สำหรับน้องๆ ที่เกิดในปี 2549 หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า Dek69 ปี 2568 นี้คือช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิตนักเรียน เพราะเป็นปีที่ต้อง “ตัดสินใจ” และ “เตรียมตัว” อย่างจริงจังเพื่อเข้าสู่สนาม TCAS69 ซึ่งเป็นระบบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยที่มีการแข่งขันสูง และมีรูปแบบหลากหลาย ทั้งรอบ Portfolio, Quota, Admission และรอบอื่นๆ อีกมากมาย การสอบแต่ละรอบมีเงื่อนไขต่างกันไป บางคณะใช้ GAT/PAT บางคณะเน้นวิชาสามัญ หรืออิงคะแนนเฉลี่ยย้อนหลัง ซึ่งทั้งหมดนี้อาจทำให้น้องๆ รู้สึกเครียดและไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหนดี
ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความคาดหวังจากตัวเอง ครอบครัว และสังคม การมี “แผนการอ่านหนังสือสอบ” ที่ดีจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก มันไม่ได้เป็นเพียงแค่ตารางเวลาหรือบันทึกว่าเราจะอ่านอะไรในวันไหน แต่คือเครื่องมือที่ช่วยให้น้องๆ จัดการเวลา วางกลยุทธ์ และสร้างความมั่นใจให้ตัวเองได้อย่างเป็นระบบ การวางแผนยังช่วยป้องกันความรู้สึกท้อแท้เมื่อพบว่าเนื้อหาที่ต้องอ่านมีมากกว่าที่คิดไว้ และยังช่วยให้น้องๆ มองเห็นพัฒนาการของตัวเองในแต่ละสัปดาห์ด้วย
พี่ Starfish Labz เชื่อว่าทุกคนมีเป้าหมายและความฝัน แต่สิ่งที่จะพาเราไปถึงจุดนั้นได้คือการ “วางแผนอย่างชาญฉลาด” และ “ลงมือทำอย่างจริงจัง” บทความนี้พี่ Starfish Labz จึงอยากชวนทุกคนมาเริ่มต้นวางแผนอย่างถูกวิธี ผ่าน 5 เคล็ดลับแผนการอ่านหนังสือสอบ ที่เข้าใจง่าย ปรับใช้ได้จริง เหมาะกับชีวิตนักเรียนไทยในยุคที่มีทั้งภาระเรียนในห้อง และโลกออนไลน์ที่ชวนวอกแวกอยู่รอบตัว
จะมีเคล็ดลับไหนที่น่าสนใจ หรือนำมาใช้งานกันบ้าง ตามพี่มาดูกันเลย
เคล็ดลับที่ 1: รู้จักตัวเองก่อนเริ่มวางแผน
สิ่งแรกที่น้องๆ ควรทำก่อนเริ่มอ่านหนังสือ ไม่ใช่การเปิดหนังสือแล้วอ่านทันที แต่คือ “การทำความเข้าใจตัวเอง” ทั้งในแง่ของเป้าหมาย ความถนัด และข้อจำกัดของตนเอง
- เป้าหมาย: อยากเข้าคณะไหน ใช้วิชาอะไรบ้าง? ถ้าคณะเป้าหมายใช้คะแนนหลายวิชา เช่น GAT, PAT, วิชาสามัญ หรือ O-NET น้องก็ต้องจัดการเวลาให้ดีว่าแต่ละวิชาจะให้เวลาเท่าไหร่
- ความถนัด: วิชาไหนที่น้องถนัดอยู่แล้ว อาจลดเวลาการอ่านลง แล้วไปโฟกัสกับวิชาที่ยังไม่แข็งแทน
- ข้อจำกัด: น้องมีเวลาอ่านหนังสือวันละกี่ชั่วโมง? มีเวลาหลังเลิกเรียนหรือแค่วันเสาร์-อาทิตย์?
การตอบคำถามเหล่านี้จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการวาง แผนการอ่านหนังสือสอบ ที่สอดคล้องกับชีวิตจริงของเรา
เคล็ดลับที่ 2: สร้างตารางอ่านหนังสือที่เป็นไปได้จริง
เมื่อเข้าใจตัวเองแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการวาง ตารางอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบ อย่างมีระบบ โดยอาจเริ่มจากการแบ่งช่วงเวลาของวันเป็นตอนเช้า บ่าย และเย็น แล้วจัดสรรวิชาให้เหมาะสม เช่น วิชาที่ต้องใช้สมาธิสูงอาจอ่านตอนเช้า วิชาที่อ่านทบทวนได้ไวอาจอ่านตอนเย็น
หลักการเบื้องต้นในการจัดตารางมีดังนี้:
- สลับวิชาหนัก-เบา ไม่ควรอ่านวิชาหนักๆ ติดกันหลายชั่วโมง
- เว้นเวลาให้ทบทวนบทเรียน เช่น ทุกวันอาทิตย์ทบทนสิ่งที่เรียนมาตลอดสัปดาห์
- แทรกเวลาพัก เพื่อให้สมองได้ผ่อนคลาย เช่น อ่าน 50 นาที พัก 10 นาที
- เว้นวันว่างให้ตัวเองบ้าง เช่น วันเสาร์เย็น หรือเย็นวันอาทิตย์ เพื่อไม่ให้รู้สึกกดดันเกินไป
การมีตารางที่ชัดเจนและเหมาะสมจะทำให้น้องๆ รู้สึกว่า “การอ่านหนังสือเป็นเรื่องที่ทำได้จริง” ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอย่างที่คิด
