"วิกฤตสภาพภูมิอากาศ" ทำลายการศึกษาของเด็กทั่วโลก รายงานชี้ภาคการศึกษาถูกมองข้ามในการจัดสรรงบประมาณรับมือ
รายงานล่าสุดจากธนาคารโลก (World Bank) ซึ่งมีชื่อว่า The Impact of Climate Change on Education and what to do about it เผยว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังก่อให้เกิดการปิดโรงเรียนครั้งใหญ่ และคุกคามอนาคตทางการศึกษาของเด็กหลายล้านคนทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่มีรายได้น้อยและตลาดเกิดใหม่ รายงานชี้ว่า ระบบการศึกษาของโลกกำลังเผชิญกับความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ และจำเป็นต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วนเพื่อความยืดหยุ่นต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป
เด็กในปัจจุบันเผชิญความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นมหาศาล
ผลการวิเคราะห์ในรายงานระบุถึงความแตกต่างอย่างน่าตกใจของภัยคุกคามทางสภาพภูมิอากาศ:
- ภัยพิบัติเพิ่มขึ้น: เด็กอายุ 10 ขวบในปี 2024 มีแนวโน้มที่จะต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไฟป่าและพายุไซโคลนเขตร้อนเพิ่มขึ้น 2 เท่า น้ำท่วมแม่น้ำ 3 เท่า ภาวะพืชผลเสียหาย 4 เท่า และภัยแล้ง 5 เท่า ตลอดช่วงชีวิตของพวกเขา ภายใต้สถานการณ์ที่โลกมีภาวะโลกร้อน 3 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับเด็กในยุคปี 1970
- ผลกระทบต่อการเรียนรู้: เหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรงเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพการบริการในห้องเรียน การปิดโรงเรียน และความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียทางการเรียนรู้ในระยะยาว
ภาคการศึกษาถูก "มองข้ามอย่างมาก" ในการจัดหาเงินทุนเพื่อสภาพภูมิอากาศ
แม้จะมีผลกระทบร้ายแรง แต่รายงานเน้นย้ำว่า ภาคการศึกษายังคงถูก "มองข้ามอย่างมาก" ในวาระนโยบายและการเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศ
- งบประมาณต่ำ: การศึกษาได้รับความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ (Official Development Assistance) น้อยกว่า 1.3% ในปี 2020 และมีเพียง 1.5% ของงบประมาณการเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศทั้งหมดในปี 2021 เท่านั้นที่ถูกจัดสรรให้แก่ภาคการศึกษา
- นโยบายไม่ครอบคลุม: แผนการมีส่วนร่วมที่กำหนดในระดับประเทศ (Nationally Determined Contributions - NDCs) ซึ่งเป็นแผนแม่บทด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศต่างๆ มีการกล่าวถึงเรื่องการศึกษาน้อยกว่า 1 ใน 3 ฉบับ
ข้อเสนอแนะ 4 ด้านจากธนาคารโลก
ธนาคารโลกได้เสนอแนวทางที่เป็นรูปธรรม 4 ด้าน เพื่อให้รัฐบาลสามารถปกป้องระบบการศึกษาจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ และทำให้ผลกระทบเชิงบวกของการศึกษายังคงอยู่:
- การบริหารจัดการการศึกษา เพื่อความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ (Education Management for climate resilience)
- โครงสร้างพื้นฐานของโรงเรียน เพื่อความยืดหยุ่น (School infrastructure for climate resilience)
- การสร้างความมั่นใจในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เมื่อเผชิญกับภาวะช็อกทางสภาพภูมิอากาศ (Ensuring learning continuity)
- การส่งเสริมบทบาทของนักเรียนและครู ในฐานะตัวแทนของการเปลี่ยนแปลง (Leveraging students and teachers as change agents)
รายงานสรุปว่า การศึกษาเป็นปัจจัยบ่งชี้ที่แข็งแกร่งที่สุดในการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสามารถเป็นกลไกสำคัญในการบรรเทาผลกระทบและปรับตัวให้เข้ากับวิกฤตได้ การไม่ลงทุนในการปรับปรุงระบบการศึกษาให้ยืดหยุ่นจึงถือเป็น "ระเบิดเวลาทางเศรษฐกิจ" (economic time-bomb) ที่จะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาและความยากจนในระยะยาว
ข่าวที่เปิดอ่านมากที่สุด
สิงคโปร์เอาจริง! สั่งแบนมือถือในโรงเรียนมัธยมทุกแห่งเริ่มปี 2026 หวังคืน "สังคมก้มหน้า" สู่การเรียนรู้และมิตรภาพที่แท้จริง
04.12.25
กทม. ขับเคลื่อน ยกระดับสู่เมืองแห่งการเรียนรู้ ขับเคลื่อน Maker Education สู่ Future School อย่างยั่งยืน
01.12.25
Starfish Labz จับมือ Botnoi Group เปิดตัวแคมเปญ “AI-Powered Classroom” ติดปีกครูไทยด้วยนวัตกรรม AI ระดับโลก
07.01.26
คืนเวลาให้ครู! ส่องเครื่องมือ AI ตัวช่วยลดภาระงานเอกสาร เพิ่มประสิทธิภาพการสอน
09.01.26