หากจะบอกว่าเด็กยุคใหม่โชคดี ที่เกิดมาในยุคดิจิทัล ที่สามารถค้นหาเรื่องราวที่สนใจได้โดยไม่มีขีดจำกัดก็คงไม่ผิดนัก ซึ่งการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของเด็กยุคนี้ยังเท่ากับเป็นการสร้างโอกาสใหม่ ๆ ในชีวิต รวมถึงโอกาสในการออมเงินผ่านวิธีการต่างๆ ที่มีให้เลือกมากมาย
บทความนี้ Starfish Labz ชวนมาทำความรู้จักทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับวัยรุ่น เพื่อสร้างรายได้จากเงินออมด้วยการลงทุนกันค่ะ
การลงทุนและเรื่องที่วัยรุ่นควรรู้
หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจ” สาเหตุที่สถาบันการเงินการลงทุน มักมีคำเตือนเช่นนี้ ก็เพราะว่า ทุกการลงทุนมีโอกาสที่จะสร้างรายได้ และเสียรายได้ ดังนั้น การลงทุนจึงจัดว่า มีความเสี่ยง แต่ก็มีโอกาสสร้างรายได้ ส่วนการออมเงินนั้นไม่มีความเสี่ยง แต่ก็ไม่มีโอกาสสร้างรายได้เช่นกัน
โดยทั่วไปแล้ว การลงทุนมักเกิดจากการนำเงินออมที่เก็บไว้ไปลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทน ที่มากกว่าการออม เช่น ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ลงทุนในกองทุนรูปแบบต่าง ๆ ลงทุนในหุ้น ฯลฯ ซึ่งแต่ละประเภทก็จะมีความเสี่ยงแตกต่างกันไป การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง มักมีความเสี่ยงมาก เช่น การลงทุนในกองทุนรวม ที่มีนโยบายลงทุนซับซ้อน อย่างกองทุนรวมน้ำมัน กองทุนรวมทองคำ ฯลฯ ส่วนการลงทุนที่มีความเสี่ยงน้อย เช่น การลงทุนกองทุนตราสารหนี้ การซื้อสลากออมสิน เป็นต้น
อยากเป็นนักลงทุนหน้าใหม่ หาเงินลงทุนอย่างไรดี
สำหรับวัยรุ่น ที่อยากเริ่มต้นสร้างรายได้ด้วยการลงทุน สิ่งแรกที่ควรเริ่มทำ คือ การออมเงิน เพราะเงินออมของเรานี่เอง ที่จะกลายเป็นเงินทุนตั้งต้น สำหรับการลงทุนครั้งแรก
ทั้งนี้ การออมเงินให้ถึงเป้าหมายเพื่อนำไปลงทุนนั้น จำเป็นต้องมีการวางแผนบริหารและจัดการการเงินอย่างเป็นระบบ ดังนี้
- ทำบันทึกรายรับ-รายจ่าย การจดบันทึกรายรับรายจ่ายแต่ละเดือน ช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมการใช้เงินของตนเอง เราอาจเริ่มเห็นว่าเราใช้จ่ายฟุ่มเฟือยไปกับอะไรบ้าง จะลดรายจ่ายเหล่านั้นอย่างไร และวางแผนการออมเงินได้อย่างเป็นระบบ
- ออมเงินด้วยวิธีบังคับ สำหรับผู้ที่ทำงานในองค์กร ห้างร้าน บริษัทต่าง ๆ จะมีการหักเงินสะสมจากเงินเดือน เก็บไว้ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งถือเป็นเงินออมด้วยวิธีบังคับรูปแบบหนึ่ง ที่จะจ่ายคืนให้ เมื่อถึงเวลาที่กำหนด หรือเมื่อลาออกจากองค์กรนั้น ๆ สำหรับวัยรุ่น ก็สามารถใช้การออมเงินด้วยวิธีบังคับได้ ผ่านการเปิดบัญชีธนาคารแบบฝากประจำ ซึ่งมีให้เลือกทั้งฝากประจำทุกเดือน ฝากทุก 3 เดือน ฯ และจะถอนเงินได้ เมื่อครบกำหนดเวลาเท่านั้น สำหรับมือใหม่หัดลงทุน การฝากประจำแบบนำเงินเข้าบัญชีทุกเดือนในจำนวนที่เท่ากันกับจำนวนเงินที่เปิดบัญชี และต้องฝากให้ครบตามระยะเวลาที่ธนาคารกำหนด น่าจะเป็นวิธีที่เหมาะสม เพราะได้ฝึกวินัยการออม และเมื่อฝากครบกำหนด ก็จะสามารถถอนเงินก้อนออกมาลงทุนได้
- ออมเงินจากรายได้พิเศษ ใครที่มีรายได้เสริมจากงานพิเศษอื่น ๆ หรือเมื่อได้รับเงินเป็นของขวัญช่วงเทศกาลปีใหม่ ตรุษจีน วันเกิด ก็อาจนำเงินส่วนนี้ออมไว้สำหรับการลงทุนได้
อย่างไรก็ตาม การลงทุนแต่ละประเภท มักกำหนดอายุขั้นต่ำของผู้ลงทุน ต้องมีอายุ 20 ปี ขึ้นไป ดังนั้นหากเริ่มออมเงินและศึกษารูปแบบการลงทุนตั้งแต่ วันนี้ เมื่ออายุครบ 20 ปี ก็น่าจะมีเงินก้อนและมีความรู้ ความมั่นใจมากพอที่จะเริ่มลงทุน หรือหากใครไม่อยากรอจนอายุ 20 ก็สามารถเลือกลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล ที่กำลังมาแรงในตอนนี้ได้
ทางเลือกการลงทุนของมือใหม่มีอะไรบ้าง