เคล็ดลับที่ 3: ใช้ข้อมูลสถิติในการวางแผน
อย่ามองข้ามพลังของข้อมูลสถิติ! การดู สถิติ TCAS68 หรือ สถิติ Dek68 จะช่วยให้น้องๆ มองเห็นภาพรวมของการแข่งขันมากขึ้น เช่น คะแนนต่ำสุด-สูงสุดของคณะในรอบที่แล้ว จำนวนผู้สมัคร หรือแนวโน้มของคะแนนเฉลี่ยในแต่ละวิชา
ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เรา:
- รู้ว่าคะแนนที่ควรทำได้เพื่อความปลอดภัยอยู่ที่ระดับไหน
- รู้ว่าควรโฟกัสกับวิชาใดเป็นพิเศษ
- ปรับ แผนการอ่านหนังสือสอบ ให้เข้มข้นขึ้นตามการแข่งขันในปีของตัวเอง
ในปีนี้ที่กำลังจะถึงคือ TCAS69 ซึ่งน่าจะมีแนวโน้มใกล้เคียงกับปีที่แล้ว ดังนั้นการศึกษา TCAS68 อย่างละเอียดถือว่าเป็นประโยชน์มากสำหรับ Dek69
เคล็ดลับที่ 4: ฝึกทำข้อสอบย้อนหลังและจับเวลา
การอ่านหนังสืออย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องฝึกลงมือทำด้วย โดยเฉพาะ “การฝึกทำข้อสอบเก่า” จะช่วยให้น้องๆ คุ้นเคยกับรูปแบบคำถาม วิธีคิด และข้อจำกัดของเวลา
เทคนิคที่แนะนำคือ:
- ทำข้อสอบย้อนหลังอย่างน้อย 3 ปี ยิ่งมากยิ่งดี
- ใช้นาฬิกาจับเวลาเหมือนสอบจริง เพื่อฝึกบริหารเวลา
- วิเคราะห์ข้อผิดพลาดทุกครั้งที่ทำข้อสอบ เพื่อรู้จุดที่ต้องปรับปรุง
วิธีนี้จะช่วยให้น้องๆ มั่นใจมากขึ้นเมื่อเจอข้อสอบจริง เพราะเราไม่ได้แค่ “ท่องจำ” แต่ “ฝึกใช้” ความรู้ในการสอบจริง
เคล็ดลับที่ 5: ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เป็นตัวช่วยเสริม
ในยุคที่เทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ เราสามารถใช้เครื่องมือดิจิทัลช่วยวาง แผนการอ่านหนังสือสอบ และพัฒนาทักษะอื่นๆ ได้ด้วย หนึ่งในแพลตฟอร์มที่อยากแนะนำคือ Starfish Labz ซึ่งเป็นพื้นที่เรียนรู้ออนไลน์ที่น้องๆ Dek69 สามารถเข้าไปเรียนรู้ฟรี
สิ่งที่ Starfish Labz มีให้ เช่น:
- คอร์สพัฒนาทักษะสมาธิ การวางแผน การตั้งเป้าหมาย
- บทเรียนเกี่ยวกับการบริหารการศึกษา ซึ่งสามารถต่อยอดในการวางแผนชีวิตได้ดี
- แบบฝึกคิด วิเคราะห์ และสะท้อนตนเอง เหมาะมากสำหรับการเตรียมสอบอย่างมีสติ
นอกจากนั้นยังมีชุมชนของเพื่อนๆ ที่ช่วยกันแบ่งปันเคล็ดลับและให้กำลังใจกัน ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้การอ่านหนังสือไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป
สรุป: แผนที่ดีเริ่มจากการลงมือ
สำหรับน้องๆ Dek69 การเตรียมตัวสอบไม่ใช่แค่การอ่านหนังสือให้มากที่สุด แต่คือการรู้จักวาง “แผนการอ่านหนังสือสอบ” ให้เหมาะกับตนเอง มีเป้าหมายชัดเจน และลงมือทำอย่างต่อเนื่อง การมี ตารางอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบ ที่สมดุลระหว่างวิชาหนัก-เบา การทบทวน และการพักผ่อน จะช่วยให้น้องๆ ใช้เวลาได้คุ้มค่าที่สุด
นอกจากนี้ การดู สถิติ TCAS68 และ สถิติ Dek68 จะช่วยวิเคราะห์แนวโน้มของ TCAS69 ได้แม่นยำมากขึ้น ขณะที่การฝึกทำข้อสอบย้อนหลังควบคู่กับการเรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Starfish Labz ก็ช่วยเสริมทักษะที่จำเป็น ทั้งด้านเนื้อหาและ การบริหารการศึกษา ส่วนบุคคล
สุดท้ายนี้ พี่อยากให้น้องเชื่อมั่นว่า หากเริ่มวางแผนตั้งแต่วันนี้ ทุกคนมีโอกาสประสบความสำเร็จได้เท่าเทียมกัน อยู่ที่ว่าจะ “กล้าลงมือ” มากแค่ไหน ขอเป็นกำลังใจให้น้องๆ ก้าวผ่านช่วงสำคัญนี้ไปอย่างมั่นคงนะครับ 🌱
Related Courses
สนุกกับ Canva สร้างสรรค์ Animation & VDO อย่างง่าย ทำได้จริง
หาวิธีสร้างสื่อการสอนแบบเก่าๆ น่าเบื่ออยู่เหรอ? มาอัพสกิลกันเถอะ! คอร์สนี้ พร้อมพาทุกคนมาปลดล็อกพลังความคิดสร้างสรรค์ ออ ...



