


เช็คลูก ๆ ของคุณด้วยคำถามเหล่านี้


  • ลูกของคุณมีอาการ โมโห ฉุนเฉียว วิตกกังวล หรือ ใช้ความรุนแรง เมื่อพวกเขาถูกแยกจากมือถือ หรือ ไม่สามารถใช้มือถือ หรือไม่ ?
  • ลูกของคุณหลีกเลี่ยงกิจกรรมทางสังคม หรืกิจกรรมนอกหลักสูตร เพื่อเล่นมือถือหรือไม่?
  • สมาร์ทโฟนได้ส่งผลไปในทางลบกับ การดูแลความสะอาด , มิตรภาพกับเพื่อน , ความสัมพันธ์ในครอบครัว หรือ การเรียน ของลูกหรือไม่?
  • การใช้สมาร์ทโฟนของลูกรบกวนเวลานอนของพวกเขาหรือไม่?
  • มีการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการกินของลูกที่ไม่สามารถอธิบายได้หรือไม่?
  • มีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของลูกที่ไม่สามารถอธิบายได้หรือไม่?


เอาชนะการติดสมาร์ทโฟนได้อย่างไร?

หลาย ๆ ท่านอาจจะคลับคล้ายคลับคลาว่าลูก ๆ มีอาการ แต่ก็ยังไม่สามารถตอบได้ชัดเจน...ดังนั้นเรามาดูวิธีเอาชนะอาการเหล่านี้ ถึงแม้ลูก ๆของท่านอาจไม่มีอาการ หรือไม่ทั้งหมด แต่สิ่งเหล่านี้ก็คือวิธีที่ดี และ ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ดี


1. มอบความรู้ให้พวกเขา

เรื่องธรรมดาของผู้ปกครอง ในการให้ความรู้ ให้คำแนะนำ และเรื่องนี้ก็เช่นกัน… ลองถามพวกเขาเรื่องของข้อดี และ ข้อเสียในการใช้สมาร์ทโฟน รับฟังพวกเขา และนำไปถึงการพูดคุยเรื่องของการใช้เวลาอยู่กับหน้าจอที่มากเกินไปจะเกิดอะไรขึ้น ทั้ง ด้านอารมณ์ ด้านกายภาพ ด้านการเรียนรู้ รวมถึงด้านสังคม ซึ่งเราจะใช้สมาร์ทโฟนอย่างมีความรับผิดชอบต่อตัวเองได้อย่างไร?


2. สร้างลิมิตในการใช้งาน

ลิมิตในการใช้ที่ดีต่อสุขภาพ หรือข้อจำกัดการใช้สำหรับครอบครัว ช่วงเวลาในการใช้เวลาอยู่ด้วยกัน เราสามารถคุยกันได้ว่าเราจะ “ใช้เวลาด้วยกันจริง ๆ ” เช่น ข้อตกลงในการไม่เล่นมือถือเมื่อถึงเวลาทานข้าวด้วยกัน แต่อย่าลืม ว่าไม่ใช่แค่ลูก ๆ ของคุณที่จะไม่ใช้มัน ทุกคนในครอบครัวจะต้องใช้เวลาด้วยกัน และเป็นตัวอย่างที่ดีให้พวกเขาอีกทางหนึ่งด้วย อย่าก้มหน้ามากไปเมื่อคุณอยู่กับพวกเขา !


3. มาตราการก่อนนอน

นำ มือถือ, แท็บเล็ต, โน๊ตบุ๊ค ออกจากห้องนอนในตอนกลางคืน เพื่อสร้างเวลานอนที่ดี ทั้งยังช่วยลดการถูกรบกวน และ อาการนอนไม่หลับ อาจจะยากในช่วงแรก แต่สร้างผลลัพธ์ที่ดีในการสร้างตารางนอนที่ดีต่อสุขภาพให้พวกเขา


4. สร้างพื้นที่ปลอดเวลาหน้าจอ

ช่วงทานอาหาร ,งานพบปะครอบครัว หรือ ตอนออกไปข้างนอกด้วยกัน ทำความตกลงในการงดใช้เวลาอยู่กับหน้าจอ การเช็คมือถือบ่อย ๆ ส่งผลในแง่ลบต่อความสัมพันธ์ และตัวลูก ๆ


5. สร้างเอง ก็ต้องทำได้ !

ในฐานะผู้ปกครอง พ่อแม่ เราก็ต้องทำเป็นตัวอย่างให้พวกเขา อย่าลืมว่าหลาย ๆสิ่งที่เขาเรียนรู้ ก็มาจากตัวพวกคุณ


ขอบคุณข้อมูลจาก

www.psycom.net/cell-phone-internet-addiction#howtohelpyourkids

www.psycom.net/cell-phone-internet-addiction

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

บทบาทของพ่อแม่กับ New Normal Education

บทบาทของพ่อแม่กับ New Normal Education

Starfish Academy
Starfish Academy

ถึงแม้จะผ่านช่วงการระบาดใหญ่ของโควิด-19 มาได้สักระยะแล้ว โรงเรียนหลาย ๆ แห่งก็เริ่มเปิดเรียนตามปกติ แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ตราบเท่าที่ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค การใช้ชีวิตของเราก็ยังไม่อาจเหมือนเดิมได้ 100% โดยเฉพาะเด็ก ๆ ในโรงเรียน ที่พ่อแม่ไม่อ ...

204 views 14.10.20
บทบาทของพ่อแม่กับ New Normal Education
แนวทางการสอนแบบ “ฟินแลนด์” ที่ครูไทยก็ทำได้

แนวทางการสอนแบบ “ฟินแลนด์” ที่ครูไทยก็ทำได้

Starfish Academy
Starfish Academy

เมื่อกล่าวคำว่า “การศึกษาฟินแลนด์” หลายคนคงได้ยินกันมาบ้างแล้วว่านั่นคือการศึกษาที่ดีที่สุดในโลก Pasi Sahlberg นักการศึกษาชั้นนำของฟินแลนด์และของโลก ผู้เขียนหนังสือ Finnish Lessons 2.0 เกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษาในฟินแลนด์ ได้แนะนำวิธีที่จะทำให้เกิด ...

729 views 06.05.20
แนวทางการสอนแบบ “ฟินแลนด์” ที่ครูไทยก็ทำได้
เทคนิคการสอนลูกให้รู้ทันเทคโนโลยีอย่างถูกหลัก

เทคนิคการสอนลูกให้รู้ทันเทคโนโลยีอย่างถูกหลัก

Starfish Academy
Starfish Academy

ปัจจุบันเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของทุกคนมากขึ้น และมนุษย์อย่างเราๆ ก็ได้นำเทคโนโลยีเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์และอำนวยความสะดวกอย่างหลากหลาย โดยเฉพาะด้านการสื่อสาร ที่ดูจะก้าวกระโดดมาก ทำให้เด็กๆ รุ่นใหม่เข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างรวด ...

738 views 18.08.20
เทคนิคการสอนลูกให้รู้ทันเทคโนโลยีอย่างถูกหลัก