- ตราสารเงิน ตราสารหนี้ระยะสั้น : เป็นกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ ที่มีอายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี เช่น ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ รวมถึงเงินฝาก การลงทุนจะสิ้นสุดภายใน 1 ปี ผลตอบแทนที่ได้รับ เรียกว่าดอกเบี้ย โดยการจ่ายดอกเบี้ย จะจ่ายตามสัญญา เช่น ทุก 3 เดือน ทุก 6 เดือน หรือจ่ายเมื่อครบสัญญา อย่างไรก็ตาม การลงทุนประเภทนี้ มีความเสี่ยงต่ำดังนั้นผลตอบแทนจึงค่อนข้างต่ำเช่นกัน แต่ก็เหมาะสำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ถือเป็นแบบฝึกหัดเริ่มต้นสำหรับการลงทุน ในระดับที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อไป
- ลงทุนพันธบัตรหรือหุ้นกู้ระยะยาว : การลงทุนรูปแบบนี้คือการซื้อพันธบัตรที่ออกโดยรัฐบาล หรือซื้อหุ้นกู้ที่ออกโดยเอกชน เป็นการลงทุนระยะยาวประมาณ 5-30 ปี ผู้ลงทุนมีสถานะเป็นเจ้าหนี้ โดยมีพันธบัตรหรือหุ้นกู้ เป็นหลักฐานว่า ผู้ออกพันธบัตรหรือหุ้นกู้ได้ยืมเงินไปเท่าใด กำหนดคืนเมื่อไร ผลตอบแทนเท่าใด เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทน จึงไม่สูงนัก แต่ก็มั่นใจได้ระดับหนึ่งว่า เมื่อครบกำหนด จะได้รับเงินคืน นอกจากว่า ผู้ออกธนบัตรหรือหุ้นกู้ล้มละลาย ทำให้เราต้องขายพันธบัตรออกไป ในราคาขาดทุน ดังนั้นการองค์กรหรือหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ เป็นบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ก็จะช่วยรับประกันความมั่นคงได้ระดับหนึ่ง
- ลงทุนกองทุนรวม : การลงทุนในกองทุนรวม เงินลงทุนขั้นต่ำ จะขึ้นอยู่กับประเภทของกองทุนรวมเริ่มตั้งแต่ 1 บาท ไปจนถึงหลักพัน ซึ่งเราเลือกกองทุนรวมได้ตามความสนใจ และความเสี่ยงที่เรารับได้ โดยทั่วไปมักมีผู้จัดการกองทุนคอยดูแลให้คำแนะนำ รวมทั้งวิเคราะห์แผนการลงทุนให้ด้วย จึงเหมาะสำหรับนักลงทุนมือใหม่ อย่างไรก็ตาม กองทุนรวมมีหลายประเภท ผู้ลงทุนควรศึกษารายละเอียด ความเสี่ยง เงื่อนไขต่าง ๆ รวมถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจ
สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะเลือกลงทุนรูปแบบใด ก็ควรมั่นใจว่า เราได้ศึกษา และเข้าใจประเภทของการลงทุนนั้น ๆ อย่างละเอียดดีแล้ว และก่อนการลงทุน ควรบริหารจัดการการเงินของตัวเองได้ จนมีเงินออมมากพอที่จะแบ่งมาลงทุน โดยไม่นำเงินออมทั้งหมดทุ่มลงทุนในคราวเดียว แต่ควรมีเงินเหลือเก็บไว้กรณีฉุกเฉินด้วย อย่าลืมว่า “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจ”
แหล่งอ้างอิง (Sources):
Related Courses
ไอเดียตั้งต้นเริ่มทำธุรกิจฉบับวัยทีน
อยากมีรายได้เสริม? อยากทำธุรกิจเป็นของตัวเอง? มาเรียนรู้แนวคิดในการสร้างรายได้และการต่อยอดไอเดียธุรกิจไปกับเรา! คอร์ ...
ไอเดียตั้งต้นเริ่มทำธุรกิจฉบับวัยทีน
ต้องใช้ 100 เหรียญ
โลกเปลี่ยนไป ปรับตัวกับภัยธรรมชาติอย่างไรให้อยู่รอด
"โลกเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่คิด” ภัยธรรมชาติเกิดขึ้นบ่อยครั้ง การเตรียมตัวล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด คอร์สนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจกา ...
โลกเปลี่ยนไป ปรับตัวกับภัยธรรมชาติอย่างไรให้อยู่รอด
ต้องใช้ 100 เหรียญ
ไอเดียทำขนมไม่ง้อเตาอบด้วยงบ 1,000 บาท
หากใครที่กำลังมองหาไอเดียทำขนมง่ายๆ โดยไม่ต้องใช้เตาอบและงบที่จำกัด ด้วยจำนวนเงินไม่เกิน 1,000 บาท คอร์สนี้เหมาะกับท่านแ ...
ไอเดียทำขนมไม่ง้อเตาอบด้วยงบ 1,000 บาท
ต้องใช้ 100 เหรียญ
รอบรู้เรื่องภาษี และการออมเบื้องต้น สำหรับวัยรุ่น
การมีความรู้เรื่องภาษีและการออมเงินเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างอนาคตทางการเงินที่มั่นคงและปลอดภัย
รอบรู้เรื่องภาษี และการออมเบื้องต้น สำหรับวัยรุ่น
Related Videos
10 ขั้นตอน สร้าง PORTFOLIO
น้องยินดี: เด็กอัจฉริยะ คิดค้นการใช้มอส กำจัด PM2.5
แนวโน้มอาชีพเด็กไทยในอนาคต