สนุกกับ Canva สร้างสรรค์ Animation & VDO อย่างง่าย ทำได้จริง
ต้องใช้ 100 เหรียญ
วัยทีนยุคใหม่ จัดการเวลายังไงให้สมดุล
ในยุคดิจิทัลที่เต็มไปด้วยสิ่งล่อตาล่อใจ ทั้งโซเชียลมีเดีย การเรียน กิจกรรมต่าง ๆ และการใช้ชีวิตส่วนตัว การจัดการเวลาจึงเป็นทั ...



Micro Learning เทคนิคการดูแลสุขภาพกาย ป.1-3
การฝึกการเคลื่อนไหวขั้นพื้นฐานในวัยเด็กเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับการวางพื้นฐานที่ถูกต้อง นำไปสู่พัฒนาการด้านร่างก ...



Micro Learning เทคนิคการดูแลสุขภาพกาย ป.1-3
อยากเป็น Content creator ให้ดัง ต้องทำอย่างไร
หากใครกำลังฝันอยากเป็น Content Creator คอร์สนี้ตอบโจทย์ทุกคำถาม! เพราะคุณจะได้เรียนรู้เทคนิคการสร้างคอนเทนต์สุดปัง แ ...



อยากเป็น Content creator ให้ดัง ต้องทำอย่างไร
ต้องใช้ 100 เหรียญ
Related Videos


10 ขั้นตอน สร้าง PORTFOLIO


น้องยินดี: เด็กอัจฉริยะ คิดค้นการใช้มอส กำจัด PM2.5


Starfish Labz - Online Learning Platform with Community

